posttoday
ทริสคงเครดิตTHAI

ทริสคงเครดิตTHAI

09 มกราคม 2561

ทริสคงเครดิตการบินไทย มองต้นทุนพุ่งกดดันกำไร พร้อมคาดหวังรักษาเงินสำรองคืนหนี้ที่จะครบกำหนดอีก 12 เดือนหน้า 3 หมื่นล้าน

ทริสคงเครดิตการบินไทย มองต้นทุนพุ่งกดดันกำไร พร้อมคาดหวังรักษาเงินสำรองคืนหนี้ที่จะครบกำหนดอีก 12 เดือนหน้า 3 หมื่นล้าน

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บริษัท การบินไทย (THAI) ที่ระดับ "A" แนวโน้มคงที่ ทริสเชื่อว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนที่เข้มแข็งและทันการณ์โดยเฉพาะในกรณีที่บริษัทเผชิญกับปัญหาด้านการเงิน อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตมีข้อจำกัดจากการที่บริษัทมีภาระหนี้และต้นทุนในการดำเนินงานที่สูงและอ่อนไหวต่อความเสี่ยงจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้และความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

กลางปี 2560 การบินไทยได้จัดตั้ง กลุ่มบริษัทซึ่งเรียกว่า "ไทยกรุ๊ป" บริหารจัดการสายการบิน 3 สาย คือ การบินไทย ไทยสมายล์ และนกแอร์ ให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการปรับปรุงเส้นทางการบินให้เชื่อมต่อกันเพื่อสร้างความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร แต่การแข่งขันที่รุนแรงทำให้รายได้ค่าโดยสารต่อผู้โดยสารต่อกิโลเมตร ลดลงมาอยู่ที่ 2.17 บาท/ผู้โดยสาร/กิโลเมตร เมื่อเทียบกับ 2.41 บาท/ผู้โดยสาร/กิโลเมตร ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ไตรมาส 4 ของปี 2560 บริษัทได้กลับมาจัดเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงในบางเส้นทางหลังจากต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารดีขึ้นเป็น 79.8% เทียบกับ 73.4%

ทั้งนี้ เนื่องจากปริมาณผู้โดยสารต่อกิโลเมตรเพิ่มขึ้น 15.8% หลังจากที่ได้มีการปรับลดค่าโดยสารและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 5.1% เป็น 26.1 ล้านคน โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 ทำให้ส่วนทางการตลาดของการวัดจาก ผู้โดยสารยังเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 22% จาก 21.5% การเพิ่มสูงขึ้นของต้นทุนเชื้อเพลิงและต้นทุนอื่น ทำให้อัตราการทำกำไรลดลง โดยอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทปรับตัวลดลงเป็น 16.9% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 จาก 19.8% ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาเนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 11%

สำหรับสภาพคล่องอ่อนตัวลงแต่ยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยเงินทุนจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท ในปี 2559 และ 1.4 หมื่นล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมปรับ ลดลงจาก 11% ในปี 2559 เป็น 9.5% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อดอกเบี้ยจ่ายอยู่ที่ 3.1 เท่า ในระหว่างปี 2559 ถึงช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 สภาพคล่องของบริษัท ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2560 ประกอบด้วยเงินสดจำนวน 1.86 หมื่นล้านบาท และวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้อีกจำนวน 2.5 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าบริษัทจะมีเงินทุนจากการดำเนินงานอยู่ระหว่าง 1.8-2 หมื่นล้านบาท/ปี ซึ่งจะเพียงพอต่อแผนการใช้จ่ายของบริษัท

ทั้งนี้ ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ต้องชำระคืนเงินกู้ 3.1 หมื่นล้านบาท และมีภาระเงินกู้ระยะสั้นอีก 4,359 ล้านบาท รวมถึงมีงบลงทุนอีกประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท คาดหวังว่าบริษัทจะยังคงรักษาแหล่งเงินสำรองที่เพียงพอสำหรับการชำระหนี้และเพื่อใช้รองรับเหตุการณ์ที่คาด ไม่ถึงต่างๆ และระหว่างปี 2561-2563 คาดว่ารายได้ของบริษัทจะเติบโตพอประมาณและคาดว่าอัตรากำไรของบริษัทจะอยู่ที่ระดับ 20%

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ