
ค่าแรงไม่ฉุดผลงานบจ.
ตลท.-นักวิเคราะห์ ชี้ค่าแรงยังไม่กระทบต้นทุน บจ. พื้นฐานเศรษฐกิจไทยแกร่ง บริษัทใหญ่นำเทคโนโลยีช่วย กระทบกลุ่มก่อสร้างและเอสเอ็มอี
ตลท.-นักวิเคราะห์ ชี้ค่าแรงยังไม่กระทบต้นทุน บจ. พื้นฐานเศรษฐกิจไทยแกร่ง บริษัทใหญ่นำเทคโนโลยีช่วย กระทบกลุ่มก่อสร้างและเอสเอ็มอี
นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า การปรับขึ้นค่าแรงงานไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เนื่องจากการปรับขึ้นค่าแรงงานในอัตราสูงสุดที่ 22 บาท เป็นการปรับตามพื้นที่ และเป็นการขึ้นค่าแรงช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจยังดี ประกอบกับ บจ.มีการปรับตัวด้วยการใช้เทคโนโลยีในการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง
นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรงจะไม่มีผลกระทบ ต่อกำไรของ บจ. เนื่องจาก บจ.ขนาดใหญ่ปรับตัวได้ดี จากรายได้ที่สูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัว แต่อาจจะกระทบกับบริษัทที่ใช้แรงงานเป็นหลัก เช่น กลุ่มก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม โครงสร้างต้นทุนด้านแรงงานมี 10-20% ของต้นทุนทั้งหมด
"เชื่อว่าผลกระทบในครั้งนี้จะไม่รุนแรงเหมือนการปรับค่าแรงที่ขึ้นมา 300 บาท แต่อาจจะกระทบต่อราคาสินค้าที่คาดว่าราคาขายสินค้าจะเพิ่มขึ้น และไม่น่าจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับสูงจนเกินและเป็นเรื่องที่ต้องกังวล เพราะปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อไทยยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ บจ.ที่ยังใช้แรงงานมากก็จะต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้ทดแทนแรงงานคน" นายสุกิจ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ ยังไม่ปรับคาดการณ์กำไรของ บจ.ปีนี้ลงจากผลกระทบการปรับขึ้นค่าแรง แต่ประเด็นที่ยังกังวลคือ ต้นทุนด้านแรงงานจะกดดันผลประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี)
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรงงานถือว่าเป็นไปตามที่ได้คาดการณ์ไว้ในระดับ 3.4%
ขณะเดียวกัน ค่าแรงที่เพิ่มจะทำให้กำลังซื้อเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีก จากปีนี้เป็นปีการเฉลิมฉลองรัชกาลใหม่ทำให้มีการจัดกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้น และจะเห็นได้ว่าผลประกอบการของสองบริษัทออกมา ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ เช่น บริษัท บัตรกรุงไทย (KTC) ที่ราคาขึ้นมาทำสถิติใหม่ และ บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) (AEONTS) สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยังมีการจับจ่ายใช้สอยที่ดี
ราคาหุ้น KTC ปิดที่ 230 บาท ยังปรับตัวขึ้น 12 บาท หรือ 5.5% และราคาหุ้น AEONTS ปิดที่ 152.50 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือลดลง 1.61% มากกว่าการ ลดลงของดัชนีหุ้นไทยที่ลดลง 0.52% หรือ 9.56 จุด มาปิดที่ 1,819.32 จุด







