
ดัชนีเอสเอ็มอีขยับลงทุนฟื้น
เผยดัชนีความสามารถในการแข่งขันเอสเอ็มอีไทยกระเตื้อง สะท้อนสัญญาณลงทุนเริ่มฟื้น
เผยดัชนีความสามารถในการแข่งขันเอสเอ็มอีไทยกระเตื้อง สะท้อนสัญญาณลงทุนเริ่มฟื้น
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีสถานการณ์ธุรกิจเอสเอ็มอีและดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอีประจำไตรมาส 4/2560 จาก 1,202 ตัวอย่าง พบว่า ดัชนีความสามารถในการแข่งขันอยู่ที่ 47.9 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 0.2 จุด ซึ่งมาจากค่าดัชนีสถานการณ์ธุรกิจที่อยู่ 42.3 เพิ่มขึ้น 1.2 จุด โดยทั้งสต๊อกวัตถุดิบและหนี้สินต่อทุนดีขึ้น เช่นเดียวกับสภาพคล่องและยอดขายที่ปรับเพิ่มขึ้น
ขณะที่ดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจอยู่ที่ 50.2 ปรับตัวลดลง 0.1 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากมีต้นทุนต่อหน่วยและต้นทุนเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น ส่วนดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจอยู่ที่ 51.2 ปรับลดลง 0.5 จุด แต่อยู่ในระดับเกิน 50 สะท้อนให้เห็นว่าเอสเอ็มอีไทยมีการปรับตัวทั้งในด้านคุณภาพ และเริ่มเห็นสัญญาณการลงทุนเพิ่มในด้านของการตลาดและไอที เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุค 4.0
นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยยังเชื่อว่าเศรษฐกิจมหภาคของไทยในปีนี้เริ่มฟื้นตัว ดีขึ้นแล้ว จากดัชนีสถานการณ์เอสเอ็มอี ที่ปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ยังต่ำกว่าระดับ 50 ทำให้ เห็นว่าเป็นการฟื้นตัวแบบกระจุก ซึ่งต้องใช้เวลาและคาดว่ายอดขายของเอสเอ็มอีจะกลับมาดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ เช่นเดียวกับที่จะเห็นค่าดัชนีกลับมาระดับ 50 และผู้ประกอบการจะเริ่มรับรู้กำไรชัดเจนในไตรมาส 4/2561
"ได้เห็นสัญญาณการปรับตัวของ เอสเอ็มอีไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องผลกระทบจากค่าแรงขั้นต่ำ และกระแสธุรกิจ 4.0 ด้วยการให้ความสำคัญกับ การลงทุนด้านการตลาดและเทคโนโลยี (ไอที) มากขึ้น จึงเชื่อว่าเอสเอ็มอีไทยจะสามารถปรับตัวได้ในระยะยาว" นายธนวรรธน์ กล่าว
นอกจากนี้ หอการค้าไทยยังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังสามารถขยายตัวได้ในกรอบ 4.2-4.5% และคาดว่าจีดีพีของเอสเอ็มอีปีนี้จะอยู่ที่ 4.4-4.7% โดยรายเล็กจะอยู่ที่ 4.3-4.6% รายกลางอยู่ที่ 4.4-4.8%
ทั้งนี้ ยอมรับว่าการปรับขึ้นค่าแรง ขั้นต่ำ 5-22 บาท/วัน จะส่งผลให้ต้นทุนของธุรกิจเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นทันที แต่เชื่อว่าเอสเอ็มอีจะปรับตัวได้ด้วยการไม่จ้างงานเพิ่มขึ้น หรือเอาเครื่องจักรเข้ามาช่วย รวมทั้งทำเอง แต่ยังไม่ถึงขั้นเลิกจ้างงานในปีนี้และยิ่งได้มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐเข้ามาช่วยก็จะยิ่งทำให้ปรับตัวและฟื้นตัวได้ดีขึ้น







