posttoday
มุมมองประเด็น ทุจริต-กลไกสังคม (1)

มุมมองประเด็น ทุจริต-กลไกสังคม (1)

25 มกราคม 2561

ดร.ปิยะพันธ์ ทยานิธิ หัวใจในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (Corruption) หรือแม้แต่การฉกฉวยประโยชน์อันมิควรได้ (Exploitation) อยู่ที่การกระทำคือ คิด พูดและทำ ซึ่งต้องกระชับขยับขยายนิยามตามวงแหวนวัฒนธรรม (Cultural Rings) ให้เข้มขึ้นอย่างเหมาะสม กำจัดขัดขวางเงื่อนไขเบื้องต้นของทุจริต (Basic Conditions of Fraud) และกำกับขนาบวงจรพฤติกรรมสามัญ (Common Conduct Cycle) กีดกั้นการเคลื่อนสู่เส้นทางวิบัติให้ได้ทันท่วงที

ดร.ปิยะพันธ์ ทยานิธิ

หัวใจในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (Corruption) หรือแม้แต่การฉกฉวยประโยชน์อันมิควรได้ (Exploitation) อยู่ที่การกระทำคือ คิด พูดและทำ ซึ่งต้องกระชับขยับขยายนิยามตามวงแหวนวัฒนธรรม (Cultural Rings) ให้เข้มขึ้นอย่างเหมาะสม กำจัดขัดขวางเงื่อนไขเบื้องต้นของทุจริต (Basic Conditions of Fraud) และกำกับขนาบวงจรพฤติกรรมสามัญ (Common Conduct Cycle) กีดกั้นการเคลื่อนสู่เส้นทางวิบัติให้ได้ทันท่วงที

ความสัมพันธ์ระหว่างจิต (Core) ภายใน กับจริต (Conduct) ภายนอก มีวัฒนธรรมเป็นแหล่งบ่มเพาะจริต และมีสามเหลี่ยมจิตสำนึก (A Spirit Triangle) เป็นแก่นกลางเหนี่ยวนำยึดเหนี่ยวจิตใจ อันเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่จะนำสังคมมุ่งตรงไปสู่ดินแดนที่ห่างไกลทุจริต ซึ่งอาจอยู่ไกลจนถึงไร้ทุจริตได้สักวันหนึ่ง เส้นทางนั้นเรียกว่า ระบบกลไกสังคม (Social System) หรือเส้นทางธรรมดา (Routine) ครอบคลุมองค์ประกอบหลัก ได้แก่ สถาปัตยกรรมโครงสร้าง (Structure) สัณฐานรูปลักษณ์ (Style) สถานการณ์ขั้นตอน (Sequence) สาระหน้าที่ (Substance) และสำนึก (Spirit) บนรากฐานของวัฒนธรรม (Foundation of Culture) กล่าวคือ แก้ที่เกิด คือการปรุงแต่งจิตกับจริต

ดั่งพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตอนหนึ่งว่า "คนที่รักษาความจริงใจต่อตนเองไว้ได้มั่นคง จะไม่เป็นคนสับปลับ หากแต่เป็นคนที่หนักแน่นเที่ยงตรง ทำอะไรตามกฎเกณฑ์ตามระเบียบตามเหตุผลและความถูกต้องเป็นธรรม" และอีกตอนโดยย่อว่า "ถ้าพอในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย...ทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภ"

คติหลักสามเกลียว (A 3-Strand Principle) แสดงแก่นแท้พฤติกรรมความคิด (Core Norm) ของชีวิตเป็นสัมมาทิฏฐิ ด้วยแนวคิดตั้งต้นที่ดี (Good Conception) ตามหลักโอวาทปาติโมกข์ (Ovada Patimokkha) ประกอบด้วย เกลียวแรก ทิ้งชั่ว ห้ามทำ (Purge-Protect) ละลดเลิก ไม่ทำเองและยับยั้งต่อต้านผู้อื่นในสิ่งชั่วร้ายไม่ดี ให้โทษ อันมิควร (Stop Blemish) เกลียวที่สอง ทำดี ให้ทำ (Produce-Promote) กระทำเองและสนับสนุนส่งเสริมผู้อื่นในสิ่งดีงาม ให้คุณ อันควร (Stress Boon) และเกลียวที่สาม ทันจิต หาธรรม (Purify-Procure) แสวงหาและรักษาดุลยภาพความสมดุลพอดี จิตใจผ่องใส สะอาดสงบสว่าง (Strike Balance) เป็นสามเกลียว (3PP หรือ 3SB) ในทุกระดับสังคมแบบควบรวมผสมผสาน (Coexistent) ตั้งแต่ค่านิยมบุคคล กลุ่มคน องค์กร สังคม ถึงค่านิยมประเทศชาติ ตั้งแต่วัฒนธรรมองค์กร ถึงวัฒนธรรมชาติ

การจัดระดับสังคม (Social Anatomy) มีทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยทั่วไปตามอัตลักษณ์ทางสังคม (Social Subjectivity) เริ่มจากตัวเองในตัว (Self) กับคนอื่นนอกตัว (Other) จากวงใน ข้างตัวและใกล้ตัว ถึงวงนอกรอบตัว เลยออกไปเป็นวงกว้าง ห่างตัวและไกลตัว ทั้งนี้ อาจ จัดระดับสังคมตามเอกลักษณ์ทางสังคม (Social Identity) ได้แก่ บุคคล (Individuality) กลุ่มชน (Entity) เช่น องค์กร เป็นต้น กลุ่มสังคม (Commu nity) สังคม (Society) และชาติ (Nationality)

หากจัดระดับสังคมตามสัมพันธลักษณ์ทางสังคม (Social Connectivity) เริ่มจากส่วนตัว (Centrality) เป็นตัวตนตัวเอง เป็นศูนย์กลาง (Center) ของโลก ตามด้วยส่วนเลือก (Selectivity) ตัดสินใจชี้ทางชีวิต นำไปสู่ผลลัพธ์การจำแนกสองแบบ แบบแรก แยกระหว่างส่วนเล็กส่วนน้อย (Minority) กับส่วนใหญ่ส่วนมาก (Majority) สอดคล้อง (Congruent) หรือคล้อยตาม (Compliant) แบบหลัง แยกระหว่างส่วนต่าง (Diversity) กับส่วนร่วม (Commonality) เหมือนกันด้วยกันพร้อมกัน (Common) และสุดท้าย ส่วนรวม (Collectivity) ประกอบกันผสมกันกลมเกลียวกันทั้งหมดทั้งสิ้น มีได้มีเสียเหมือนกัน (Complete) เสมือนหนึ่งเดียว (As One)

สาระกลไกสังคม (Social Substance) สำหรับการดำเนินชีวิตปกติธรรมดา ยึดคติหลักสามเกลียวเป็นวัตถุประสงค์ชีวิต (Life Purpose) คือเข็มทิศจิตใจ (Core Compass) โดยใช้กล้องส่องทิศนำทาง (Guiding Mastery) สู่ความเป็นเลิศเต็มศักยภาพตามอัตภาพของตน (Excellence) ในชีวิตทุกด้านรอบด้าน มีสามส่วนประกอบหลัก ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา ตามหลักไตรสิกขา (Triangular Studies) มรรคคือทางสายกลาง พร้อมกับแผนที่นำทาง (Topology) ตามหลักอิทัปปัจจยตา (Causality) อัปปมาทะ (Vigilance) ตามหลักอิทธิบาท (Efficacy Principle) และประการสุดท้าย พื้นที่ตามทาง (Topography) ภูมิทัศน์บริบทสถานการณ์จริง (Reality) ตามหลักโยนิโสมนสิการ (Attention) ปรโตโฆสะ (Conversation) กัลยาณมิตตตา (Consultation) อัปปมัญญา (Exposition) ตามหลักความพอเพียง (Sufficiency Principle)

ในทำนองเดียวกัน การบริหารปกครององค์กรเพื่อดำเนินพันธกิจภารกิจธุรกิจใด ก็ต้องยึดคติหลักสามเกลียวเป็นวัตถุประสงค์องค์กร (Organiza tional Purpose) คือเข็มทิศคติทัศน์ (Norm Compass) โดยใช้กล้องส่องทิศนำทาง พร้อมด้วยกลไกควบคุมและกระบวนการขับเคลื่อน กำหนดชี้ทิศนำทางให้แก่องค์กรและบุคลากร สู่ความเป็นเลิศเต็มศักยภาพขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) นั่นคือ ต้องยึดหลักไตรสิกขา หลักอิทธิบาท และหลักความพอเพียง ในทุกระดับสังคมเช่นกัน

โดยสรุป กลไกควบคุมหรือกิจวัตร (Steering Mechanism) เน้นหลักปัจจุบันทันที สม่ำเสมอ ตลอดเวลา ต่อเนื่อง แน่วแน่ มั่นคงและยั่งยืน ได้แก่ วิจัย วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ วิภาคและวิวัฒน์ สำหรับกระบวนการขับเคลื่อนหรือกิจกรรม (Driving Machinery) เน้นหลักจำเป็น เพียงพอ เหมาะสม ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ผลิตภาพและคุณภาพ ได้แก่ ศึกษา วางแผน ดูแล ทบทวน ปรับปรุงและตรวจสอบ n

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ