
เงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่ามากสุดในรอบ 3 ปี
รอยเตอร์สรายงานว่า ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 3 ปี ระหว่างการซื้อขายเมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ม.ค. ไปอยู่ที่ 90.113 เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักของโลก ก่อนจะปรับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย 0.2% ในช่วงบ่ายวันเดียวกันไปอยู่ที่ 90.569 และช่วยให้ค่าเงินหลายสกุลในเอเชียอ่อนค่าลงมาได้เล็กน้อย
รอยเตอร์สรายงานว่า ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 3 ปี ระหว่างการซื้อขายเมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ม.ค. ไปอยู่ที่ 90.113 เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักของโลก ก่อนจะปรับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย 0.2% ในช่วงบ่ายวันเดียวกันไปอยู่ที่ 90.569 และช่วยให้ค่าเงินหลายสกุลในเอเชียอ่อนค่าลงมาได้เล็กน้อย
คิมดงยอน รัฐมนตรีคลังเกาหลีใต้ เปิดเผยถึงสถานการณ์ค่าเงินวอนที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องว่า จะยังปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นไปตามกลไกตลาด และจะเข้าดำเนินมาตรการก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น
ทั้งนี้ เงินวอนเกาหลีใต้เป็นสกุลเงินในเอเชียที่แข็งค่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ในปีที่แล้ว และได้ทำสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 3 ปี เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 1,061.2 วอน/ดอลลาร์ ขณะที่หนังสือพิมพ์โคเรีย เฮอร์รัลด์ รายงานอ้างนักวิเคราะห์ว่า ค่าเงินวอนอาจหลุดระดับ 1,000 วอน/ดอลลาร์ ภายในช่วงครึ่งปีแรกนี้ หากสถานการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีบรรเทาลง และยังเป็นเพราะรัฐบาลไม่สามารถเข้าแทรกแซงได้มากนัก เนื่องจากติดอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังประเทศปั่นค่าเงินของสหรัฐ
ด้านค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงวานนี้ 0.2% อยู่ที่ 1.2238 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากขึ้นไปทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปีครั้งใหม่ในวันเดียวกันที่ 1.2323 ดอลลาร์/ยูโร จนกรรมการของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เริ่มส่งสัญญาณกังวล
บลูมเบิร์กรายงานว่า วิตอร์ คอนสแตนซิโอ รองประธานอีซีบี ได้หารือกับกรรมการอีซีบีหลายคน โดยแสดงความกังวลว่าค่าเงินยูโรที่กำลังแข็งค่าขึ้นอย่างหนักในช่วงนี้ไม่ได้สะท้อนถึงพื้นฐานที่แท้จริง แต่มาจากการคาดการณ์ของตลาดว่าอีซีบีจะปรับนโยบายการเงินเท่านั้น เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อเมื่อเดือน ธ.ค. กลับชะลอตัวลงเล็กน้อย ขณะที่ค่าเงินยูโรที่แข็งค่าขึ้นอย่างหนักยังอาจกระทบต่อการขยายตัวของเงินเฟ้อด้วย
แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ค่าเงินบาทมีความน่าสนใจในสายตาของต่างชาติช่วงนี้ มาจากปัจจัยใหม่ล่าสุดคือ จีนโยนหินถามทางที่จะเลิกซื้อ US Treasury ลง และส่งสัญญาณว่าจะมีกลไกลดความแปรผันของค่าเงินหยวน ซึ่งหมายถึงจะใช้ดุลพินิจในการคุมค่าเงินมากขึ้น ส่งผลให้ต่างชาติเก็งกำไรค่าเงินหยวน รวมทั้งค่าเงินของประเทศที่มีเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับจีนมากก็คือ ริงกิตมาเลเซีย ที่แข็งค่ามากที่สุดในอาเซียน 2.4% เงินบาทที่แข็งค่า 2% และเริ่มเห็นเงินรูเปียห์อินโดนีเซีย เริ่มแข็งค่ากว่า 1% แล้วจากต้นปี โดยวิธีการเก็งกำไรคือการเข้าซื้อตราสารในรูปเงินบาท
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดวานนี้อยู่ที่ 31.95 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากเปิดตลาดเช้าที่ระดับ 31.91 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเงินบาทไปทำสถิติอ่อนค่าต่ำสุดในรอบ 41 เดือนที่ระดับ 31.87 บาท/ดอลลาร์ โดยวันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 31.87-32.00 บาท/ดอลลาร์
"วันนี้เงินบาทค่อนข้างผันผวน ระหว่างวันลงไปทำนิวโลว์ในรอบ 41 เดือนที่ 31.87 (บาท/ดอลลาร์) แต่หลังจากที่ผู้ว่าการ ธปท.ออกมาคอมเมนต์ เงินบาทก็อ่อนค่ามาอยู่ที่ระดับ 31.96-31.98 (บาท/ดอลลาร์) ซึ่งอาจมาจากนักลงทุนกังวลว่า ธปท.จะออกมาตรการดูแลเรื่องการเก็งกำไรค่าเงินบาทออกมา" นักบริหารเงินกล่าว
ทั้งนี้ นักบริหารเงินคาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ไว้ที่ 31.90-32.00 บาท/ดอลลาร์







