posttoday

‘สิงห์ ปาร์ค เชียงราย’ จากแหล่งท่องเที่ยวสู่ชุมชนยั่งยืน

18 มกราคม 2561

จะเรียม สำรวจย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2526 สิงห์ ปาร์ค เชียงราย ถือกำเนิดขึ้นจากการก่อตั้งของ ปิยะ ภิรมย์ภักดี ซึ่งช่วงเวลานั้นใช้ชื่อว่า "ไร่บุญรอดแม่กรณ์" ต่อมาปี 2548 เริ่มมีการปลูกชาอู่หลงสายพันธุ์จินซวน (Jin Xuan) หรือชาอู่หลงเบอร์ 12 บนพื้นที่กว่า 600 ไร่ ปลูกยางพาราบนพื้นที่กว่า 2,700 ไร่ และปลูกพุทราพันธุ์ซื่อหมี่กว่า 100 ไร่

จะเรียม สำรวจ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2526 สิงห์ ปาร์ค เชียงราย ถือกำเนิดขึ้นจากการก่อตั้งของ ปิยะ ภิรมย์ภักดี ซึ่งช่วงเวลานั้นใช้ชื่อว่า "ไร่บุญรอดแม่กรณ์" ต่อมาปี 2548 เริ่มมีการปลูกชาอู่หลงสายพันธุ์จินซวน (Jin Xuan) หรือชาอู่หลงเบอร์ 12 บนพื้นที่กว่า 600 ไร่ ปลูกยางพาราบนพื้นที่กว่า 2,700 ไร่ และปลูกพุทราพันธุ์ซื่อหมี่กว่า 100 ไร่

นอกจากนี้ ยังมีการปลูกมะเฟืองยักษ์หวาน ฟักทองยักษ์ มัลเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ เมลอน ผักสด-ผลไม้เมืองหนาวนานาชนิด ข้าวบาร์เลย์ ฟาร์มปศุสัตว์ เลี้ยงวัวนม และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งจากพื้นที่ทางการเกษตรที่ขยายตัว ทำให้ปี 2554 สิงห์ ปาร์ค เชียงราย ตัดสินใจเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมความสวยงามของพื้นที่ทางการเกษตรต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

จากพื้นที่ทางการเกษตรที่มีมากกว่า 8,700 ไร่ มีอาณาเขตกว้างครอบคลุมพื้นที่ปกครอง 4 ตำบล ได้แก่ ต.ดอยฮาง รอบเวียง ป่าอ้อดอนชัย และแม่กรณ์ ของ จ.เชียงราย ปัจจุบัน สิงห์ ปาร์ค เชียงราย ได้ใช้พื้นที่ทำเกษตรกรรมหลายชนิด เช่น ชาอู่หลงสายพันธุ์จินซวน (Jin Xuan) หรือที่คนไทยเรียกกันว่าชาอู่หลงเบอร์ 12 เป็นสายพันธุ์จากประเทศไต้หวัน ปลูกบนพื้นที่กว่า 600 ไร่ จำนวนกว่า 761,000 ต้น โดยชาอู่หลงของที่นี่มีความพิเศษ คือ กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติกลมกล่อมเข้มข้น และผลิตออกมาในหลากหลายรสชาติ เช่น ชาอู่หลงผสมกุหลาบ ชาอู่หลง จัสมิน ชาอู่หลงผสมข้าวบาร์เลย์ ชาอู่หลงมัลเบอร์รี่ โรเซล ชาอิงลิชเบรกฟาสต์ และชาอู่หลงเปปเปอร์มินต์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีพืชอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โรงเรือน 3 แห่งใช้ปลูกเมลอน สายพันธุ์นัตสึเค และอาคิฟุยุเค มีสวนสมุนไพรเมืองหนาว เช่น โรสแมรี่ คาโมไมล์ ต้น Kale (คะน้าใบหยิก) ผักสลัดชนิดต่างๆ มะเขือเทศราชินี เสาวรส พริกหยวกสี เจียวกู่หลาน มีสวนพุทราพันธุ์ซื่อหมี่ มะเฟืองยักษ์หวาน มัลเบอร์รี่ แถมยังมีสวนไม้เลื้อยที่เป็นซุ้มน้ำเต้ายักษ์ และสระน้ำมรกต รวมถึงสวนยางพารากว่า 2,700 ไร่

ความหลากหลายที่เกิดขึ้นภายในสิงห์ ปาร์ค เชียงราย ส่งผลให้ปัจจุบัน สิงห์ ปาร์ค เชียงราย กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของ จ.เชียงราย และเป็นสถานที่ Social Enterprise in Thailand อย่างแท้จริง เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวถือเป็นแหล่งที่ตั้งขึ้นด้วยความ มุ่งมั่น สร้างความสุข สร้างรอยยิ้มให้ผู้มาเยือน และชุมชนรอบข้าง

พร้อมกันนี้ ยังสร้างความยั่งยืนสู่สังคม ด้วยการให้องค์ความรู้ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้แก่ชุมชน เห็นได้จากการทำเพื่อชุมชนที่เกิดจากการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้ชุมชน การทำเพื่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการคืนความสมดุลให้กับธรรมชาติอย่างเป็นธรรมชาติ ปลูกเพิ่มเพื่อทดแทนและไม่ทำลายเพื่อให้ทุกๆ ชีวิตได้อยู่ร่วมกัน และสุดท้าย คือ การทำเพื่อรอยยิ้ม กำไรที่ยั่งยืนไม่ใช่กำไรจากตัวเลขสูงสุด แต่คือกำไรจากรอยยิ้ม กำไรจากเสียงหัวเราะ และที่สำคัญที่สุด กำไรจากความสุขของชุมชนและผู้มาเยือน

ด้วยพื้นที่ทางการเกษตรของสิงห์ ปาร์ค เชียงราย ที่มีมากขึ้น 8,700 ไร่ ส่งผลให้ต้องใช้คนงานมากกว่า 1,200 คน ในการดูแลไร่ ซึ่งคนงานส่วนใหญ่ที่รับเข้ามาทำงานจะเป็นชาวบ้านในแถวนั้น ชาวเขา ชาวเมียนมา และคนใน จ.เชียงราย โดยคนงานที่เข้ามาร่วมดูแลไร่จะมีห้องพักให้อยู่ฟรี ซึ่งแนวทางดังกล่าวถือเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน

รวินทร์ ชมพูนุชธานินทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มประชาสัมพันธ์ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ กล่าวว่า เป้าหมายของสิงห์ ปาร์ค เชียงราย คือ การพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน (Sustainable development) ให้ความสำคัญกับคนเป็นศูนย์กลาง (People centered) โดยไม่ได้สนเรื่องการทำรายได้กำไรที่จะต้องได้กลับมา เพราะสิงห์ ปาร์ค เชียงราย ถือเป็นสถานที่ที่สร้างโอกาสให้คนในพื้นที่รอบๆ ได้มีงานทำผ่านการสร้างโนว์ฮาวให้คนพื้นที่นำไปต่อยอดอย่างอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตเกี่ยวกับผลไม้ต่างๆ ที่ได้คุณภาพที่สามารถนำไปจำหน่ายได้บริเวณร้านค้าด้านหน้าของไร่ กับอีกส่วนก็ส่งเข้ามาเป็นวัตถุดิบให้กับร้านอาหารภูภิรมย์

สิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวยังไม่รวมไปถึงสินค้าแปรรูปต่างๆ เช่น ใบชา น้ำเสาวรส แยมผลไม้ต่างๆ ทั้งหมดล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการดูแลและการทำงานของคนในพื้นที่ ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะนำกลับมาเพื่อปรับปรุงพัฒนาความเป็นอยู่ของคนในชุมชนให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ รายได้จากค่าบริการนั่งรถฟาร์มทัวร์ คนละ 50 บาท ยังจะถูกนำไปเป็นทุนโครงการอาหารกลางวันสำหรับเด็กๆ ในโรงเรียนต่างๆ ทั่วเชียงราย รวมถึงการนำรายได้ไปสร้างอาคารอเนกประสงค์พุทธมณฑลสมโภช 750 ปี จ.เชียงราย

รวินทร์ เล่าต่อว่า การเกิดขึ้นของสิงห์ ปาร์ค เชียงราย เป้าหมายหลัก คือ การสร้างการกินดีอยู่ดีให้กับท้องถิ่นผ่านรูปแบบในการดำเนินงาน 4 ข้อ คือ 1.ด้านการท่องเที่ยว 2.ด้านกีฬา 3.ด้านศิลปะ ดนตรี และ 4.ด้านการสนับสนุนการศึกษา ซึ่งในส่วนของการท่องเที่ยวจะเห็นได้ชัดว่า การพัฒนาสิงห์ ปาร์ค เชียงราย จนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ส่งผลให้เกิดเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยว เพื่อนำมาพัฒนาชุมชนมูลค่ามหาศาล เห็นได้จากเที่ยวบินที่มา จ.เชียงราย ซึ่งก่อนที่สิงห์ ปาร์ค เชียงราย จะเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมีเที่ยวบินต่อวันประมาณ 2-3 เที่ยวบินเท่านั้น

แต่หลังจากสิงห์ ปาร์ค เชียงราย เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ปัจจุบันมีสายการบินบินตรงมายัง จ.เชียงราย ต่อวันมากกว่า 20 เที่ยวบิน ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนกลับมายังชุมชน ช่วยให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยก่อนหน้าที่สิงห์ ปาร์ค เชียงราย จะเปิดพื้นที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวถนนบริเวณด้านหน้าไร่ไม่มีอะไรเลย แต่หลังจากเปิดพื้นที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ถนนด้านหน้าไร่เต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ ที่คนในชุมชนต่างพร้อมใจกันนำสินค้าออกมาวางจำหน่าย เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว สิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนที่สิงห์ ปาร์ค เชียงราย ทำให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น

ในด้านของกีฬา สิงห์ ปาร์ค เชียงราย ก็ได้มีการสนับสนุนการแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมวิ่ง หรือกิจกรรมการปั่นจักรยาน เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬามาโดยตลอด เช่น การสนับสนุนสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด และสโมสรเชียงราย ซิตี้ เป็นต้น

เช่นเดียวกับการให้การสนับสนุนงานด้านวัฒนธรรมและดนตรีใน จ.เชียงราย รวมไปถึงการสนับสนุนในด้านของการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการมอบทุนการศึกษาให้กับเยาวชนที่ด้อยโอกาสให้ได้มีโอกาสศึกษาต่อ เพื่อนำความรู้ที่ได้กลับมาพัฒนาชุมชนของตัวเอง โดยนักเรียนที่ได้รับทุนไปขณะนี้มีทั้งที่กำลังศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นอกจากนี้ยังได้มีการมอบทุนอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนต่างๆ ใน จ.เชียงราย

รอยยิ้มที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาสิงห์ ปาร์ค เชียงราย ให้เป็นแลนด์มาร์คสำคัญในด้านของการท่องเที่ยว ส่งผลให้บริษัท บุญรอดฯ มีแนวคิดที่จะพัฒนาพื้นที่รอบโรงงานผลิตเครื่องดื่มที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 7 ปีแล้ว ภายใต้นิยาม "อุตสาหกรรม กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน" และทำธุรกิจเพื่อสังคมกระจายไปยังพื้นที่อื่นเพิ่มเติมอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ด่วน! ดีเซลขึ้นอีก 3.50 บาท แตะ 47.74 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้