
พรีเมียร์ลีก ช็อปทะลุเพดาน
ราชันเบอร์ 23ปิดตลาดซื้อขายช่วงวินเทอร์เป็นที่เรียบร้อย พรีเมียร์ลีกยังครองแชมป์ช็อปปิ้งมากที่สุดด้วยเม็ดเงิน 430 ล้านปอนด์ (ราว 18,490 ล้านบาท) ตลอดเดือน ม.ค. ทุบสถิติเดิมที่ทำไว้ 205 ล้านปอนด์ (ราว 8,815 ล้านบาท) เมื่อปี 2011 และเป็นที่น่าประหลาดใจยิ่งขึ้นเมื่อพวกเขาใช้เงินซื้อนักเตะในวันสุดท้ายคือวันที่ 31 ม.ค. เป็นเงินมากถึง 150 ล้านปอนด์ (ราว 6,450 ล้านบาท)
ราชันเบอร์ 23
ปิดตลาดซื้อขายช่วงวินเทอร์เป็นที่เรียบร้อย พรีเมียร์ลีกยังครองแชมป์ช็อปปิ้งมากที่สุดด้วยเม็ดเงิน 430 ล้านปอนด์ (ราว 18,490 ล้านบาท) ตลอดเดือน ม.ค. ทุบสถิติเดิมที่ทำไว้ 205 ล้านปอนด์ (ราว 8,815 ล้านบาท) เมื่อปี 2011 และเป็นที่น่าประหลาดใจยิ่งขึ้นเมื่อพวกเขาใช้เงินซื้อนักเตะในวันสุดท้ายคือวันที่ 31 ม.ค. เป็นเงินมากถึง 150 ล้านปอนด์ (ราว 6,450 ล้านบาท)
นักเตะที่ค่าตัวแพงสุดในการซื้อขายครั้งนี้ คือ ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมยอง กองหน้าทีมชาติกาบอง ย้ายจากดอร์ต มุนด์มาอยู่กับอาร์เซนอล ด้วยค่าตัว 56 ล้านปอนด์ (ราว 2,408 ล้านบาท) ถือเป็นตัวเลขสถิติซื้อนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของทีม "ปืนใหญ่" ต่อจาก อเล็กซานเดร ลากาแซตต์ 52 ล้านปอนด์ (ราว 2,236 ล้านบาท) ที่ซื้อมาเมื่อช่วงซัมเมอร์
สถิติวันปิดตลาดนักเตะช่วงเดือน ม.ค.ที่ฮอต ต้องย้อนไปปี 2011 เมื่อ เชลซีคว้าตัว เฟอร์นันโด ตอร์เรส กองหน้าทีมชาติสเปนของลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ ขณะที่ลิเวอร์พูล ซื้อ หลุยส์ ซัวเรซ จากอาแจ๊กซ์ 22.7 ล้านปอนด์ (ราว 976 ล้านบาท) และจ่ายให้ นิวคาสเซิล เพื่อคว้า แอนดี้ แคร์โรลล์ 35 ล้านปอนด์ (ราว 1,505 ล้านบาท) เป็น ปีที่ตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงเดือน ม.ค. มีเงินสะพัดในวันสุดท้าย 135 ล้านปอนด์ (ราว 5,805 ล้านบาท)
7 ปีถัดมา มีการสลับขั้วกองหน้า 3 รายในวันสุดท้าย โอบาเมยอง ย้ายไปอาร์เซนอล และ "เสือเหลือง" ยืม มิตซี บาตชัวยี จากเชลซี ขณะที่ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ไปอยู่กับ "สิงห์บลู"
สำหรับนักเตะที่ค่าตัวแพงสุดในช่วงตลาดซื้อขายเดือน ม.ค.คือ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก ที่ย้ายจากเซาแธมป์ตันมาอยู่กับลิเวอร์พูล ด้วยราคา 75 ล้านปอนด์ (ราว 3,225 ล้านบาท)
ด้านเอฟเวอร์ตันจ่ายเงินให้เบซิคตัส 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,161 ล้านบาท) เพื่อคว้า เซงค์ โตซุน เป็นการทุบสถิติของสโมสร นอกจากนี้ยังได้ตัว ธีโอ วัลค็อตต์ มาจากอาร์เซนอล ด้วยราคา 20 ล้านปอนด์ (860 ล้านบาท) และอดีตมิดฟิลด์ "ปืนโต" ซัดเบิ้ลให้ทีมชนะเลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ถือว่าโชว์ฟอร์มคุ้มค่าตัวทีเดียว
นอกจากนี้ยังมีดีลที่ฮือฮา เพราะเป็นการสลับขั้วระหว่าง อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้าทีมชาติชิลี ที่ย้ายจากอาร์เซนอลไปแมนฯ ยูไนเต็ด สลับกับ เฮนริก มคิตาร์ยาน มิดฟิลด์ "ผีแดง" ที่ย้ายมาอยู่กับ "ปืนโต"
แดน โจนส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจากเดลอยต์ เผยว่า ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2017-18 ที่ทุกทีมยอมจ่ายเงินรวม 1,900 ล้านปอนด์ (ราว 81,700 ล้านบาท) สืบเนื่องมาจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดทีวีที่มากขึ้น
โดยตัวเลขค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในฤดูกาล 2019 อาจมีมูลค่าสูงถึง 5,130 ล้านปอนด์ (ราว 220,848 ล้านบาท) อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ทีมกล้าทุ่ม เงินซื้อนักเตะ เพราะเห็นรายได้มหาศาลรออยู่
น่าจะเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่พรีเมียร์ลีกลุ้นกันสนุกถึงนัดสุดท้าย หัวตารางต้องแย่งโควตาเพื่อไปเล่นฟุตบอลยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล แมนฯ ยูไนเต็ด เชลซี หรือสเปอร์ส เพราะแมนฯ ซิตี้ จองแชมป์ ขณะที่ท้ายตารางต้องดิ้นรนหนีตกชั้น n







