
สั่งธรรมกายคืน58ล.
สหกรณ์ฯ คลองจั่น ได้เงินคืนหลังศาลแพ่งให้วัดพระธรรมกาย และ "ศุภชัย" ชดใช้เกือบหมื่นล้าน
สหกรณ์ฯ คลองจั่น ได้เงินคืนหลังศาลแพ่งให้วัดพระธรรมกาย และ "ศุภชัย" ชดใช้เกือบหมื่นล้าน
ศาลแพ่งพิพากษาว่าให้เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารธนชาตและของธนาคารกรุงไทยพร้อมดอกผลในชื่อบัญชีวัดพระธรรมกาย รวม 58 ล้านบาท ตกเป็นของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
คดีนี้ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นในฐานะผู้คัดค้านการยึดทรัพย์ที่ 1 ได้ระบุว่า นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ สั่งจ่ายเงินที่เป็นของผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งได้มาจากการรับฝากเงิน สะสม หุ้น และดอกผลจากการประกอบธุรกิจของผู้คัดค้านที่ 1 เป็นเงินที่ได้มาโดยสุจริต โดยสหกรณ์ฯ ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดของนายศุภชัย จึงขอให้เงินฝากในบัญชี ดังกล่าวให้ตกกับสหกรณ์ฯ
ทั้งนี้ ศาลแพ่งพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า นายศุภชัยกับวัดพระธรรมกายมีพฤติการณ์ช่วยเหลือเกื้อกูลอุปถัมภ์ค้ำจุนต่อกัน ขณะที่วัดพระธรรมกายและมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ฯ ยังกระทำการอันมีลักษณะหลีกเลี่ยงการรายงานการทำธุรกรรมเป็นระยะเวลาหลายปีหลายครั้ง ส่อแสดงให้เห็นว่ากระทำเพื่อปกปิดลักษณะที่แท้จริงของแหล่งที่มาของเงิน เชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเกิดขึ้น จึงมีคำพิพากษาว่าให้เงินในบัญชีเงินฝากของวัดพระธรรมกาย 4 บัญชี กว่า 58 ล้านบาท ตกเป็นของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น อย่างไรก็ตาม คำพิพากษานี้เป็นเพียงศาลชั้นต้น ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้
นอกจากนี้ ศาลแพ่งยังได้อ่านคำพิพากษาในคดีที่สหกรณ์ฯ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศุภชัยและเจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯ กับผู้รับเงิน รวม 32 คน เป็นจำเลย ในคดีใช้อำนาจเบิกจ่ายเงินด้วยเช็ค รวม 878 รายการ เป็นเงินกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งระบุว่าเป็นการทดรองจ่าย แต่ไม่มีการนำเงินที่เบิกจ่ายมาส่งคืนให้แก่โจทก์
อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คของโจทก์โดยไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ จึงพิพากษาให้นายศุภชัยชำระเงินให้แก่สหกรณ์ฯ จำนวน 9,600 ล้านบาท







