posttoday
ซีไอเอ็มบีชี้หุ้นไทยแพง

ซีไอเอ็มบีชี้หุ้นไทยแพง

30 มกราคม 2561

บลจ.ซีไอเอ็มบีฯ แนะกลยุทธ์ลงทุนปี 2561 หาจังหวะปรับพอร์ตถือเงินสด รอซื้อช่วงหุ้นปรับฐาน หุ้นไทยค่อนข้างแพง เหลืออัพไซด์น้อย

บลจ.ซีไอเอ็มบีฯ แนะกลยุทธ์ลงทุนปี 2561 หาจังหวะปรับพอร์ตถือเงินสด รอซื้อช่วงหุ้นปรับฐาน หุ้นไทยค่อนข้างแพง เหลืออัพไซด์น้อย

นายวิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบี พรินซิเพิล เปิดเผยว่า สำหรับการลงทุนปีนี้แนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุนของกลุ่มหลักทรัพย์ตามเดิม และกระจายเงินลงทุนในหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก โดยระหว่างทางอาจจะปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อทำกำไรส่วนหนึ่งในตลาดหุ้นหรือกองทุนที่ราคาปรับขึ้นไปสูงแล้ว เพื่อเตรียมเงินไว้รอลงทุนในจังหวะที่ตลาดอื่นปรับฐาน

สำหรับตลาดหุ้นไทยปีนี้ด้วยราคาหุ้นที่ค่อนข้างแพง หลังจากปีก่อนหุ้นในผลตอบแทน 13.7% ราคาปิดต่อกำไร (พี/อี) ที่ 15.7 เท่า แต่ใกล้เคียงกับพี/อี ของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค คาดว่าตลาดมีทิศทางขาขึ้น หรืออัพไซด์จำกัด อย่างไรก็ดีซีไอเอ็มบีฯ ยังเชื่อมั่นในการเลือกหุ้นรายตัว โดยยังคงเน้นหุ้นกลุ่มบริโภคในประเทศ การท่องเที่ยว โรงพยาบาลและสาธารณปูโภค

"ตลาดหุ้นปีนี้ไม่คิดว่าดีกว่าปีก่อน แต่มองไปข้างหน้า 3-5 ปี หุ้นยังเป็นขาขึ้น แต่อาจผันผวนระหว่างปีนี้และปีหน้าแนะนำให้ปรับพอร์ต คัดเลือกสินทรัพย์ที่ดี และกระจายความเสี่ยงการลงทุน" นายวิน กล่าว

ทั้งนี้ ซีไอเอ็มบีมีมุมมองต่อการลงทุนในหุ้นโลกว่า เน้นหุ้นโตเร็วในตลาดประเทศเกิดใหม่ รอจังหวะลงทุนเพิ่มเมื่อตลาดปรับฐาน

ขณะที่การลงทุนในตราสารหนี้โลก เน้นพันธบัตรรัฐบาลของตลาดประเทศเกิดใหม่ ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงและเศรษฐกิจยังฟื้นตัวดี สินทรัพย์ทางเลือก กระจายการลงทุนในเอเชียแปซิฟิก คาดหวังผลตอบแทนประมาณ 5-6% ต่อปี

นายวิน กล่าวต่อว่า สำหรับในปีนี้ผู้ลงทุนอาจทยอยปรับพอร์ตให้ต่อเนื่อง หรือรีบาลานซ์ ด้วยการขายทำกำไรหุ้นที่ราคาปรับขึ้นเกินพื้นฐานแล้วนำเงินไปลงทุนหุ้นที่ยังมีราคาเหมาะสม เช่น หากเลือกพอร์ตสร้างการเติบโตแล้วสัดส่วนหุ้นต่างประเทศโตขึ้นตามราคาตลาดเป็น 35% อาจจะทำกำไรบางส่วนให้สัดส่วนลดลงเหลือ 30% เท่าเดิม หรือหากตลาดหุ้นผันผวน ให้สัดส่วนหุ้นต่างประเทศลดลงเหลือ 25% ก็อาจเพิ่มเงินลงทุนให้เป็น 30% เท่าเดิม วิธีการนี้ช่วยให้สามารถปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องภาวะตลาดการลงทุน

นอกจากนี้ บริษัทยังคงแนะจัดพอร์ตลงทุนแบบกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์ (2560-2562) ทั้ง 5 พอร์ต ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าผู้ลงทุนมีระยะเวลาการลงทุนตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ตัวเลขผลตอบแทนคาดหวังในกรณีฐาน (Base Case) จึงเป็นผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ยต่อปี โดยมีระยะเวลาการลงทุน 10 ปี ขึ้นไปเช่นกัน จึงมีโอกาสที่ผลตอบแทนบางปีจะสูงกว่ากรณีฐาน (เช่นปี 2560) และมีโอกาสที่บางปีต่ำกว่า ซึ่งผลตอบแทนเฉลี่ยทั้ง 5 พอร์ตในปี 2560 สูงสุดอยู่ที่ 13.98% และต่ำสุดอยู่ที่ 2.38%

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน