posttoday
เศรษฐกิจกับค่าเงิน

เศรษฐกิจกับค่าเงิน

30 มกราคม 2561

อรุณ จิรชวาลาเรื่องที่ทำให้มีคนแปลกใจกันมากอีกเรื่องหนึ่ง คือ ตลอดปีเศษที่ผ่านมาเงินดอลลาร์สหรัฐได้อ่อนค่าลงเป็นลำดับ โดยได้อ่อนค่าลงเกือบ 20% เมื่อเปรียบกับเงินยูโร คือจากระดับประมาณ 1.04 ดอลลาร์/ยูโร ในช่วงกลางเดือน ธ.ค. 2559 มาอยู่ในระดับ 1.24 ดอลลาร์/ยูโร ในปัจจุบัน และในช่วงเวลาเดียวกันได้อ่อนตัวลงเกือบ 10% เมื่อเปรียบกับเงินเยน คือจาก 118 เป็น 108 เยน/ดอลลาร์ กับอีกเกือบ 10% เมื่อเปรียบกับเงินหยวน คือจาก 6.93 เป็น 6.33 หยวน/ดอลลาร์

อรุณ จิรชวาลา

เรื่องที่ทำให้มีคนแปลกใจกันมากอีกเรื่องหนึ่ง คือ ตลอดปีเศษที่ผ่านมาเงินดอลลาร์สหรัฐได้อ่อนค่าลงเป็นลำดับ โดยได้อ่อนค่าลงเกือบ 20% เมื่อเปรียบกับเงินยูโร คือจากระดับประมาณ 1.04 ดอลลาร์/ยูโร ในช่วงกลางเดือน ธ.ค. 2559 มาอยู่ในระดับ 1.24 ดอลลาร์/ยูโร ในปัจจุบัน และในช่วงเวลาเดียวกันได้อ่อนตัวลงเกือบ 10% เมื่อเปรียบกับเงินเยน คือจาก 118 เป็น 108 เยน/ดอลลาร์ กับอีกเกือบ 10% เมื่อเปรียบกับเงินหยวน คือจาก 6.93 เป็น 6.33 หยวน/ดอลลาร์

เงินดอลลาร์อ่อนค่าทั้งๆ ที่เศรษฐกิจสหรัฐก็ดูเหมือนจะไปได้ดี ความสามารถในการแข่งขันอยู่ในระดับสูง รวมทั้งดอกเบี้ยก็สูงกว่าทั้งเงินยูโรและเงินเยนด้วย

มีนักวิเคราะห์ที่ยืนยันว่า ปัจจัยทางเทคนิคในปัจจุบันบ่งชี้ว่าเงินดอลลาร์จะตกต่ำหนักขึ้นในปี 2561

ผมเองก็ต้องยอมรับว่าในช่วงแรกรู้สึกแปลกใจไม่แพ้คนอื่น เพราะผมยืนยันมาแต่ต้นว่า เศรษฐกิจสหรัฐเข้มแข็ง และเป็นแกนนำให้กับเศรษฐกิจโลก ซึ่งเท่ากับเป็นการแสดงความเชื่อมั่นว่า เงินดอลลาร์มีแนวโน้มจะแข็งค่ามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองย้อนหลัง ผมอธิบายได้ว่าเหตุใดค่าเงินดอลลาร์จึงสวนทางกับความเชื่อของคนส่วนใหญ่ ดังนี้

1.สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินในยุโรปสงบลง ตลอดปีกว่าที่ผ่านมาไม่มีข่าวปัญหาหนี้สินของกรีซ หรือสเปน หรือประเทศใดในยุโรป ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ เศรษฐกิจของเยอรมนีย่อมจะดีมาก บัญชีเดินสะพัดเกินดุลสูงที่สุดในโลก คือเกือบ 3 แสนล้านยูโร/ปี ส่งผลให้ยูโรโซนทั้งหมดเกินดุลเกือบ 4 แสนล้านยูโร/ปี จึงไม่น่าแปลกใจที่ค่าของเงินยูโรจะต้องปรับตัวสูงขึ้น

อีกซีกโลกหนึ่ง จีนยังคงเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่อง และถูกประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาว่าจงใจบิดเบือนค่าเงินหยวนให้ต่ำเพื่อเอาเปรียบสหรัฐทางการค้า รวมทั้งถูกข่มขู่ว่า สหรัฐอาจพิจารณาตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีน ด้วยเหตุนี้ การที่เงินหยวนแข็งค่าขึ้นจึงไม่น่าจะอยู่นอกเหนือความคาดหมายแต่ประการใด

สำหรับญี่ปุ่นแม้จะไม่ถูกกล่าวหารุนแรง แต่ทรัมป์ก็พูดถึงญี่ปุ่นในทำนองเดียวกับจีน รวมทั้งแม้เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะยังย่ำอยู่กับที่ แต่ญี่ปุ่นก็ยังเป็นประเทศที่เกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูง และเกินดุลการค้ากับสหรัฐมาก ประกอบกับหากญี่ปุ่นปล่อยให้ค่าเงินเยนอ่อนลงมากเมื่อเปรียบกับยูโร ก็อาจถูกหลายประเทศในยุโรปเล่นงานได้ จึงต้องปล่อยให้ค่าเงินเยนเมื่อเปรียบกับเงินดอลลาร์แข็งขึ้นบ้าง เช่นกัน

การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ แต่เกิดจากการแข็งค่าตามธรรมชาติของยูโร และจากการจงใจบีบประเทศคู่ค้าของทรัมป์

ในอดีต รัฐบาลสหรัฐมักจะประกาศนโยบายค่าเงินแข็ง ซึ่งบางครั้งก็ทำสำเร็จ บางครั้งก็ล้มเหลว ตัวทรัมป์เป็นนักธุรกิจ และชูนโยบายที่เอื้อต่อธุรกิจมาโดยตลอด หากเขาประสงค์จะสานต่อนโยบายค่าเงินแข็งก็น่าจะทำได้ไม่ยากนัก หากใครวิเคราะห์ย้อนหลัง จะพบว่าในช่วงเดือนแรกหลังจากที่เขาชนะเลือกตั้ง เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมาก ซึ่งอาจเกิดจากความเข้าใจผิดของตลาด แต่ต่อมาเมื่อปรากฏชัดว่าทรัมป์ไม่เห็นประโยชน์ของนโยบายค่าเงินแข็ง ค่าเงินดอลลาร์ก็กลับทิศ และอ่อนลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่บัดนั้น

2.ข้อบ่งชี้ที่สำคัญประการหนึ่ง ว่าการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ครั้งนี้ อยู่บนพื้นฐานของความเข้มแข็ง ไม่ใช่อ่อนแอ มาจากการทะยานขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งของตลาดหุ้น โดยตั้งแต่ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง ดัชนีดาวโจนส์ได้ทำลายสถิติเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า และได้สูงขึ้นมาแล้วประมาณ 40%

ในทางตรงข้าม หากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์เกิดจากความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ ก็จะทำให้เกิดภาวะเงินทุนไหลออก พฤติกรรมของตลาดหุ้นน่าจะต่างจากที่เห็นอย่างสิ้นเชิง

3.ทรัมป์เป็นนักธุรกิจที่ชาญฉลาด เขารู้ดีว่าการใช้นโยบายค่าเงินอ่อนเป็นการช่วงชิงความได้เปรียบทางการค้าที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง รวมทั้งเป็นนโยบายที่ประเทศญี่ปุ่นในอดีต กับประเทศจีนในปัจจุบัน ใช้อย่างได้ผลมาแล้วในการยกระดับการพัฒนาประเทศ

แม้แต่การตัดสินใจเสนอชื่อ เจอโรม พาวเวลล์ เป็นประธานเฟดคนใหม่แทนเจเน็ต เยลเลน ก็เป็นไปได้ที่จะเป็นเพราะพาวเวลล์รับปากจะช่วยทำให้ค่าเงินอ่อนมากกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ

ทรัมป์รู้ตัวดีว่า ในที่สุดชื่อเสียงและความสามารถของเขาจะถูกวัดด้วยเศรษฐกิจและตลาดหุ้น หาใช่การแข็งค่าอย่างฉาบฉวยและเพียงชั่วครู่ชั่วยามของเงินดอลลาร์ไม่ เมื่อดูที่ตลาดหุ้นซึ่งเป็นดัชนีชี้นำทางเศรษฐกิจ จะเห็นได้ชัดว่าทรัมป์ได้ประสบความสำเร็จเกินความคาดหวังของคนส่วนใหญ่แล้ว สำหรับเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่เราจะต้องจับตาดูต่อไป แต่เกือบจะคาดเดาได้ล่วงหน้าว่าทรัมป์จะประสบความสำเร็จเช่นกัน

4.ทรัมป์อาจจะโชคดีที่ขึ้นมามีอำนาจในช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกไม่ถูกรบกวนด้วยปัญหาเงินเฟ้อ ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง ไม่ทำให้ค่าครองชีพของชาวอเมริกันสูงขึ้น หรือทำให้สินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพมีราคาสูงขึ้น มิฉะนั้น เขาอาจถูกตำหนิได้ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ค่าเงินอ่อน

ผู้นำในอดีตของสหรัฐอีกหลายคนอาจไม่มีทางเลือกเหมือนที่ทรัมป์มี

5.สำหรับประเทศไทย ค่าเงินบาทของเราตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ธ.ค. 2016 ถึงปัจจุบันได้แข็งค่าขึ้นมาประมาณ 13-14% เมื่อเปรียบกับเงินดอลลาร์ ซึ่งหมายถึงอ่อนลงหลายเปอร์เซ็นต์เมื่อเปรียบกับเงินยูโร แต่แข็งขึ้นเมื่อเปรียบกับเงินเยน เงินหยวน และเงินสกุลอื่นๆ เกือบทั่วโลก

ผมได้ยินเสียงบ่นของผู้ส่งออกหลายคน บ้างเดือดร้อนเพราะรายได้ตก บ้างเป็นกังวลว่าของจะขายยากขึ้น ที่เขารู้สึกว่าน่ากลัวเป็นพิเศษคือการแข็งค่าของเงินบาทอย่างรวดเร็วในช่วงหลัง

แต่ดูเหมือนธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. จะไม่ใคร่ใส่ใจกับความเดือดร้อนของคนเหล่านี้ รวมทั้งไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างค่าเงินกับเศรษฐกิจ ไม่คำนึงว่าค่าเงินแข็งอาจมีผลทำให้เศรษฐกิจและการส่งออกของประเทศไม่ขยายตัวเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งผมต้องยอมรับว่าผมชื่นชมความเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเองของ ธปท. ที่ไม่ยอมให้การเมืองเข้ามาแทรกแซง

ผมเพียงอยากขอให้ ธปท.เปิดใจให้กว้างขึ้น ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างค่าเงินกับเศรษฐกิจให้ถ่องแท้มากขึ้น เพื่อที่จะได้ดำเนินนโยบายการเงินที่เอื้อต่อเศรษฐกิจของประเทศต่อไป n

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก