posttoday
มั่นใจต่างชาติยังสนใจบอนด์ไทย

มั่นใจต่างชาติยังสนใจบอนด์ไทย

10 มกราคม 2561

พรสวรรค์ นันทะสถานการณ์เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ต่อเนื่อง แต่ผลตอบแทนของตราสารหนี้ (บอนด์ยิลด์) ไทยยังต่ำกว่าสหรัฐ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงจาก 1.5% ไปตลอดปีนี้ บวกกับปีที่ผ่านมีการออกตราสารหนี้ (บอนด์) ไปมากแล้ว ทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าแนวโน้มการทุนในบอนด์ไทยปีนี้จะปรับตัวอย่างไรต่อไป

พรสวรรค์ นันทะ

สถานการณ์เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ต่อเนื่อง แต่ผลตอบแทนของตราสารหนี้ (บอนด์ยิลด์) ไทยยังต่ำกว่าสหรัฐ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงจาก 1.5% ไปตลอดปีนี้ บวกกับปีที่ผ่านมีการออกตราสารหนี้ (บอนด์) ไปมากแล้ว ทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าแนวโน้มการทุนในบอนด์ไทยปีนี้จะปรับตัวอย่างไรต่อไป

ธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า ถึงบอนด์ยิลด์ไทยจะต่ำกว่าสหรัฐและต่ำกว่าระดับ 2.5% แต่สิ้นปี 2560 เริ่มกลับมาสูงขึ้นบ้าง แต่ยังปรับขึ้นเฉพาะในบอนด์ระยะยาว แต่บอนด์ระยะสั้นยังไม่ขยับขึ้น เนื่องจากความต้องการซื้อลงทุน (ดีมานด์) ยังสูงมหาศาล

ด้านแนวโน้มเงินลงทุนจาก ต่างชาติในบอนด์ไทยปีนี้คาดว่ายังไหลเข้าต่อแม้บอนด์ยิลด์จะต่ำเป็นทิศทาง ที่สอดคล้องกับประเทศเศรษฐกิจ เกิดใหม่ เนื่องจากสภาพคล่องในตลาดโลกยังสูง เพราะการปรับลดคิวอียังทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป บวกกับนักลงทุน ยังมั่นในทิศทางเศรษฐกิจไทย จากดุล การค้าเกินดุลและดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล

ขณะเดียวกัน การมาลงทุนในไทยยังได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่ามากกว่าสกุลอื่นในภูมิภาคด้วย โดยในช่วง 10 วัน เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เงินทุนต่างชาติไหลเข้าแล้วรวม 4.7 หมื่นล้านบาท

สำหรับปี 2561 คาดว่าจะมีมูลค่าการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนอยู่ที่ประมาณ 6.9-7.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นออกเพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนด 2.7 แสนล้านบาท ออกใหม่ 4.2 แสนล้านบาท และธนาคารพาณิชย์อาจออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้น เพื่อมาเสริมเงินกองทุนรองรับเกณฑ์บาร์เซิล 3 อีกประมาณ 3 หมื่นล้านบาท โดยรวมมูลค่การออกอาจชะลอลงเล็กน้อยประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2560 มูลค่ารวม 8.23 แสนล้านบาท

ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปีนี้มีจะการปรับเกณฑ์การออกที่จะบังคับใช้กลางปีนี้คือ การออกตั๋วเงิน (บี/อี) เป็นการทั่วไปจะทำไม่ได้สามารถระดมได้เฉพาะกับนักลงทุนสถาบัน หรือขายให้นักลงทุนเฉพาะเจาะจง (PP10) เท่านั้น และต่อไปการออกหายหุ้นกู้ให้นักลงทุน ไฮเน็ตเวิร์กต้องมีการแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ทำให้ใช้เวลาและมีต้นทุนค่าใช้จ่ายมากขึ้น ดังนั้น จะเห็น บี/อี ที่เคยออกปีที่แล้ว 4.69 แสนล้านบาท หายไปและปรับมาออกเป็นหุ้นกู้ระยะสั้นหรือระยะยาวมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ปีนี้จะมีการปรับปรุงระบบของตลาดบอนด์ เพื่อรับยุค 4.0 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุมัติปรับเกณฑ์การออกเสนอขายหุ้นกู้ภายใต้ Medium-Term Note (MTN) Program ทำให้ออกได้สะดวกรวดเร็วขึ้น เพราะผู้ออกยื่นไฟลิ่งรายโครงการสามารถเสนอขายตราสารหนี้ภายใต้วงเงินต่อกลุ่มนักลงทุนที่ได้รับอนุญาตได้เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่มีข้อจำกัดว่าเป็นตราสารหนี้ระยะสั้นหรือระยะยาว

ทั้งนี้ ปี 2560 ที่ผ่านมา ตลาดตราสารหนี้ไทยมีมูลค่าคงค้างรวม 11.56 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.89% จากปีก่อน โดยเอกชนออกตราสารหนี้ระยะยาวมียอดออกเสนอขายเกิน 8 แสนล้านบาท ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ซึ่งมีมูลค่าการออกเสนอขายรวม 8.23 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จากปีก่อน สูงกว่าประมาณการที่เคยคาดไว้ที่ 6 แสนล้านบาท มีต่างชาติไหลเข้าลงทุนแล้ว 2.22 แสนล้านบาท ทำให้ต่างชาติมีมูลค่าการลงทุนสะสมในตลาดตราสารหนี้ไทยรวม 8.5 แสนล้านบาท หรือ 7.3% ของมูลค่ารวมตลาดตราสารหนี้ไทย

ส่วนเรื่องการชะลอการเข้าลงทุนในตราสารหนี้สหรัฐของจีนไม่กระทบต่อตลาดบอนด์ไทย เพราะไทยยังเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย และสภาพคล่องในระบบตลาดโลกยังสูง

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว