
สถานการณ์ราคายางปี 2560 และแนวโน้มปี 2561
ราคายางปี 2560 : ต้นสูง ปลายต่ำ
โดย ธนายุส บุญทอง นิลวรรณ ฟูเฟื่องสิน
ราคายางปี 2560 : ต้นสูง ปลายต่ำ
สถานการณ์ยางปี 2560 เริ่มต้นปีด้วยราคาที่สูงต่อเนื่องจากช่วงปลายปี 2559 ซึ่งได้แรงส่งจากปัจจัยด้านอุปสงค์ที่เร่งตัวขึ้นตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าและยอดขายรถยนต์ของประเทศจีนที่เติบโตดีต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ภาคใต้ช่วงเดือน ม.ค. 2560 ทำให้ปริมาณยางภาคใต้ลดลงถึงร้อยละ 11.3 จากช่วงเดียวกันปีก่อน และนักลงทุนในตลาดซื้อขายยางล่วงหน้าเกิดความกังวลว่ายางจะขาดแคลน ส่งผลให้ราคายางเร่งตัวขึ้นมากท้าสถิติสูงสุดในรอบกว่า
4 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 86.21 บาท/กก. ในเดือน ก.พ. 2560
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมคลี่คลายลง ราคายางได้ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยเฉพาะไตรมาสสุดท้ายของปีที่มีผลผลิตยางออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนถึงร้อยละ 13.4 (ข้อมูล ณ ก.ย. 2560) ประกอบกับจีนได้เร่งนำเข้ายางโดยได้แรงจูงใจจากราคายางที่อยู่ในระดับต่ำ และไม่มั่นใจในสภาพอากาศและมาตรการภาครัฐในระยะข้างหน้า
โดยปริมาณส่งออกยางแปรรูปไปจีนครึ่งหลังปี 2560 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนถึงร้อยละ 31.8 เป็นผลให้สต๊อกยางจีนโดยเฉพาะที่ตลาดเซี่ยงไฮ้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ท้าสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือน ต.ค. (รูปที่ 1) และกดดันให้ราคายางลดลงต่ำสุดในรอบ 21 เดือน อยู่ที่ระดับ 43.45 บาท/กก. ในเดือน พ.ย. หรือลดลงจากราคา ณ ระดับสูงสุดช่วงต้นปีถึงร้อยละ 49.6 (รูปที่ 2)
แนวโน้มราคายางปี 2561 :ต้นไม่สูง ปลายอาจต่ำ
ราคายางต้นปี 2561 อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นได้บ้างเมื่อเทียบกับช่วงปลายปี 2560 ที่ราคาตกต่ำ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐเป็นสำคัญ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ดังนี้
l มาตรการภาครัฐในการรักษาเสถียรภาพราคายาง : ช่วงปลายปี 2560 รัฐบาลได้ออกนโยบายแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำผ่านมาตรการสำคัญต่างๆ ในปี 2561 ได้แก่ (1) มาตรการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานรัฐ (2) มาตรการควบคุมปริมาณผลผลิตโดยการลดพื้นที่ปลูกยางถาวร 2 แสนไร่ หยุดกรีดในพื้นที่รัฐ 1.2 แสนไร่ และส่งเสริมให้เกษตรกรชะลอกรีด 2 แสนไร่ และ (3) โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับอินโดนีเซียและมาเลเซียในการจำกัดการส่งออก
ทั้งนี้ หากมาตรการดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย คาดว่าจะทำให้ผลผลิตยางหายไปจากตลาด 6 แสนตัน ในปี 2561
l ผลผลิตยางลดลงเนื่องจากเข้าสู่ฤดูปิดกรีด : ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.ของทุกปี จะเข้าสู่ฤดูปิดกรีดยาง ซึ่งผลผลิตยางของไทยจะลดลงจากช่วงปกติถึงร้อยละ 80
l อุปสงค์ยางที่ยังดี : โดยเฉพาะอุปสงค์ยางจากจีนและมาเลเซียเพื่อผลิตยางล้อและถุงมือยางตามการเติบโตของยอดขายรถยนต์ของประเทศจีน และยอดขายถุงมือยางที่ยังดีโดยเฉพาะไตรมาสแรกของปีตามปัจจัยฤดูกาล นอกจากนี้ปริมาณการส่งออกอาจจะมากกว่าที่คาดการณ์ไว้จากการซื้อเพิ่มเติมเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านสภาพอากาศ
อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับอานิสงส์จากปัจจัยสนับสนุนข้างต้น แต่ประเมินราคายางครึ่งแรกปี 2561 อาจปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 ที่ราคายางตกต่ำได้ไม่มากนัก เนื่องจากผู้ใช้ยางจากจีนมีการวางแผนรองรับความไม่แน่นอนด้านวัตถุดิบไว้แล้วจากการเร่งซื้อยางต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้การป้อนยางเข้าสู่ภาคการผลิตเกิดความราบรื่นและต่อเนื่อง (Smoothing Consumption)
สอดคล้องกับแนวโน้มราคายางในตลาดล่วงหน้าโตเกียว (Tokyo Commodity Exchange ; TOCOM) มองไป 5 เดือนข้างหน้าที่ปรับเพิ่มขึ้นเพียงกรอบแคบๆ เฉลี่ยอยู่ในช่วง 204-209 เยน/กก. (ราคาเฉลี่ย ณ ไตรมาส 4 ปี 2560 เท่ากับ 193.83 เยน/กก.) ขณะเดียวกัน The Economist Intelligence Unit (EIU) ได้ประมาณการราคายางแผ่นรมควันของไทยเพิ่มขึ้นเพียงกรอบแคบๆ เช่นกัน เฉลี่ยอยู่ในช่วง 1.45-1.55 ดอลลาร์/กก. (ราคาเฉลี่ย ณ ไตรมาส 4 ปี 2560 เท่ากับ 1.35 ดอลลาร์/กก.)ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งหลังปี 2561 ประเมินว่า ราคายางอาจปรับตัวลดลงจากช่วงครึ่งแรกของปี จากปัจจัยด้านอุปทานยางที่เพิ่มขึ้นมากเป็นสำคัญจากพื้นที่ยางใหม่ที่ทยอยกรีดได้เพิ่มเติม จากที่ได้มีการเร่งปลูกในช่วงปี 2554-2555 รวมถึงมาตรการภาครัฐบางส่วนที่จะสิ้นสุดลง เช่น มาตรการหยุดกรีดในพื้นที่รัฐและมาตรการจำกัด
การส่งออก ซึ่งสิ้นสุดในเดือน มี.ค. 2561รวมถึงมาตรการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานรัฐ ซึ่งสิ้นสุดในเดือน ก.ย. 2561 อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจทำให้ราคายางมีความผันผวนได้ในระยะข้างหน้า ทั้งประเด็นความไม่แน่นอนด้านสภาพอากาศ มาตรการของภาครัฐเพิ่มเติม นโยบายและมาตรการทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก รวมถึงกระแสการเก็งกำไรสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่อาจจะมากขึ้น เป็นต้น







