
บูรณาการงบน้ำ1.3แสนล้าน
"พล.อ.ฉัตรชัย" สั่งบูรณาการงบน้ำปี 2562 วงเงิน 1.3 แสนล้าน เจาะโครงการเร่งด่วนลุ่มน้ำ รับลูก ครม.สัญจร ยม ชี เจ้าพระยา
"พล.อ.ฉัตรชัย" สั่งบูรณาการงบน้ำปี 2562 วงเงิน 1.3 แสนล้าน เจาะโครงการเร่งด่วนลุ่มน้ำ รับลูก ครม.สัญจร ยม ชี เจ้าพระยา
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ 2562 คณะที่ 5.3 เรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำว่า ปีงบประมาณ 2562 มีหน่วยงานเสนอกรอบวงเงินเพื่อดำเนินการเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งสิ้น 1.3 แสนล้านบาท โดยได้ให้นโยบายกับทุกหน่วยงานว่าจะต้องบูรณาการการใช้งบประมาณให้ได้ ไม่ให้เกิดการใช้งบประมาณซ้ำซ้อน
นอกจากนี้ ให้จัดลำดับความสำคัญของโครงการเพื่อจัดสรรงบประมาณลงไป โดยเฉพาะโครงการที่นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่อย่างเป็นทางการในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการลงทุนเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำชี
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า พื้นที่เป้าหมายที่จะต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกคือพื้นที่ลุ่มน้ำในจังหวัดที่นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ในการประชุม ครม.สัญจร คือ จ.นครราชสีมา ที่ต้องให้ความสำคัญกับโครงการในลุ่มน้ำชีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา โครงการในลุ่มน้ำเจ้าพระยา และ จ.สุโขทัย ที่ต้องให้ความสำคัญกับลุ่มน้ำยม ซึ่งส่วนของลุ่มน้ำยมให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความตื้นเขินของลำน้ำ
"กรอบวงเงินที่ทุกหน่วยงานเสนอรวมกันอยู่ที่ 1.3 แสนล้านบาท แต่สุดท้ายจะเหลือเท่าใดนั้นสำนักงบประมาณจะมีการพิจารณาอีกครั้ง แต่ลำดับสำคัญของโครงการจะอยู่ในจังหวัดที่นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ในช่วง ครม.สัญจร" นาย สมเกียรติ กล่าว
แหล่งข่าวจากที่ประชุมฯ เปิดเผยว่า ในที่ประชุมได้เสนอต่อ พล.อ.ฉัตรชัย ถึงแนวทางการใช้งบประมาณในการลงทุนเพื่อบริหารทรัพยากรน้ำว่า ขอให้โครงการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น การก่อสร้างเขื่อนหรือพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่ต้องใช้งบประมาณผูกพันข้ามปีหลายปี ให้ไปใช้วงเงินอื่นแทนการใช้งบประจำ เพราะโครงการขนาดใหญ่เมื่อผูกพันข้ามปีจะดึงงบประจำที่ควรจะลงไปยังโครงการขนาดเล็กที่มีความจำเป็นในท้องถิ่น ทำให้โครงการที่จำเป็นใน ท้องถิ่นถูกกระทบต้องเลื่อนการดำเนินการออกไปเพื่อรองบประมาณ
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางดังกล่าวและจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 2 ก.พ. พิจารณาและปฏิบัติต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงพื้นที่ ครม.สัญจรใน 3 ครั้งล่าสุดนั้น เป็นการประชุมใน จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2560 ได้เห็นชอบใน การกำหนดพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวนทั้งหมด 8 พื้นที่ ครอบคลุม 18 จังหวัด







