posttoday
การลงทุนนอกเมนู (3)

การลงทุนนอกเมนู (3)

20 มกราคม 2561

สวัสดีปีใหม่ครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ช่วงปีใหม่นี้สภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นดูจะสดใสอย่างยิ่งในทุกๆ ตลาด

โดย ศุภกร สุนทรกิจ บลจ.เอเชีย เวลท์

สวัสดีปีใหม่ครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ช่วงปีใหม่นี้สภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นดูจะสดใสอย่างยิ่งในทุกๆ ตลาด ไม่ว่าจะเป็นตลาดต่างประเทศหรือในประเทศ โดยหลายๆ ดัชนีได้ไปทำจุดสูงสุดกันเป็นว่าเล่น ซึ่งก็ต้องนับว่าเป็นการเปิดปีที่ดีจริงๆ และก็เชื่อว่าตลาดน่าจะรักษาโมเมนตัมไปได้อีกสักระยะ หากไม่มีปัจจัยลบอื่นเข้ามาแทรก แต่ก็อย่างว่านะครับการลงทุนมีความเสี่ยง ผมก็อยากย้ำให้ท่านผู้อ่านยังคงยึดหลักการกระจายความเสี่ยง ศึกษาและติดตามข้อมูลการลงทุนให้ดีนะครับ

วันนี้ผมขอเขียนถึงเรื่องของการลงทุนนอกเมนูต่อจากสองครั้งที่แล้วที่ผมเขียนถึงเรื่องของการลงทุนในที่ดิน เพชร สินค้าแบรนด์เนม ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่เป็นที่นิยมถือครองจากนักลงทุนกลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth) วันนี้ผมจะพูดถึงการลงทุนในภาพวาด และก็ต่อด้วยสินทรัพย์อีก 2 อย่าง ก็คือ สลากกินแบ่งและสลากออมทรัพย์หรือสลากออมสิน ซึ่งก็ถือว่าได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนชาวไทยกันในระดับหนึ่ง

ในต่างประเทศนั้นตลาดการซื้อขายภาพวาดนั้นได้รับความนิยมจากนักลงทุนในระดับหนึ่ง และมีการจัดแบ่งประเภทของภาพวาดออกเป็นกลุ่มๆ ตามยุค หรือรูปแบบของภาพวาด ตลอดจนมีตลาดแรกและตลาดรองรองรับการซื้อขาย สร้างสภาพคล่องตลอดจนสร้างกลไกราคา จนทำให้สินทรัพย์ประเภทนี้สามารถแทรกเข้าไปอยู่ในรูปแบบของ การลงทุนได้ดีในระดับหนึ่ง และด้วยกลไกราคานี้เองที่ทำให้สามารถมีการ จัดสร้างดัชนีเพื่อใช้ชี้วัดการเคลื่อนไหวของราคาตลาดโดยเฉลี่ยได้ ทำให้นักสะสม นักลงทุน ตลอดจนผู้สนใจสามารถติดตามและวิเคราะห์ภาวะการลงทุน ตลอดจนประเมินทิศทางของสินทรัพย์ประเภทนี้ได้

ทีนี้เราลองมาดูตัวเลขของผลตอบแทนและความเสี่ยงจากการลงทุนในภาพวาด โดยศึกษาจากผลงานวิจัยในต่างประเทศกันเพื่อดูว่าสินทรัพย์นอกเมนูชนิดนี้มีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด โดยงานวิจัยระบุว่าผลตอบแทนโดยเฉลี่ยของราคาภาพวาดอยู่ที่ 10% ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่สูงในระดับหนึ่ง เมื่อเทียบกับความผันผวนที่ 17% หรือเรียกว่ามีค่าผลตอบแทนเมื่อเทียบต่อหนึ่งหน่วยความเสี่ยงที่ 0.588

อย่างไรก็ดี มีงานวิจัยในเวลาต่อมาระบุถึงข้อด้อยของการเก็บหรือคำนวณค่าดัชนีที่นำมาคำนวณผลตอบแทนดังกล่าวว่าอาจมีความคลาดเคลื่อนอันเกิดจากวิธีการคิด ซึ่งถ้ามีการปรับค่าความ คลาดเคลื่อนดังกล่าวจะพบว่าผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีจะลดลงมาเหลือเพียง 6% และค่าผลตอบแทนต่อหนึ่งหน่วยความเสี่ยงจะลดลงมาเหลือเพียง 0.04 เท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับการลงทุนรูปแบบอื่นๆ

ทั้งนี้ การลงทุนในภาพวาดซึ่งยังมีข้อด้อยในการที่ตัวมันเองเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้เงินปันผลหรือดอกเบี้ย แต่การถือครองภาพวาดนั้นสามารถให้ผลตอบแทนในรูปที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น การให้ความบันเทิงใจต่อเจ้าของ หรือบ่งบอกถึงสถานะทางสังคม โดยเฉพาะหากภาพวาดนั้นๆ เป็นภาพวาดจากศิลปินที่มีชื่อเสียง และการลงทุนในภาพวาดยังสามารถตกทอดเป็นมรดกให้กับลูกหลานได้ นอกจากนั้นหากเราตาถึงภาพวาดที่เราเลือกหาซื้อจากศิลปินที่ตอนแรกอาจไม่ค่อยมีชื่อเสียง แต่อาจมีชื่อเสียงในภายหลัง และยิ่งถ้าศิลปินผู้นั้นเสียชีวิตลง จะทำให้กลไกของอุปสงค์อุปทานทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้ภาพวาดดังกล่าวมีจำกัดและมีความหายาก จนทำให้ราคาของภาพวาดนั้นพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก เราก็อาจถือว่าได้กำไรจากการลงทุนก็ได้

อีกหนึ่งรูปแบบที่คนไทยนิยมแม้อาจไม่ได้ถูกจัดว่าเป็นการลงทุนก็คือการซื้อสลากกินแบ่งหรือลอตเตอรี่ ซี่งถ้าเรามาดูกันที่ตัวเลขของผลตอบแทนถ้าคำนวณตามหลักสถิติแล้วจะให้ผลตอบแทนที่ เป็นลบถึงกว่า 30% แต่คนไทยก็ยังนิยมซื้อลอตเตอรี่มาเป็นเวลาช้านาน เหตุผลหนึ่งก็เพราะการซื้อลอตเตอรี่นั้นให้ ความพึงพอใจในรูปแบบที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น การลุ้นหรือความสุขใจที่ได้ลุ้น

ครับสำหรับวันนี้ผมคงต้องขอพักไว้เท่านี้ก่อน แล้วครั้งหน้าค่อยมากันต่อ (หากยังไม่เบื่อเสียก่อน) ขอให้ท่านผู้อ่าน ทุกๆ ท่านโชคดีในการลงทุนครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ