
เร่งรฟท.เปิดพีพีพี7แสนล.
"สมคิด" ตรวจงาน รฟท.เกาะติดเมกะโปรเจกต์ หนุนแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมเมืองหลัก-เมืองรอง
"สมคิด" ตรวจงาน รฟท.เกาะติดเมกะโปรเจกต์ หนุนแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมเมืองหลัก-เมืองรอง รอ คนร.ถกแผนฟื้นฟูเร็วๆ นี้
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายกับผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการลงทุนระบบรางทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง เชื่อม 3 สนามบิน โครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 และพัฒนาเส้นทางเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองหลักและเมืองรอง
นอกจากนี้ ยังติดตามแผนการฟื้นฟูกิจการของ รฟท. ขณะนี้พบว่าสามารถสร้างรายได้จาก 2-3 แหล่ง รวมทั้งสามารถบริหารทรัพย์สินที่มีอยู่ให้สามารถสร้างรายได้มากขึ้น จากการหารือกับ รมว.คลัง ประเมินว่า รฟท.มีศักยภาพในการฟื้นฟูให้องค์กรดีขึ้นกว่าปัจจุบัน โดยให้ รฟท.เตรียมบุคลากรให้พร้อมทั้งด้านจำนวนและประสิทธิภาพเพื่อรองรับการลงทุนระบบรางที่จะเกิดขึ้นอีกมากในอนาคต
ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ในครั้งต่อไปจะเป็นการพิจารณานัดพิเศษ คือ จะพิจารณาเฉพาะแผนการฟื้นฟูกิจการของ 2 บริษัท คือ รฟท.และการบินไทย เพื่อให้ คนร.ได้โฟกัสกับแผนฟื้นฟูของทั้งสองบริษัท จากปกติที่ต้องพิจารณาหลายบริษัท
สำหรับโครงการรถไฟความร่วมมือระหว่างไทย-ญี่ปุ่น เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จากการหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ล่าสุดมีข้อสรุปว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูงและเป็นระบบชินคันเซ็น
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ รฟท.เสนอการปรับโครงสร้างราคาค่าโดยสารรถไฟนั้น ก่อนการปรับขึ้นต้องมีการพัฒนาการบริหารและการบริการให้ดีก่อน ปัจจุบันค่าบริการของรถไฟถือว่าถูกอยู่แล้วการจะปรับขึ้นเชื่อว่าประชาชนรับได้ แต่ต้องพัฒนาการบริการให้ดีก่อน
แหล่งข่าวจาก รฟท.เปิดเผยว่า นายสมคิดได้สั่งการให้ รฟท.ไปเร่งดำเนินโครงการที่ต้องร่วมทุนพีพีพีให้เป็นไปตามแผน โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางต่างๆ ที่มีงบลงทุนกว่า 7 แสนล้านบาท อาทิ โครงการรถไฟไฮสปีด กรุงเทพฯ-หนองคาย โครงการรถไฟ ไฮสปีดกรุงเทพฯ-หัวหิน และโครงการรถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน วงเงิน 2.15 แสนล้านบาท
ด้านการพัฒนาระบบรางในพื้นที่พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้สั่งให้เร่งศึกษาแผนพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อ อาทิ โครงการรถไฟทางคู่เส้นทางแหลมฉบัง-มาบตาพุด-ระยอง-จันทบุรี-ตราด ตลอดจนโครงการรถไฟเชื่อมอีอีซี-ทวาย-กัมพูชา
สำหรับแผนฟื้นฟูกิจการของ รฟท.ได้เสนอโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ โดยจะเก็บค่าแรกเข้า 10 บาท จากนั้นจะคิดค่าโดยสารเพิ่มอีก 50% ตามระยะทาง ส่งผลให้ค่าโดยสารรถไฟชั้น 3 ระยะทาง 0-100 กม. เท่ากับ 0.323 บาท/กม. ทำให้มีรายได้เพิ่ม 30%







