
รับได้เลื่อนเลือกตั้ง
ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา ภายหลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. มีมติเสียงข้างมากให้แก้ไขมาตรา 2 โดยได้ยกร่างกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ 90 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาจากเดิมที่ กรธ.กำหนดให้มีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์
กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา ภายหลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. มีมติเสียงข้างมากให้แก้ไขมาตรา 2 โดยได้ยกร่างกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ 90 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาจากเดิมที่ กรธ.กำหนดให้มีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ประเด็นดังกล่าวหาก สนช.เห็นชอบตามร่างกฎหมายฉบับนี้จะส่งผลให้วันเลือกตั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศว่าจะเลือกตั้งในเดือน พ.ย. 2561 ต้องเลื่อนออกไปอย่างน้อยอีก 3 เดือน หรือ จะมีการเลือกตั้งในช่วงต้นปี 2562 ในแวดวงการเมืองก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าเป็นแผนที่จะสืบทอดอำนาจการเมือง
ในแวดวงภาคธุรกิจเอกชน มองว่าการเลื่อนเลือกตั้งครั้งนี้แทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมากนัก เพราะเป็นการเลื่อนระยะเวลาสั้น 2-3 เดือนเท่านั้น แต่หากเจอเลื่อนยาวหนีไม่พ้นก็จะกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนอย่างแน่นอน และมีผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า หากรัฐบาลเลื่อนกำหนดเลือกตั้งไปเป็นปี 2562 จากเดิมกำหนดไว้ราวเดือน พ.ย. 2561 มองว่าระยะเวลาที่เลื่อนออกไปเพียง 2-3 เดือน ไม่น่ามีผลกระทบมาก และอาจมองในแง่ดีก็ได้ในเรื่องความต่อเนื่องของงบประมาณประจำปี 2562 ที่ไตรมาส 4 ที่เป็นรอยต่อของปีงบประมาณที่จะมีความชัดเจนขึ้น ส่วนผลต่อความเชื่อมั่นตลาดนั้นอาจเป็นเพียงระยะสั้น สังเกตจากผลของตลาดหุ้นที่ร่วงลงมาพักเดียวก็กลับมาเป็นบวกได้
อย่างไรก็ดี ยังเร็วเกินไปที่จะปรับประมาณการเศรษฐกิจจากเหตุผลของการเลื่อนการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ต้องปัจจัยอื่นระหว่างทางทั้งตัวเลขการส่งออก การเบิกจ่ายงบลงทุน หรือความคืบหน้าโครงการต่างๆ รวมทั้งความมั่นใจของภาคเอกชนด้วย ยังมีเวลาที่จะดูและพิจารณาว่าตัวเลขเศรษฐกิจเป็นไปอย่างที่คาดหรือไม่
"การเลือกตั้งปลายปียังพอมีเวลาประเมินผลตอบรับจากการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งไม่ได้ขึ้นกับการเลือกตั้ง เรื่องเดียว หากเศรษฐกิจโลกดีมาก ออร์เดอร์ส่งออกดีมาก เอกชนก็จะลงทุน เพราะทุกอย่างลงตัวจากภาวะเศรษฐกิจเอื้อ จึงขอรอประเมินหลายปัจจัยประกอบกันก่อน" เชาว์ กล่าว
อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัยธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า หากการเลือกตั้งเลื่อนออกไปด้วยเหตุผลที่ยอมรับได้ ปัจจัยบวกพิเศษของเศรษฐกิจปีนี้ก็เพียงเลื่อนออกไป และเป็นการเพิ่มโอกาสในปีถัดไป โดยผลที่เกิดขึ้นอาจจะเห็นคนที่เตรียมลงทุนปีนี้ เลื่อนไปลงทุนปีหน้าเพื่อรอความชัดเจน
ฉะนั้น เศรษฐกิจปีนี้อาจไม่เร่งขึ้นแรง โดยอาจโตไม่ถึง 4% แต่ไม่ทรุด เพราะยังมีปัจจัยบวกภาคต่างประเทศ ส่งออก ท่องเที่ยว ที่ยังดี ส่วนเอกชน ที่ต้องการลงทุนเครื่องจักรทดแทนแรงงานก็ยังคงลงทุนอยู่
อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้มองว่ามีเลือกตั้งแล้วเศรษฐกิจฟื้น เพราะยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่ต้องแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนแรงงาน การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และการรับมือเทคโนโลยี ซึ่งนโยบายไทยแลนด์ 4.0 จะทำให้ประเทศก้าว ไปข้างหน้า ลดช่องว่างคนจนคนรวย เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะยังดำเนินการให้คืบหน้าและสามารถสานต่อไปยังรัฐบาลชุดต่อไปได้
ในมุมมองนักลงทุนภาคเอกชน ไม่ได้ให้น้ำหนัก หรือแสดงความวิตกกังวลเท่าไร เพราะว่าการวางแผนการลงทุนหรือทำธุรกิจนั้นเป็นการวางแผนระยะยาวมากกว่า การเลื่อนเลือกตั้งเพียง 2-3 เดือน ก็อาจจะทำให้สะดุดหรือชะลอการลงทุนลงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อรอดูท่าที่ความชัดเจนอีกครั้งเท่านั้น
เจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวยืนยันว่า แม้จะมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจากกำหนดเดิมในระยะอีก 3-6 เดือน จะไม่กระทบต่อการลงทุนของภาคเอกชนอย่างแน่นอน เพราะเข้าใจกระบวนการออกกฎหมายว่าต้องพิจารณาอย่างละเอียดและรอบคอบ
สิ่งสำคัญที่ภาคเอกชนมองว่า จะส่งผลต่อการลงทุนโดยตรงคือ กฎหมายเกี่ยวกับการลงทุน เช่น ร่าง พ.ร.บ.พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... และการขับเคลื่อนการอำนวยความสะดวกการประกอบธุรกิจ
"ถ้ามีการเลื่อนเลือกตั้งทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะกฎหมายต้องใช้เวลา ส่วนนักลงทุนชาวต่างชาตินั้นก็ตอบยากว่าเขาจะมีมุมมองอย่างไร แต่เชื่อว่าทุกบริษัทมีแผนการลงทุนอยู่แล้ว และก็ใช้ปัจจัยหลายอย่างประกอบการตัดสินใจ คงไม่ ใช่แค่เรื่องเดียว" เจน กล่าว
กลินท์ สารสิน ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเลื่อนการเลือกตั้งจะไม่ส่งผล กระทบต่อการลงทุนของภาคเอกชน เพราะขณะนี้เศรษฐกิจไทยเริ่ม ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การดำเนินงานของแต่ละกระทรวงก็สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้นักลงทุนชาว ต่างชาติมีความเชื่อมั่นที่จะลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะนักลงทุนจากญี่ปุ่น จีน สหรัฐ และยุโรป ที่จะมีการหารือความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในระดับประเทศกับรัฐบาลไทย
หัวใจของความเชื่อมั่นในการลงทุน คือเสถียรภาพทางการเมืองในอนาคตต่อไปจะมั่นคงมีการเล่นนอกกรอบกติกาหรือไม่ และจะมีการสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมืองหรือไม่นั้น หากมีเหตุผลสนับสนุนในการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจากเดิมมากเพียงพอ และบรรยากาศทางการเมืองยังมีความสงบเรียบร้อยย่อมไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวถือเป็นเรื่องสำคัญที่เรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ต้องมีการกำหนดให้ชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไร หากมีการเลื่อนเลือกตั้งออกไปเรื่อยๆ จะมีผลกระทบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุน และประเทศไทยยังมีโจทย์ที่จะต้องแก้ไขปัญหาอีกมาก ซึ่งไม่ว่าใครจะมารับไม้ต่อเป็นรัฐบาลก็ยังมีงานที่จะต้องสะสางอีกมาก และยังต้องได้รับการร่วมแรงร่วมใจการแก้ไขระหว่างภาครัฐและเอกชน ไทยถึงจะไปรอด n







