
เบ่งงบก้อนโต ขุนเศรษฐกิจปี’61ทะยาน
เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงรัฐบาลไม่ผ่อนแรงเรื่องการขับเคลื่อนกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2561 ทั้งที่เวลาผ่านปีใหม่มายังไม่ทันข้ามเดือน รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจก็ไปได้ดี โดยหน่วยงานต่างๆ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 4-5% และตลาดหุ้นก็ร้อนแรงทะลุ 1,800 จุด สร้างประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นไทย เพราะเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจปีนี้จะดีจริง
เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
รัฐบาลไม่ผ่อนแรงเรื่องการขับเคลื่อนกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2561 ทั้งที่เวลาผ่านปีใหม่มายังไม่ทันข้ามเดือน รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจก็ไปได้ดี โดยหน่วยงานต่างๆ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 4-5% และตลาดหุ้นก็ร้อนแรงทะลุ 1,800 จุด สร้างประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นไทย เพราะเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจปีนี้จะดีจริง
ล่าสุด รัฐบาลประกาศทำงบประมาณรายจ่ายกลางปี 2561 เพิ่มเติมอีก 1.5 แสนล้านบาท พร้อมทั้งประกาศตัวเลขกรอบงบประมาณปี 2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในสัปดาห์หน้า ถือเป็นการส่งสัญญาณสำคัญในการเรียกความเชื่อมั่นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายตัวในปี 2561 ให้ขยายตัวได้แบบก้าวกระโดด
สำหรับงบประมาณรายจ่ายกลางปี 2561 เพิ่มเติมอีก 1.5 แสนล้านบาท มาจากเงินรายได้ 5 หมื่นล้านบาท ที่คาดว่าจะเก็บได้เกินเป้าหมายในส่วนนี้จะนำไปใช้เงินคงคลัง ตามกฎหมายงบประมาณที่ระบุไว้ว่า การทำงบประมาณจะต้องตั้งงบที่มาจากรายได้ไปใช้เงินคงคลังที่นำออกมาใช้ก่อนหน้านี้ เพื่อเป็นการรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศ
ขณะที่วงเงินที่เหลืออีก 1 แสนล้านบาท จะมาจากการกู้เงินที่ยังมีช่องให้กู้ได้อีกมาก เพราะสัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยยังอยู่ต่ำ 42-43% ของจีดีพี จากกรอบความยั่งยืน ทางการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกิน 60% ของจีดีพี
โดยงบดังกล่าวจะไปใช้ใน 4 โครงการสำคัญ ที่ล้วนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากที่ยังมีปัญหาขยายตัวได้น้อย ได้แก่ โครงการแรก นำไปใช้ในโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 จำนวน 11.4 ล้านคน ที่เพิ่งผ่านเห็นความชอบ ครม. จำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะทำให้คนพ้นจากความยากจนในปีแรกถึง 1 ล้านคน
โครงการที่ 2 จะนำไปใช้ในการปฏิรูปภาคการเกษตร 4 หมื่นล้านบาท เพื่อลดการปลูกพืชเกษตรที่มีการปลูกมากเกินไปจนทำให้ราคาตกต่ำ โดนตั้งเป้าจะลดการปลูกให้ได้ 10-20% จะได้มีผลทำให้ราคาปรับเพิ่มดีขึ้น ลดภาระงบประมาณที่รัฐบาลต้องเข้าไปอุดหนุนตลอดเวลา
สำหรับโครงการที่ 3 เป็นการให้กับโครงการของกองทุนหมู่บ้าน 1 หมื่นล้านบาท และโครงการที่ 4 เป็นของกระทรวงมหาดไทยที่จะเข้าไปพัฒนาเศรษฐกิจระดับตำบลอีก 1 หมื่นล้านบาท ซึ่ง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เน้นย้ำว่าจะต้องเป็นโครงการที่ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนและปฏิรูปให้เศรษฐกิจของท้องถิ่นและประเทศให้ดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนและท้องถิ่น ที่รัฐบาลเพิ่มออกมาตรการภาษีจูงใจเมื่อก่อนสิ้นปีที่ผ่านมา ที่ให้ประชาชนไปเที่ยวในจังหวัดรอง ลดหย่อนภาษีได้ 1.5 หมื่นบาท
การตั้งงบประมาณกลางปี 2561 เพิ่มเติม เห็นได้ชัดว่า เป็นการทุ่มเงินทั้งหมดกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพราะรัฐบาลเชื่อว่าหากเศรษฐกิจฐานรากขยายตัวเพิ่ม จะส่งผลดีให้กับเศรษฐกิจปี 2561 เพิ่มขึ้น ต่างจากการทำงบประมาณกลางปี 2560 เพิ่มเติม 1.9 แสนล้านบาท ที่มีการกู้เพิ่มอีก 1.6 แสนล้านบาท โดยเงินทั้งหมดทุ่มไปกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเป็นหลัก ที่ตอนนั้นยังมีปัญหาลงทุนได้น้อย ทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจช้า
นอกจากนี้ การทำงบประมาณกลางปี 2561 เพิ่มเติม ส่งผลให้งบประมาณทั้งปี ขาดดุล 5.5 แสนล้านบาท เท่ากับปี 2560 ที่ผ่านมา ที่ เริ่มต้นทำงบประมาณขาดดุล 3.9 แสนล้านบาท และมีการทำงบกลางปีเพิ่มเติมขาดดุลอีก 1.6 แสนล้านบาท รวมเป็นขาดดุล 5.5 แสนล้านบาท แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ผ่อนเครื่องเรื่องการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวได้สูงต่อเนื่องทุกปี
ขณะเดียวกันรัฐบาลยังเรียกความเชื่อมั่นเศรษฐกิจชุดใหญ่ โดยการเปิดเผยกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี 2561 ประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งยังเป็นงบประมาณแบบขาดดุล 4.5 แสนล้านบาท เพราะมีการประมาณการเก็บรายได้ 2.55 ล้านล้านบาท ให้ ครม.เห็นชอบ โดยคาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจปี 2562 ขยายตัวได้ 4.2%
การทำงบประมาณขาดดุลในระดับที่เป็นอยู่ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลยังต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องทั้งปี 2561 ข้ามไปจนถึงปี 2562 แม้ว่าตามโรดแมปทางการเมืองจะมีการเลือกตั้งในปลายปีนี้หรืออย่างช้าต้นปีหน้า
ที่สำคัญกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 แม้ว่าจะมีงบประจำเพิ่มมากขึ้นเกินสัดส่วน 70-75% ของงบประมาณทั้งหมด แต่รัฐบาลยังให้ความสำคัฐกับการตั้งงบลงทุนต้องไม่ต่ำกว่า 20% หรือไม่ต่ำกว่า 6 แสนล้านบาท สูงกว่างบประมาณปี 2561 ที่มีงบลงทุนอยู่ที่ 5.77 แสนล้านบาท
สำหรับงบลงทุนยังเน้นเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ที่สำคัฐ ทั้งด้านคมนาคมขนส่งทางบก ทางราง และอากาศ ให้เกิดการเชื่อมต่อ ลดต้นทุนขนส่ง และส่งเสริมการค้า การเดินทางมากขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งจะทำให้รายได้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เพิ่มขึ้น
เดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ระบุว่า กรอบ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 ยังเน้นเรื่องการปฏิรูปต่อเนื่อง เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน การลด ความเหลื่อมล้ำ และการนำพาประเทศไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล การปฏิรูปเศรษฐกิจฐานราก จะจัดให้มีงบพัฒนารายภาค ระดับจังหวัด และกลุ่มจังหวัด เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ ทั่วถึง โดยงบเพื่อการปฏิรูปมีรวมกันถึง 1 ล้านล้านบาท
เมื่อประเมินจากการบริหารเศรษฐกิจปี 2561 ต้องถือว่ามีการขยับปลุกเร้าให้นักลงทุนและประชาชน เกิดความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยอย่าง ต่อเนื่อง โดยมี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นกุนซือวางแผนและต่อเรียงร้อยจิ๊กซอว์มาตรการต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องให้เกิดพลังบวกกับเศรษฐกิจมากที่สุด
ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา สมคิดพูดกับนักลงทุนว่าเศรษฐกิจปี 2560 เป็นปีแห่งความหวังทั้งด้านเศรษฐกิจและตลาดหุ้น จนเปิดปีใหม่ตลาดหุ้นปรับขึ้นสร้างประวัติศาสตร์
หลังจากนั้น สมคิดก็ยังส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจไตรมาส สุดท้ายของปี 2560 จะขยายตัว ได้ใกล้ 5% และปี 2561 จะขยายตัวได้ 5% ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับ นักลงทุนอย่างมาก เพราะงบประมาณปี 2560 รวมงบที่จะทำเพิ่มเติมมี วงเงิน 3 ล้านล้านบาท รวมกับกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 อีก 3 ล้านล้านบาท ทำให้เห็นภาพชัดว่าจะมีเงินอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวมกันถึง 6 ล้านล้านบาท ซึ่งจำนวนเงินก็โตขนาดนี้ประกาศให้เห็นกัน ชัดๆ แบบไม่มีปิดบัง ย่อมทำให้เศรษฐกิจไทยปี 2561 ทะยานไปได้ ถึง 5% ตามที่รัฐบาลส่งสัญญาณไว้ได้ไม่ยากเย็น n







