"เมื่อแจ็คต้องสู้กับยักษ์" 3ข้อต้องรู้เมื่อธุรกิจเล็กต้องแข่งกับรายใหญ่
เมื่อธุรกิจเล็กๆไม่ได้เสียเปรียบรายใหญ่เสมอไป เพราะหากรู้จักใช้จุดแข็งให้ถูกทางก็สามารถเติบโตขึ้นได้เช่นกัน...
เมื่อธุรกิจเล็กๆไม่ได้เสียเปรียบรายใหญ่เสมอไป เพราะหากรู้จักใช้จุดแข็งให้ถูกทางก็สามารถเติบโตขึ้นได้เช่นกัน...
ยุคนี้หลายคนตัดสินใจเริ่มต้นทำธุรกิจเองแทนที่จะเป็นลูกจ้างรับเงินเดือน แต่หากธุรกิจที่ทำมีรายใหญ่ในตลาดอยู่แล้วล่ะ จะสามารถแข่งขันได้หรือไม่
จริงๆแล้วธุรกิจเล็กๆนั้นก้มีจุดแข็งและข้อได้เปรียบรายใหญ่หลายข้อ หากรู้จักใช้จุดแข็งเหล่านั้นให้ถูกที่ถูกทางก็จะช่วยให้สามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้เช่นกัน
วันนี้มี 3 เคล็ดลับจาก จาก เว็บไซต์ helpster.asia ที่ทำให้ธุรกิจเล็กๆ จะสามารถสู้กับพี่ยักษ์ได้มาฝากกัน
1.ธุรกิจเล็กแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญในตลาด
เมื่อคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในตลาดของคุณ คุณก็เข้าใจว่าผู้บริโภคต้องการอะไร ผู้บริโภคจะมาหาคุณ เพราะเขารู้ว่าคุณเข้าใจเขา เขาเชื่อว่าคุณรู้ว่าเขาต้องการอะไร แล้วยังสามารถแก้ปัญหาให้เขาได้ เพราะคุณและเขาเป็นธุรกิจเล็กเหมือนกันเลยเข้าใจกัน ส่วนบริษัทพี่ยักษ์บางทีก็มองไม่เห็นในจุดนี้
2.ตัวจริง ไม่ก๊อบใคร
เมื่อคนบอกว่าคุณเป็นของจริงแล้ว คุณก็ไม่ต้องกังวลกับข้อกังขาว่าคุณเป็นของปลอม หรือหลอกคนอื่นมา เรื่องราวของ airbnb ที่มาจาก Joe กับ Brian สองหนุ่มต้องการหาคนหารค่าเช่าห้องพักเขาเลยสร้าง airbnb ขึ้นมา แล้วไอเดียนี้ก็บรรเจิดประสบความสำเร็จมาก ผู้คนทั่วโลกใช้ Platform ของเขา เพราะเขาเข้าใจและเชี่ยวชาญเรื่องการให้เช่าพื้นที่ ถึงแม้เขาจะทำหน้าที่เดียวกับนายหน้าปล่อยเช่าบ้านหรือคอนโด แต่ airbnb ก็ผ่านกระบวนการคิดและการพัฒนาของเขา จึงทำให้ธุรกิจเล็กๆ ของเขามีบริการที่แตกต่างไม่เหมือนใคร
เพราะคุณภาพทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ว่าคุณทำธุรกิจอะไรก็ไม่สามารถทำแบบลวกๆ ได้ การที่เราใส่ใจในคุณภาพทำให้ธุรกิจเราสามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง ตัวอย่างการเติบโตอย่างมั่นคงของธุรกิจเล็กๆ คือ Natalie’s Orchid สวนส้มแห่งหนึ่งในอเมริกา Marygrace Sexton ได้รับมรดกจากคุณแม่ แต่เธอได้ปรับสูตรคุณแม่จากมีน้ำตาล สารกันเสีย โซเดียม เพิ่มเติมให้รสชาติดี ก็ปรับให้เป็นน้ำส้มคั้นบริสุทธิ์ ทำให้เธอมียอดขายมากกว่าสมัยคุณแม่ถึง 10 เท่าตัว







