posttoday
เศรษฐกิจรอบสัปดาห์

เศรษฐกิจรอบสัปดาห์

21 มกราคม 2561

บอร์ดอีอีซีดันลงทุนโครงสร้าง 1 ล้านล.

บอร์ดอีอีซีดันลงทุนโครงสร้าง 1 ล้านล.

นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) ประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กรศ.) เพื่อเตรียมเสนอบอร์ดอีอีซี ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 1 ก.พ. 2561 เกี่ยวกับแผนปฏิบัติการในอีอีซีที่ต้องใช้เงินลงทุนกว่า 9.88 แสนล้านบาท โดยจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาด้านโลจิสติกส์ที่เชื่อมการเดินทางแบบไร้รอยต่อทั้งทางบก อากาศ และน้ำ โดยจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนร่วมกับภาครัฐ (พีพีพี) 59%

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ประกาศเขตส่งเสริมเพื่อกิจการอุตสาหกรรมเพิ่มเติมอีก 19 เขต ส่งผลให้ขณะนี้พื้นที่อีอีซีมีเขตส่งเสริมเพื่อกิจกรรมอุตสาหกรรม 21 แห่ง

ชงขึ้นค่าแรง 5-22 บาท

ภายหลังคณะกรรมการค่าจ้างพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 ได้ข้อสรุปปรับขึ้นอัตราค่าจ้างทั่วประเทศจำนวน 5-22 บาท อัตราค่าเฉลี่ยรวม 315.97 บาท แบ่งเป็น 7 ระดับ โดยต่ำสุดอยู่ที่ 308 บาท ในกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้และสูงสุดอยู่ที่ 330 บาท ใน จ.ภูเก็ต ชลบุรี และระยอง ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ที่ 325 บาท ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2561 นี้ โดยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในสัปดาห์หน้า

ด้านคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยมีความเห็นไม่พอใจต่อการปรับขึ้นในครั้งนี้ เพราะถือว่าน้อยเกินไปควรปรับขึ้นเป็น 360 บาท เพื่อคุณภาพชีวิตแรงงานที่ดีขึ้นและให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน

ธปท.แจงกรอบเงินเฟ้อ เมินลดดอกเบี้ย

ปัญหากรอบเงินเฟ้อหลุดเป้า ทำให้ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ส่งถึง รมว.คลัง เพื่อชี้แจงเหตุผลที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยในปี 2560 อยู่ที่ระดับ 0.66% ต่ำกว่ากรอบล่างของเป้าหมายนโยบายการเงิน เป็นผลมาจากราคาอาหารสดปรับลดลง และกำลังซื้อในประเทศยังอ่อนแอ แต่เศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัวดีขึ้น จึงไม่สะท้อนภาวะเงินฝืดทั้งนี้ กนง.ได้ประเมินว่าการคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% เป็นระดับเกือบต่ำสุดในประวัติศาสตร์ การผ่อนคลายนโยบายการเงินอีกจะไม่ช่วยให้เงินเฟ้อเข้าสู่กรอบ หากต้องการให้เงินเฟ้อสูงขึ้นก็ต้องลดดอกเบี้ยนโยบายลง ซึ่งจะยิ่งสร้างความเปราะบางต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในอนาคต จากพฤติกรรมการประเมินความเสี่ยงของการลงทุนที่ต่ำกว่าที่ควร และอาจทำให้การออมภาคครัวเรือนลดลงอีกด้วย 

 แบงก์กำไรปี’60 ไม่หรู

ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 10 แห่ง ยกเว้นธนาคารกรุงไทย (KTB) ประกาศผลกำไรปี 2560 พบว่ามีกำไรสุทธิรวม 1.64 แสนล้านบาท ลดลง 2.17% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.67 ล้านบาท ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทย กำไรลดลง 14.5% และธนาคารไทยพาณิชย์กำไรลดลง 9.6% ส่วนธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า มีกำไรสุทธิจำนวน 3.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.75% บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า กำไรธนาคารพาณิชย์ที่ต่ำกว่าที่คาดคือ ธนาคารกสิกรไทยและไทยพาณิชย์ เป็นผลมาจากการเพิ่มการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มเติมจากเกณฑ์บาเซิลฉบับที่ 3 ที่ให้ธนาคารดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของเพิ่มเติมจากปกติที่กฎหมายกำหนดอีก 1% เพื่อให้มีเงินกองทุนส่วนเพิ่ม เพื่อรองรับในภาวะวิกฤต (Conservation Buffer) และได้รับผลจากการประกาศใช้มาตรฐานบัญชีใหม่อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ