posttoday
สินค้านำเข้าแข่งเดือด

สินค้านำเข้าแข่งเดือด

28 มกราคม 2561

โพสต์ทูเดย์ - กูร์เมท์ วัน ฟู้ดส์ เผยภาพรวมธุรกิจสินค้านำเข้าแข่งขันสูง หลังร้านอาหารเปิดใหม่ในไทยเพิ่มขึ้น

โพสต์ทูเดย์ - กูร์เมท์ วัน ฟู้ดส์ เผยภาพรวมธุรกิจสินค้านำเข้าแข่งขันสูง หลังร้านอาหารเปิดใหม่ในไทยเพิ่มขึ้น

น.ส.พัชรินทร์ เหมอังกูร กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท กูร์เมท์ วัน ฟู้ดส์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าสินค้าอาหารระดับพรีเมียม เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจสินค้านำเข้าในปีนี้ยังคงมีการแข่งขันที่สูงต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา เพราะประเทศไทยมีร้านอาหารเปิดใหม่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายมองเห็นโอกาสในการเข้ามาทำธุรกิจสินค้านำเข้า เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าร้านอาหารและโรงแรมต่างๆ

นอกจากนี้ยังพบว่าปัจจุบันผู้ประกอบการร้านอาหารส่วนหนึ่งหันมาสนใจ นำเข้าวัตถุดิบด้วยตัวเองมากขึ้น เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ จึงทำให้ภาพรวมธุรกิจสินค้านำเข้ายังคงมีการแข่งขันที่รุนแรง

อย่างไรก็ดี แม้ว่าธุรกิจสินค้านำเข้าจะมีการแข่งขันที่รุนแรง แต่บริษัทก็ ไม่มีความกังวลในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากบริษัทมีจุดเด่นในด้านของสินค้านำเข้า โดยเฉพาะวัตถุดิบคุณภาพที่นำมาประกอบอาหาร นอกจากนี้สินค้าของบริษัท ได้รับมาตรฐาน ISO และ GMP รวมไปถึงการมีรถห้องเย็นไว้คอยบริการลูกค้าครอบคลุมทุกความต้องการตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ จึงทำให้ลูกค้ามั่นใจในบริการ

สำหรับแผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทมีแผนเพิ่มรถห้องเย็นขนาดเล็กอีก 5 คัน ภายใต้งบลงทุนประมาณ 5 ล้านบาท หลังจากปี 2560 ที่ผ่านมาได้เพิ่มรถห้องเย็นในรูปแบบรถสิบล้อไปแล้ว 2 คัน เพื่อทำการขนส่งสินค้าไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย

"ปัจจัยที่ทำให้บริษัทหันมาให้ความสำคัญกับรถห้องเย็นขนาดเล็กมากขึ้น เพราะรถห้องเย็นขนาดใหญ่อย่างรถ สิบล้อมีข้อจำกัดในด้านของเวลาการขนส่ง ทำให้ไม่ได้รับความสะดวกในการจัดส่งสินค้า เมื่อเทียบกับรถห้องเย็นขนาดเล็กที่สามารถวิ่งขนส่งสินค้าได้ทุกเวลา ทำให้มีความสะดวกและรวดเร็วในการจัดส่ง" น.ส.พัชรินทร์ กล่าว

ขณะเดียวกัน บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างศูนย์กระจายสินค้าในตลาดต่างจังหวัด ส่งผลให้ปัจจุบันมีศูนย์กระจายสินค้าครอบคลุมทั่วประเทศจำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และสมุย ซึ่งการที่บริษัทไม่มีศูนย์กระจายสินค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เพราะใช้ระบบการขนส่งจากกรุงเทพฯ ไปจัดส่งในภาคดังกล่าวเป็นหลัก

น.ส.พัชรินทร์ กล่าวอีกว่า ในด้านของการทำการตลาดปีนี้จะเน้นการทำโปรโมชั่นและกิจกรรมส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่จะให้ความสำคัญ คือ การเชิญเชฟที่มีชื่อเสียงจากโรงแรมชื่อดังเข้ามาร่วมกิจกรรมทำอาหาร เพื่อกระตุ้นความสนใจลูกค้าให้กลับมาซื้อสินค้าของบริษัท

ทั้งนี้ หลังจากเดินหน้าทำการตลาดตามแผนงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปี 2561 นี้จะมีรายได้กลับมาเติบโตได้ในตัวเลข 2 หลัก เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีรายได้เติบโตเพียง 1 หลักเท่านั้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

ด้านการทำกิจกรรมเพื่อสังคมบริษัทก็ให้ความสำคัญเช่นกัน โดยล่าสุดได้เตรียมจัดงานดินเนอร์การกุศลประจำปี 2561 "บางกอก เชฟ แชร์ริตี้" ครั้งที่ 9 เพื่อหารายได้จากการขายบัตรนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือผู้ขาดแคลนและยากไร้

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว