posttoday
สถาบันการเงินปรับตัวรับดิจิทัล ตั้งองค์กรกลาง-การพิสูจน์ตัวตน

สถาบันการเงินปรับตัวรับดิจิทัล ตั้งองค์กรกลาง-การพิสูจน์ตัวตน

12 มกราคม 2561

สถาบันการเงินปรับตัวรองรับโลกดิจิทัลลงทุนตั้งองค์กรกลาง-การพิสูจน์ตัวตนโดยไม่ต้องเห็นหน้ากันในอนาคต

สถาบันการเงินปรับตัวรองรับโลกดิจิทัลลงทุนตั้งองค์กรกลาง-การพิสูจน์ตัวตนโดยไม่ต้องเห็นหน้ากันในอนาคต

แม้ว่าในวันนี้ เวลานี้ จะมีกรณีที่มี มิจฉาชีพได้เข้าไปปลอมแปลงตัวเองผ่านการขโมยบัตรประชาชน + สวมหน้ากากอนามัย + ท้าทายกระบวนการเปิดบัญชี เพื่อการนำเงินเข้าและโอนเงินออกจากการกระทำความผิดนั้น

ผมเองก็เฝ้าติดตามว่าเรื่องนี้มันจะไปจบตรงไหน

ใครจะเป็นแพะ ใครจะเป็นแกะ

ใครจะเป็นผู้ร้าย ใครจะเป็นพระเอก ที่สุดความจริงจะปรากฏ

มันยังไม่ถึงเวลาที่จะไปตำหนิว่าใครหย่อนยาน ใครไม่ทำอะไรอย่างที่ควรจะทำ

การออกตัวแรงๆ ของพี่ๆ ตามข่าวสารแบบฟันธง ผมในฐานะคนหัวโบราณอยากจะบอกว่า ระวังธงหัก ยังไม่ชัดอย่ารีบ สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหารนะครับ ...

จากการให้ข้อมูลของผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนกรณีที่บุคคลถูกนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีว่า ภาคเอกชนและภาครัฐที่มีการนำบัตรประชาชนไปใช้ลงทะเบียนลูกค้าหรือผู้มาขอรับบริการนั้น มีสิ่งที่ต้องทำ 3 เรื่องอย่างเข้มข้น คือ

1.ต้องดูหน้าตาว่าผู้มาขอใช้บริการ หน้าตาเหมือนในบัตรหรือไม่ (Face to face)

2.ต้องตรวจสอบว่าบัตรประชาชนใบที่ใช้ทำธุรกรรมเป็นของจริงหรือปลอม (สามารถตรวจสอบได้โดยใช้เครื่องอ่านบัตรประชาชน)

3.ในกรณีมีการแจ้งบัตรหาย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองมีระบบให้คอมพิวเตอร์ของแต่ละหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบได้ว่า บัตรใบนี้มีสถานภาพเป็นปกติ ถูกแจ้งหายหรือถูกยกเลิก

หากได้ทำครบทั้ง 3 ขั้นตอนจะสามารถยืนยันพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนในโลกการทำธุรกิจแบบมาเจอหน้ากัน พิสูจน์กัน แล้วก็ตกลงทำรายการของกันและกัน

กลับมาเวลานี้ครับ ทางกระทรวงการคลังกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยกระทรวงดิจิทัลฯ ได้มี คำสั่งที่ 75/2560 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2560 โดยมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดแนวทางการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ

รวมถึงบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดการอำนวยความสะดวกในการพิสูจน์และตัวตน ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานอันสำคัญใน Digital Economy และ Digital Transaction ในอนาคต

ขณะนี้งานได้เดินหน้ามาถึงขั้นตอน การจัดตั้งองค์กรเพื่อพัฒนาระบบดิจิทัลไอดี (Digital ID Platform) ในการพัฒนา ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล มูลค่าการลงทุนตั้งต้น 100 ล้านบาท โดยภาคเอกชนและสมาคมธนาคารไทยได้รวบรวมหน่วยงานที่ สนใจร่วมลงทุนพร้อมสัดส่วนการลงทุน ให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสแรกของปี 2561 แล้ว ซึ่งประกอบด้วย

oสมาชิกของสมาคมธนาคารไทย (TBA)

oสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO)

oสมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA)

oสมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA)

oสมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ไทย (TEPA)

oและเครดิตบูโร (NCB)

ระบบดังกล่าวคาดว่าจะเข้ามาดำเนินการได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 นี้เป็นต้นไป การตรวจสอบและ พิสูจน์ตัวตนของใครต่อใครก่อนทำธุรกรรมทางการเงินจะเข้มข้น ใช้ข้อมูล หลายรูปแบบในการเปรียบเทียบยืนยัน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลพื้นฐานในบัตรประชาชน Biometric ประเภทลายนิ้วมือ ม่านตา เสียง หรืออื่นใดตามแต่จะจินตนาการ สิ่งนี้คงจะเข้ามาช่วยในการลดความเสี่ยงของการทำธุรกรรมลงไปได้มาก วันหลังผมจะมาเล่าถึงพัฒนาการต่อไปนะครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ