posttoday
ต้นแบบประชาธิปไตย ณ ตำบลนาป่าแซง

ต้นแบบประชาธิปไตย ณ ตำบลนาป่าแซง

21 มกราคม 2561

ตัวอย่างประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมไม่ต้องไปดูงานไกลถึงต่างประเทศ แต่อยู่ไม่ไกลในพื้นที่ชุมชนเทศบาลตำบลนาป่าแซง อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ

โดย สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส.

ตัวอย่างประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมไม่ต้องไปดูงานไกลถึงต่างประเทศ แต่อยู่ไม่ไกลในพื้นที่ชุมชนเทศบาลตำบลนาป่าแซง อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ

ที่นี่เขาใช้หลักการที่ฟังดูแปลกๆ แต่น่าสนใจ คือ "รวมแล้วแยก" สังคมของคนไทนาป่าแซงบ่ถิ่มกัน แต่เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการแก้ปัญหาในรูปแบบประชาธิปไตยชาวบ้านอย่างแท้จริง

ตั้งคณะทำงานไทนาป่าแซงบ่ถิ่มกัน

วชิระ มาประสม นายกเทศมนตรีตำบลนาป่าแซง อธิบายว่า การทำงานตามหลักการรวมแล้วแยกเกิดจากที่ผ่านมาเทศบาลมีหลายหน่วยงานและต่างคนต่างทำ ส่งผลให้การจัดการปัญหาของชาวบ้านในพื้นที่ไม่บรรลุเป้าหมาย จึงตั้งเป็น "คณะทำงานไทนาป่าแซงบ่ถิ่มกัน" ซึ่งประกอบด้วย ท้องถิ่น หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานรัฐ คือโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบล และกลุ่มองค์กรภาคประชาชน

คณะทำงานไทนาป่าแซงบ่ถิ่มกันมี เป้าหมายเพื่อดูแลชุมชนตั้งแต่แรกเกิดไปจนเสียชีวิต โดยต้องไม่มีใครในชุมชนไม่ได้รับการดูแลหรือถูกทอดทิ้งไว้ให้โดดเดี่ยว

ในทุกๆ เดือนคณะทำงานจะมาร่วมกันประชุมเพื่อเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน พร้อมทั้งการระดมทรัพยากรของแต่ละหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ อุปกรณ์และกำลังคน หลังจากนั้นจะแยกกันไปทำงานตามบทบาทของตัวเอง

"การรวมกันเป็นคณะทำงานช่วยให้เกิดการประสานงานร่วมกันมากขึ้น ลดความซ้ำซ้อน สามารถแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว โดยหน่วยงานมีเป้าหมายที่จะทำให้ความเป็นอยู่ของชุมชนดีขึ้น โดยที่จะไม่มีใครถูกทิ้งโดยไม่มีผู้ดูแล"

นอกจากนี้ การทำงานของคณะทำงานจะเชื่อมโยงกับชุมชนอย่างใกล้ชิด โดยจะมีการรับฟังปัญหา พร้อมทั้งความต้องการรับความช่วยเหลือ หลังจากนั้นจะนำมาประชุมร่วมกันเพื่อหาทางแก้ไข

ที่ผ่านมา คณะทำงานได้นำเอาปัญหาของผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพ จนนำไปสู่การแก้ปัญหาร่วมกันโดยการตั้งวิทยาลัยผู้สูงอายุนาป่าแซงบ่ถิ่มกัน โดยรับสมัครผู้มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปในตำบลมาร่วมกันทำกิจกรรรม และมีศูนย์ อปพร.ที่ร่วมอำนวยการในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในชุมชน

นอกจากนี้ ในส่วนของครอบครัวจะมีการช่วยเหลือชุมชนในทุกมิติ เพื่อให้เข้าถึงการบริการ สร้างระบบสวัสดิการ โดยมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการเพื่อ ช่วยเหลือคนที่ยากไร้ในชุมชน โดยที่ผ่านมาได้มีการระดมทุนเงินเพื่อมอบให้ อสม.ไปดูแลผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน

"การทำงานแบบคณะทำงานที่เดินไปพร้อมกับการสำรวจปัญหาชาวบ้าน ทำให้การแก้ปัญหาได้ตรงกับความต้องการของชุมชน ทำให้เมื่อมีการสำรวจความพึงพอใจ พบว่าชาวบ้านกว่าร้อยละ 99 พอใจในวิธีการทำงานในรูปแบบนี้"

ทั้งนี้ ชุมชนนาป่าแซงอยู่ระหว่างการร่างธรรมนูญสุขภาวะชุมชน เพื่อเป็นแผนงานในการทำงานร่วมกันของชุมชนที่ครอบคลุมตั้งแต่การตั้งคณะทำงานไทนาป่าแซงบ่ถิ่มกัน ลักษณะการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิตท้องถิ่น องค์กรการเงินและสวัสดิการชุมชน การเพิ่มมูลค่าผลผลิตและการท่องเที่ยวตลาดชุมชน จนเป็นชุมชนเกื้อกูลไม่ทิ้งกัน และส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชนในสถานศึกษา

"ก่อนจะมาเป็นธรรมนูญสุขภาวะจะต้องมีการจัดรับฟังปัญหาจากชุมชนก่อนนำมาบัญญัติเป็นแผนดำเนินการ หลังจากนั้นต้องนำแผนดังกล่าวไปจัดรับฟังความเห็นของชุมชนอีกครั้ง ก่อนจะประกาศใช้ในเดือน มี.ค. 2561 นี้"

ชุมชนนาป่าแซงประชาธิปไตยท้องถิ่น

การทำงานในรูปแบบคณะทำงานของชุมชนนาป่าแซง ถือเป็นการทำงานที่เป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุน สุขภาวะชุมชน สสส.

ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) ระบุว่า สสส.เน้นเรื่องการดูแลสุขภาพองค์รวม สุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพจิต โดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งให้สามารถจัดเรื่องการอยู่ร่วมกันในสังคม มีความสามัคคี เกื้อกูลกัน สร้างอาหารปลอดภัย และทำให้ทุกคนเป็นผู้ผลิตทางด้านเศรษฐกิจได้ จนสร้างสุขภาวะองค์รวม ภายใต้หลักการส่งเสริมสุขภาพ ตัวรักษา ตัวฟื้นฟู และทำให้ทุกคนเป็นผู้ผลิตทางด้านเศรษฐกิจได้

ต.นาป่าแซง ถือเป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องการจัดการสุขภาวะชุมชนที่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อให้ชุมชนอื่นๆ ได้เรียนรู้และปฏิบัติตามเป้าหมายเดียวกันได้ โดยหน้าที่ของศูนย์เรียนรู้ต้องเป็นครูในการจัดการเรียนรู้ให้กับเครือข่ายอีก 20 ตำบล โดยที่ผ่านมาศูนย์เรียนรู้สามารถจัดการเรียนรู้กับผู้สนใจปีละไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง

ขณะนี้มีศูนย์เรียนรู้สุขภาวะเป็นองค์รวมที่ สสส.สนับสนุนทั้งประเทศเกิดขึ้นแล้ว 105 แห่ง ทั้งศูนย์เรียนรู้ในเรื่องเด็กปฐมวัย ผู้สูงอายุ เยาวชน และยาสูบ

การบริหารจัดการในรูปแบบการมีส่วนร่วมของ ต.นาป่าแซง ถือเป็นการสร้างประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม เพราะการทำงานของนาป่าแซงมีรูปแบบคณะทำงานที่รวมองค์กรทั้งหมดในตำบลมานั่งพูดคุยและใช้กลไกกรรมการหมู่บ้านในการระดมแก้ปัญหา

หลังจากนั้นจะแยกกันทำงานอย่างเป็นระบบ เมื่อทำแล้วมีปัญหาจะกลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง เพื่อดูว่าการทำงานมีปัญหาอะไรติดขัดนำมาแก้ไขจนสามารถดำเนินการบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ดวงพร ย้ำว่า การทำงานลักษณะนี้ยังสร้างความเป็นพลเมืองที่รู้หน้าที่และมีจิตอาสาที่จะช่วยเหลือสังคม เช่น หากมีครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งไม่มีองค์ความรู้ในการทำเกษตรกรรม ครอบครัวที่มีความรู้จะเข้าไปช่วยเหลือสอนให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันได้

"ต.นาป่าแซง ไม่ใช่คนมายืนพูดต้องการอย่างนั้น เรียกร้องอย่างนี้ เพราะเขามี หน้าที่พลเมืองมีธรรมนูญข้อตกลงในชุมชน ทุกคนมีส่วนร่วม เน้นหน้าที่พลเมือง ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบ นอกจากรับผิดชอบตัวเอง ต้องรับผิดชอบคนอื่นด้วย เพราะหน้าที่พลเมืองมีหลักสำคัญคือ จิตอาสาที่จะช่วยเหลือเพื่อนในชุมชน" ดวงพร ระบุ

ต.นาป่าแซง จึงเป็นตัวอย่างของการน้อมนำเอาศาสตร์พระราชามาปรับใช้ พร้อมกับนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสร้างแนวทางในการดำเนินชีวิต ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นต้นแบบประชาธิปไตยที่ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ