
อย่าเป็นแค่ขวดใหม่
เตรียมกดปุ่มโครงการใหม่อีกแล้วสำหรับรัฐบาลในชื่อ "โครงการไทยนิยมยั่งยืน"
เตรียมกดปุ่มโครงการใหม่อีกแล้วสำหรับรัฐบาลในชื่อ "โครงการไทยนิยมยั่งยืน" ซึ่งรัฐบาลได้ฤกษ์จะชี้แจงรายละเอียดวันที่ 9 ก.พ.นี้ เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศไทยสู่ความยั่งยืนใน 9 แนวทาง คือ 1.สัญญาประชาคมผูกใจไทยเป็นหนึ่ง 2.คนไทยไม่ทิ้งกันลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย 3.ชุมชนอยู่ดีมีสุขพัฒนาความเป็นอยู่อาชีพและรายได้ 4.วิถีพอเพียง 5.รู้สิทธิ รู้หน้าที่ 6.รู้กลไกการบริหารราชการ 7.รู้รักประชาธิปไตย 8.รู้เท่าทันเทคโนโลยี และ 9.ร่วมแก้ไขยาเสพติด
สำหรับแผนปฏิบัติกำหนด 4 เดือน เริ่มเดือน ก.พ.-พ.ค. 2561 โดยให้กระทรวงมหาดไทยปรับแผนงบประมาณปกติประจำปี 2561 ที่มีอยู่ 857 ล้านบาท กว่า 2.6 หมื่นหมู่บ้าน และให้สำนักงบประมาณพิจารณาสนับสนุนงบประมาณรองรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติให้ครอบคลุมในระดับหมู่บ้านและชุมชนในเขตเทศบาลเมืองและเทศบาลนคร รวมกว่า 8 หมื่นหมู่บ้านและชุมชน
เรียกว่าจะมีการบูรณาการทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และความ มั่นคง ลงพื้นที่ไปพร้อมกันในการแก้ปัญหา โดยจะส่งทีมขับเคลื่อนโครงการไทยนิยมยั่งยืน 7,463 ทีม ลงไปไม่ใช่แค่ระดับจังหวัดที่มีเป้าหมายทั่วประเทศ 76 จังหวัด กว่า 870 อำเภอ กว่า 7,460 ตำบล แต่ครั้งนี้จะลงไปถึงระดับหมู่บ้านและชุมชนรวม 81,084 หมู่บ้านและชุมชน
จะเห็นได้ว่าโครงการไทยนิยมยั่งยืนครั้งนี้ ว่าไปแล้วก็คล้ายกับโครงการอีกหลายโครงการที่ลงไปพัฒนาระดับรากหญ้า หลังจากที่ภาพรวม ของเศรษฐกิจใหญ่ระดับประเทศพ้นจุดต่ำสุดและเริ่มที่จะฟื้น หลังจากที่เศรษฐกิจรวมทั่วโลกประเทศใหญ่มีการฟื้นตัวขึ้นพร้อมกัน ทั้งสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น และยุโรป เห็นได้จากรายได้ของไทยจากภาคท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่อง และภาคส่งออกเซ็กเตอร์ใหญ่ของจีดีพีที่ขยายตัวปีก่อนเกือบ 10%
อย่างไรก็ตาม จากการพ้นจุดต่ำสุดและทยอยฟื้นตัวที่ยังไม่กระจายไปถึงรากหญ้า และราคาพืชผลการเกษตรบางชนิดยังไม่ดี จึงทำให้เศรษฐกิจในระดับรากหญ้า กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการรายกลางรายย่อยหรือเอสเอ็มอี ส่วนใหญ่จึงยังไม่ฟื้นตัว การบริโภคในประเทศจึงยังไม่ขยับมาก
เมื่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังกระจุกตัวอยู่ระดับกลางถึงใหญ่ จึงทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการ โครงการที่อัดฉีดลงไปในระดับรากหญ้ามากขึ้นกว่าเดิมเน้นเศรษฐกิจรวม ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่ได้ผลต่ำกว่าที่ตั้งเป้ามาก ด้วยปัญหาภาคปฏิบัติขั้นตอนต่างๆ เงื่อนไขที่มากมาย วาระที่ซ่อนเร้น จึงทำให้งบประมาณที่ตั้งไว้จะอัดฉีดลงไปเป็นหมื่นเป็นพันล้าน กระจายลงไปน้อยมาก จนหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า หรือโครงการที่ตั้งขึ้นมาส่วนใหญ่ จะเป็นชื่อที่เตรียมไว้ให้พรรคการเมืองที่ตั้งใหม่นำไปใช้ เช่น พรรคประชารัฐ พรรคไทยนิยมยั่งยืน
จากปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด จึงไม่อยากให้โครงการไทยนิยมยั่งยืน เป็นเพียงเหล้าเก่าในขวดใหม่ ที่ขึ้นต้นก็โหมประโคมได้ภาพได้เสียง จากนั้นก็เก็บผักชีที่โรย งานนี้อยากให้ไทยนิยมยั่งยืน เป็นโครงการที่ยั่งยืนสมกับชื่อที่ตั้ง ซึ่งผู้มีอำนาจก็ทราบดีว่า การที่จะให้ท้องถิ่นกลุ่มเกษตรกร กลุ่มรากหญ้าพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ รัฐควรจัดสรรทรัพยากรให้กลุ่มคนที่ด้อยโอกาสกว่าได้เข้าถึงทรัพยากรมากขึ้น เช่น งบประมาณ รัฐสวัสดิการต่างๆ การเข้าถึง การศึกษาที่มีคุณภาพเหมือนคนในเมือง การรักษาพยาบาล การมีส่วนร่วมกับนโยบายใหญ่ ไม่ใช่ใช้อภิปรัชญาไปกำหนด หรือมองว่าคนที่ไม่เคยมี พอได้โอกาสแล้ว จะเกียจคร้าน จะขายที่ทำกินที่รัฐตัดถนนให้ไปซื้อความสะดวก
หากผู้มีอำนาจเปลี่ยนความคิดและจริงใจพัฒนา ก็เชื่อว่าไทยนิยมครั้งนี้คงยั่งยืนได้จริง







