
นิวคอสตอลขอเลื่อนขุดเจาะน้ำมัน
นิวคอสตอลขอขยายเวลาขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมในอ่าวไทยอีก 1 ปี หลังเจอม๊อบต่อต้านส่งผลให้จัดทำอีไอเอไม่ทันตามกำหนด
นิวคอสตอลขอขยายเวลาขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมในอ่าวไทยอีก 1 ปี หลังเจอม๊อบต่อต้านส่งผลให้จัดทำอีไอเอไม่ทันตามกำหนด
นายคุรุจิต นาครทรรพ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ทางบริษัทนิวคอสตอล(ประเทศไทย) ผู้รับได้สัมปทานปิโตรเลียมแปลงสำรวจในอ่าวไทยได้ส่งเรื่องขอขยายระยะเวลาขุดเจาะสำรวจหลุมแรกออกไปอีก1 ปี จากเดิมตามเงื่อนไขสัมปทานจะต้องดำเนินการให้ได้ภายในสิ้นปี 2553 เนื่องจากยังไม่สามารจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแ วดล้อม(อีไอเอ) ได้ทัน หลังถูกการต่อต้านจากชุมชนบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
ทั้งนี้จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอให้คณะกรรมการปิโตรเลียมพิจารณา และนำรายงานต่อน.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน ต่อไป โดยหลักการพิจารณาจะขยายเวลาการขุดเจาะสำรวจให้หรือไม่นั้น จะคำนึงถึงสาเหตุที่ไม่สามารถจัดทำอีไอเอได้ทันและความตั้งใจของผู้รับสัมปทาน ตลอดจนข้อมูลทางด้านเทคนิคมีขั้นตอนที่มากจนเป็นอุปสรรคในการทำอีไอเอแค่ไหน
ที่ผ่านมาบริษัทนิวคอสตรอล ได้แปลงสำรวจปิโตรเลียมในอ่าวไทยห่างจากเกาะสมุย 42 กม.ซึ่งอยู่ระหว่างการทำอีไอเอ มีการจัดทำประชาพิจารณ์ไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะผู้ที่เข้าร่วมประชุมเกิดการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากเป็นห่วงจะเกิดกรณีเดียวกับการรั่วไหลของน้ำมันของบริษัท บีพี ในอ่าวแม็กซิโก จนสร้างความเสียหายทางด้านสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตามขั้นตอนการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมในอ่าวไทยภาครัฐมีกรอบกติกาควบคุมไม่ให้เกิดผลกระทบอยู่แล้ว ประกอบกับสภาพพื้นที่การสำรวจในอ่าวไทย มีความแตกต่างกับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะต่างจากสภาพของอ่าวแม็กซิโก เพราะหลุมเจาะปิโตรเลียมในทะเลอ่าวไทยอยู่ห่างจากฝั่งประมาณมากกว่า 40 - 100 ก.ม.ขึ้นไป มีระดับความลึกของน้ำทะเลเพียง 30 - 80 เมตร อีกทั้งความดันใต้พิภพของแหล่งปิโตรเลียมก็ค่อนข้างต่ำและมีการติดตั้งอุปกรณ์การป้องกันการพลุ่งพล่านของปิโตรเลียมถึง 3 ชั้น
ในขณะ ที่ทะเลอ่าวแม็กซิโกเป็นแหล่งกักเก็บน้ำมันดิบขนาดใหญ่ และมีความลึกของน้ำทะเลถึงประมาณ 1,600 เมตร และมีความดันใต้พิภพสูงจึงมีความยุ่งยากซับซ้อนกว่าในการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน ฉะนั้นโดยความแตกต่างของสภาพทั้งทางธรณีวิทยาและทางกายภาพของอ่าวไทย จึงทำให้มีความเป็นไปได้น้อยมากหรือเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลเช่นเดียวกับที่กำลังเกิดในอ่าวแม็กซิโก
“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมก่อนหน้านี้หากพบว่าพื้นที่ไหนพบแหล่งน้ำมันคนไทยจะดีใจ แต่ขณะนี้กลับเปลี่ยนไป โดนต่อต้านจากคนในพื้นที่ ทั้งๆที่น่าจะเป็นผลดีกับไทยที่จะมีแหล่งน้ำมันของตัวเอง ซึ่งยืนยันการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในไทยมีความปลอดภัยสูงและเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมา มีการขุดเจาะไปแล้วกว่า 5,000 หลุม และผลผลิตต่อหลุมไม่เกิน 300 บาร์เรล/วัน มีอายุแค่ 3 ปี เท่านั้น โดย ไม่เคยมีการเกิดอุบัติเหตุที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมในทะเลอ่าวไทย”นายคุรุจิตกล่าว
นายคุรุจิต กล่าวว่า สำหรับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่(รอบที่ 21 ) ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจแปลงปิโตรเลียมที่เหลืออยู่มีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน ก่อนที่จะนำรายงานต่อรมว.พลังงาน ซึ่งยอมรับว่าจากเหตุการณ์ต่อต้านของชุมชนในการขุดเจาะปิโตรเลียม อาจทำให้นักลงทุนเกิดความลังเลงที่จะเข้ามาลงทุนในธุรกิจพลังงานของไทยได้







