posttoday
'แสนสิริ' ทุบสถิติ ลุยเปิดตัว 6.3 หมื่นล.

'แสนสิริ' ทุบสถิติ ลุยเปิดตัว 6.3 หมื่นล.

28 มกราคม 2561

อรวรรณ จารุวัฒนะถาวรเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง สำหรับบรรดานักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายเล็ก กลาง และใหญ่ แต่การแข่งขันค่อนข้างรุนแรงสำหรับบรรดาค่ายใหญ่ในตลาดที่ต่างปรับตัว พร้อมขยายฐานตลาดในทุกเซ็กเมนต์รวมไปถึงเพิ่มสัดส่วนลูกค้าจากต่างชาติมากขึ้น

อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร

เดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง สำหรับบรรดานักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายเล็ก กลาง และใหญ่ แต่การแข่งขันค่อนข้างรุนแรงสำหรับบรรดาค่ายใหญ่ในตลาดที่ต่างปรับตัว พร้อมขยายฐานตลาดในทุกเซ็กเมนต์รวมไปถึงเพิ่มสัดส่วนลูกค้าจากต่างชาติมากขึ้น

อุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ เปิดเผยว่า แผนการพัฒนาโครงการในปีนี้ถือว่าเป็นการเปิดตัวมากสุดรวม 31 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 6.3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 12 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 53% บ้านเดี่ยว 8 โครงการ มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 32% ทาวน์เฮาส์ 11 โครงการ มูลค่า 9,600 ล้านบาท สัดส่วน 15% โดยราคาขายทั้งแนวราบและสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 ล้านบาท

ทั้งนี้ การหันมารุกตลาดทาวน์เฮาส์มากขึ้นนั้น ก็เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์คนรุ่นใหม่มีความต้องการทาวน์เฮาส์ในตลาดสูงขึ้น เนื่องจากราคาที่ดินมีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ราคาขายจะอยู่ที่ล้านปลายถึง 3 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าแผนลงทุนร่วมกับบีทีเอสและโตคิว กรุ๊ป ในการพัฒนาอีก 4-6 โครงการ มูลค่ารวมราว 1.2-1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีราคาขาย 2-10 ล้านบาท เป็นกลุ่มระดับกลางและล่าง ปัจจุบันมีแบ็กล็อกหรือยอดขายรอรับรู้รายได้ราว 7,000 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ในปีนี้ทั้งหมด โดยโครงการร่วมทุนมีที่ดินรอการพัฒาแล้วทุกแปลง รวมทั้งยังมีแผนเปิดโครงการที่พักอาศัย The Standard Residence และ Monocle Residence อีกด้วย

ในส่วนกลุ่มธุรกิจใหม่อย่าง JustCo ธุรกิจโคเวิร์กกิ้งสเปซ บริษัทเตรียมเปิด 4 สาขา โดยจะเปิด 2 สาขาแรกที่อาคาร เอไอเอ สาทร ในเดือน พ.ค. และอาคารออล ซีซั่นส์ เพลส ในเดือน ส.ค.นี้ พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้ลูกบ้านแสนสิริเข้าใช้บริการ ส่วน Hostmaker จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการอสังหาฯ ให้แก่ลูกบ้านและสร้างเพิ่มความสามารถการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ

อุทัย กล่าวถึงการรุกตลาดในต่างจังหวัดว่า ในปีนี้บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่ใน 6 จังหวัดเมืองท่องเที่ยว คือ เชียงใหม่ หัวหิน ภูเก็ต หาดใหญ่ พัทยา และขอนแก่น โดยขอนแก่นเป็นมิกซ์ยูสแนวราบ ส่วนที่เหลือเป็นคอนโด เนื่องจากสต๊อกเหลือขายเหลือน้อยทำให้ต้องเติมโครงการใหม่เข้าไป

ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้ในตลาดต่างประเทศ โดยตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นถึง 40% จากปี 2560 อยู่ที่ 9,300 ล้านบาท เป็น 1.3 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและเอเชีย โดยล่าสุดบริษัทได้เปิดออฟฟิศในต่างประเทศเพิ่มขึ้นแห่งที่ 6 ที่ฮ่องกง รวมทั้งกำลังมองความเป็นไปได้ที่จะขยายสู่ตลาดใหม่ เช่น เกาหลี ไต้หวัน และในญี่ปุ่น มากขึ้น

อย่างไรก็ดี การเปิดตัวโครงการใหม่มากสุดเป็นประวัตการณ์เป็นส่วนหนึ่งของการรุกธุรกิจครั้งสำคัญเพื่อก้าวแกร่งสู่โรดแมปการดำเนินธุรกิจ "Tomorrow is Unfolded" ภายใต้ 7 กุญแจสำคัญ ได้แก่ 1.รุกกว้างตลาดต่างชาติ 2.ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำทั้งไทยและระดับโลก 3.ลุยตลาดทาวน์เฮาส์ 4.เปิดตัวคอนโดรูปแบบใหม่แบรนด์ใหม่ 5.การรุกพัฒนาดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่นในทุกด้าน 6.เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรด้วยวิธีการทำงานแบบ Agile เพื่อการเติบโตแบบก้าวกระโดด และ 7.มุ่งผลักดันวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงในทุกมิติ

ด้าน วันจักร์ บุรณศิริ ประธาน ผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ กล่าวถึงความคืบหน้าการซื้อขายโครงการนิมิตร หลังสวน และห้องชุดที่พักอาศัยโครงการเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก ในโครงการมหานครจากบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น นั้นจากการได้มีการขยายเวลาตรวจสอบทรัพย์สินที่จะซื้อขาย ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 5 ก.พ. 2561 ทางแสนสิริเห็นว่ายังมีเงื่อนไขอีกหลายประการ เช่น ราคาที่อาจต้องปรับให้เหมาะสมกับทรัพย์สิน เป็นต้น จึงให้เพซไปทบทวนกลับมานำเสนออีกครั้งในวันที่ 5 ก.พ.นี้ แต่หากยังไม่บรรลุข้อตกลงก็อาจขยายเวลาออกไปอีก

อย่างไรก็ดี ในปีนี้บริษัทเตรียมออกหุ้นกู้อีกราว 3,000 ล้านบาท และวางงบซื้อที่ดินปีนี้ 1.5 หมื่นล้านบาท ส่วนในไตรมาสแรกปีนี้เตรียมเปิด 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ได้แก่ โครงการบุราสิริ พัฒนาการ 162 ยูนิต มูลค่า 2,400 ล้านบาท โครงการบุราสิริ บางนา 294 ยูนิต มูลค่า 2,200 ล้านบาท โครงการเศรษฐสิริ พหล-วัชรพล 278 ยูนิต มูลค่า 3,600 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียมเดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง 1,287 ยูนิต มูลค่า 4,600 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในปีนี้จะเห็นแบรนด์ใหม่ในเซ็กเมนต์คอนโดอีก 4 โครงการ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ (มิลเลนเนียล) โดยมีความแตกต่างด้วยดีไซน์เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตรอบด้าน นอกจากนี้ยังมีการสร้าง Lab Room และ Lab House ที่เราเรียกเป็นการภายในว่า Haus 2025 สำหรับการทดสอบห้องและบ้านเพื่ออนาคต โดยรวมถึงการทดสอบนวัตกรรมและเทคโนโลยีอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ปีนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายสำหรับแสนสิริ ด้วยทิศทางการรุกตลาดเต็มสปีดด้วยเป้าพรีเซล 4.5 หมื่นล้านบาท สูงที่สุดจากทุกปี ซึ่งจาก เทรนด์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ปัจจัยเกื้อหนุนในทางบวก รวมทั้งทิศทางที่เป็นรูปธรรมในการดำเนินธุรกิจสำหรับปี 2561 บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายพรีเซลที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน

ขณะที่บริษัทยังพร้อมเดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ให้แก่วงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ผ่านโครงการแนวใหม่ หรือนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงการสร้างแบรนด์แสนสิริเป็นที่น่าจับตามองในตลาดต่างประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ ด้วยแนวโน้มทางบวกในปีนี้ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจมหภาพที่เติบโต คาดว่าจีดีพีจะโตได้ 4% อีกทั้งความชัดเจนทางการเมืองที่คาดว่าจะมีการเลือกในเร็วๆ นี้ รวมทั้งการบุกตลาดต่างประเทศน่าจะทำให้บริษัทสามารถแตะยอดขาย 5 หมื่นล้านบาท อย่างไม่ยากในปี 2562

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ