
เฟซบุ๊กยกเครื่องใหญ่ ท้าธุรกิจเร่งปรับคอนเทนต์
ผมให้ทีมผลิตภัณฑ์ของเราเปลี่ยนเป้าหมาย จากการที่ช่วยคุณค้นหาคอนเทนต์ที่ตรงกับที่คุณต้องการ เป็นการทำให้คุณได้มีปฏิสัมพันธ์กับสังคมอย่างมีความหมาย
โดย ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
"ผมให้ทีมผลิตภัณฑ์ของเราเปลี่ยนเป้าหมาย จากการที่ช่วยคุณค้นหาคอนเทนต์ที่ตรงกับที่คุณต้องการ เป็นการทำให้คุณได้มีปฏิสัมพันธ์กับสังคมอย่างมีความหมาย" มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) และผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊ก สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดัง ออกแถลงการณ์บนหน้าเฟซบุ๊ก
นับตั้งแต่ผู้บริโภคนิยมใช้สื่อสังคมออนไลน์มากถึง 2,000 ล้านคน ทำให้ "เฟซบุ๊ก" ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่สำหรับการพูดคุยชีวิตประจำวันอีกต่อไป โดย ธุรกิจ แบรนด์ หรือสื่อ ต่างเข้าไปสร้างเนื้อหาภายในสื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าวอย่างคับคั่งเพื่อทำการตลาดและเข้าหาลูกค้า โดยธุรกิจต่างๆ ยังสามารถใช้เฟซบุ๊กในการลงโฆษณาเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้อีกด้วย
ทั้งนี้ เฟซบุ๊กใช้อัลกอริทึม ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับคาดเดาและเลือกสรรเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของผู้ใช้ ในการเลือกสรรคอนเทนต์ในหน้า "นิวส์ฟีด" หรือกระดานข่าวของผู้ใช้มาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีที่ผ่านมา เฟซบุ๊กได้เปลี่ยนหน้านิวส์ฟีดให้มองเห็นคอนเทนต์ของเพื่อนและครอบครัวก่อนที่จะเป็นหน้าเพจต่างๆ และคำแถลงการณ์ล่าสุดของซัคเกอร์เบิร์ก ก็เป็นการชี้ชัดให้เห็นว่าคอนเทนต์ "อะไร" ที่เฟซบุ๊กต้องการให้ผู้ใช้เห็นก่อน ซึ่งคือ "คอนเทนต์ที่จะเรียกปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้" โดยเฉพาะคอนเทนต์จากเพื่อนและครอบครัว
เร่งธุรกิจปรับคอนเทนต์
ในการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ เฟซบุ๊กได้ยอมรับว่า ผู้ใช้จะเห็นคอนเทนต์จากธุรกิจ แบรนด์ และสื่อต่างๆ น้อยลง และเนื้อหาที่ผู้ใช้จะได้เห็น จะต้องเป็นเนื้อหาที่สามารถทำให้ผู้ใช้สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันได้มากขึ้น โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่ทำให้เกิดบทสนทนา
เฟซบุ๊กแนะนำว่า วิดีโอไลฟ์สามารถสร้างบทสนทนาได้มากถึง 6 เท่าของวิดีโอธรรมดา ขณะที่การประกาศจัด อีเวนต์ของภาคธุรกิจก็สามารถสร้างบทสนทนาได้เช่นกัน
อดัม มอสเซอรี รองประธานของ เฟซบุ๊ก ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการปรับสมดุลให้กับเฟซบุ๊ก โดยเฟซบุ๊กจะยังคงเผยแพร่เนื้อหาที่มีคุณค่าต่อไป แต่การปรับเปลี่ยนดังกล่าวจะเป็นการกดดันให้สื่อหรือแบรนด์ต่างๆ ต้องสร้างคอนเทนต์ที่ดึงดูดบทสนทนา ถ้าหากต้องการที่จะขึ้นไปอยู่ในนิวส์ฟีดของผู้ใช้
ก่อนหน้านี้ ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กเคยปรับเปลี่ยนแนวทางสำหรับสื่อ หลังพบว่ามีการโพสต์เนื้อหาล่อคลิก (คลิกเบต) และบางส่วนมีการเปิดเผยเนื้อหาที่ไม่เป็นความจริง ทำให้เฟซบุ๊กต้องปรับอัลกอริทึมให้แสดงเนื้อหาดังกล่าวน้อยลง
เปลี่ยนเพื่อระยะยาว
สาเหตุที่เฟซบุ๊กต้องปรับเปลี่ยนหน้าฟีดเกิดจากเสียงเรียกร้องของผู้ใช้ ที่ต้องใช้เวลาไปกับเฟซบุ๊กนานเกินไป เพราะต้องเห็นคอนเทนต์จากธุรกิจและสื่อต่างๆ ก่อนที่จะได้เห็นข้อความจากเพื่อนหรือครอบครัว ขณะที่ เฟซบุ๊กยังต้องจัดการกับ "ข่าวลวง" ที่เคยสร้างความปั่นป่วนในการเลือกตั้งสหรัฐเมื่อปี 2016
เฟซบุ๊กได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์นับตั้งแต่นั้นว่ากลายเป็นพื้นที่สร้างความแตกแยกให้กับสังคม โดยเฟซบุ๊กยอมรับเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมาว่า เจ้าหน้าที่รัสเซียได้ซื้อโฆษณาบนเฟซบุ๊กเพื่อปั่นป่วนและสร้างความแตกแยกในสหรัฐในช่วงเลือกตั้งปี 2016 จริง
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังย้ำถึงจุดมุ่งหมายของเฟซบุ๊กที่เป็นการเชื่อมโยงบุคคลเข้าหากัน
"ผมอยากจะให้ความกระจ่างในเรื่องการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ผมคาดว่าเวลาที่ผู้คนใช้บนเฟซบุ๊กและยอดคอมเมนต์ ไลค์ แชร์ คงลดลง แต่ผมคาดหวังว่าเวลาที่คุณใช้บนเฟซบุ๊ก จะมีคุณค่ามากขึ้น และหากสิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะดีต่อชุมชนและธุรกิจของเราในระยะยาวเช่นกัน" ซัคเกอร์เบิร์ก กล่าว







