posttoday
บาปบริสุทธิ์

บาปบริสุทธิ์

08 มกราคม 2561

กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected])Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัดเนื่องในโอกาสวันเด็กปี 2561 นี้ อยากให้พ่อแม่ทุกคนที่รักลูก มีสติในการรักลูกให้ถูกทาง ความรักลูกจนเกินไปจะกลายเป็นพ่อแม่รังแกลูก ด้วยบาปบริสุทธิ์ 14 ประการ ที่ท่าน ว.วชิรเมธี สรุปมาให้ผู้อ่านดังนี้

กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected])Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัด

เนื่องในโอกาสวันเด็กปี 2561 นี้ อยากให้พ่อแม่ทุกคนที่รักลูก มีสติในการรักลูกให้ถูกทาง ความรักลูกจนเกินไปจะกลายเป็นพ่อแม่รังแกลูก ด้วยบาปบริสุทธิ์ 14 ประการ ที่ท่าน ว.วชิรเมธี สรุปมาให้ผู้อ่านดังนี้

1) รักเขามากเกินไป เกิดภาวะรักจนหลง ลูกของตนถูกทุกอย่าง ดีกว่าคนอื่นเสมอ ส่งผลให้ลูกกลายเป็นคนมีอัตตาสูง เชื่อมั่นตนเองในทางที่ผิด ดูถูกคน ไม่ยอมรับว่าเป็นคนสร้างปัญหา

2) ตามใจเขามากเกินไป ผลก็คือพ่อแม่กลายเป็นขี้ข้าของลูก กลายเป็น "ลูกบังเกิดเกล้า" ที่พ่อแม่ต้องยอมให้ทุกอย่าง ที่หนักกว่านั้นก็คือ บางคนก็ถึงขั้นทุบตีทำร้ายพ่อแม่หากไม่ทำตามใจลูกต้องการ

3) ไม่กล้าห้ามปรามสั่งสอนเมื่อลูกทำผิด ทำเลว ทำบาป ลูกจะสูญเสียสามัญสำนึก แยกแยะถูกผิดดีชั่วไม่เป็น มองไม่เห็นเส้นแบ่งทางจริยธรรมว่า ดีเป็นอย่างไร ชั่วเป็นอย่างไร จึงกลายเป็นนักเลงอันธพาล

4) ให้เงินลูกเพียงอย่างเดียว ผลก็คือ ลูกไม่รู้จักคุณค่าของเงิน ไม่เห็นคุณค่าของผู้ที่ให้เงิน ยิ่งได้เงินมาก ยิ่งผลาญเงินเก่ง มีเงินเท่าไรก็ไม่พอใช้ และทั้งๆ ที่ใช้จ่ายเงินสูง แต่กลับมีคุณภาพชีวิตต่ำ

5) ไม่ให้ลูกเรียนรู้ที่จะพึ่งตนเอง เกรงว่าหากให้ลูกทำอะไรด้วยตนเองแล้วเขาจะลำบาก ผลก็คือเมื่อโตขึ้นลูกกลายเป็นลูกแหง่ที่พึ่งตนเองไม่ได้ ทำอะไรด้วยตนเองไม่เป็น ยิ่งเติบโตยิ่งเป็นตัวปัญหาของสถาบันครอบครัว

6) ไม่ส่งเสริมให้ลูกได้รับการศึกษาที่ดี มัวแต่สนใจลงทุนในการทำธุรกิจ แต่ไม่รู้จักลงทุนสร้างลูกให้เป็นปัญญาชน ลูกจะเติบโตแต่ตัว แต่มีสติปัญญาที่ต่ำต้อย ขาดทักษะคิดใช้เหตุผล การเข้าสังคมจนสร้างปัญหาให้สังคม

7) ทำแต่งานสังคมสงเคราะห์นอกบ้าน โดยลืมไปว่าคนที่ตนต้องสงเคราะห์ก่อนดูแลก่อนต้องให้ความรักก่อนก็คือลูก ผลก็คือแม้จะกลายเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่ประสบความสำเร็จนอกบ้าน สังคมสรรเสริญ แต่กลับเป็นพ่อแม่ที่ล้มเหลวในบ้าน และลูกกลายเป็นเด็กที่ขาดความรัก ความอบอุ่น ไม่พร้อมจะแบ่งปันความรักและความอบอุ่นให้ใคร

8) ไม่รู้จักยกย่องชมเชยลูกเมื่อเขาประสบความสำเร็จในการเรียน ในการทำงาน ในการทำกิจกรรมใดๆ ลูกจะกลายเป็นคนใจคอคับแคบ ยกย่องใครไม่เป็น เมื่อเห็นคนอื่นได้ดีมีความสำเร็จ จนเป็นนักอิจฉาริษยาตัวฉกาจ ที่จ้องทำลายคุณงามความดีของคนอื่น

9) การไม่รู้จักสอนเขาให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ ผลก็คือ เมื่อโตขึ้น เขาจึงพร้อมผละหนีพ่อแม่ไปอย่างไม่รู้สึกผิด ไม่เห็นความจำเป็นว่า การเป็นลูกที่ดีนั้น จะต้องกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ของตนอย่างไร

10) การไม่สอนลูกให้รู้จักการบำเพ็ญตนเป็นผู้ให้ ผลก็คือเมื่อโตขึ้นเขาจึงกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ คิดแต่จะกอบโกย คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัวจนมองไม่เห็นหัวคนอื่น แทนที่จะถือหลัก "ยิ่งรวยยิ่งให้ ยิ่งได้ยิ่งแบ่ง" กลับถือหลัก "ยิ่งรวยยิ่งคอร์รัปชั่น ยิ่งแบ่งปันยิ่งสูญเสียเปล่า"

11) การไม่ยอมให้ลูกรู้จักตัดสินใจด้วยตนเอง ผลก็คือ ลูกกลายเป็นคนขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่กล้าคิด ไม่กล้าพูด ไม่กล้าทำอะไร ส่งผลให้ไร้ภาวะผู้นำ ต้องเดินตามคนอื่นโดยดุษณี

12) การไม่สอนให้ลูกรู้จักสมบัติของผู้ดี ผลก็คือเขากลายเป็นคนหยาบกระด้างทั้งทางกาย ทางใจ ขาดความสุภาพอ่อนน้อม ขาดสัมมาคารวะ ไม่รู้จักกาลเทศะ ไม่รู้จักประมาณตน ไม่เห็นคุณค่าของระเบียบประเพณี กฎหมาย ไม่เคารพในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนดีของเพื่อนมนุษย์

13) การไม่แนะนำให้ลูกรู้จักคบเพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตร ผลก็คือรอบกายมีแต่เพื่อนเทียม คอยประจบสอพลอ หลอกล่อให้ทำความเลวทราม ติดสุรา ยาเสพติด นำพาชีวิตไปในทางเสียหาย ตกอยู่ใต้วังวนของอบายมุข

14) การไม่รู้จักสร้างสภาพแวดล้อมให้ลูกเป็นคนรักการอ่าน รักการเรียนรู้ แต่ปล่อยให้ศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองไปตามยถากรรม ผลก็คือกลายเป็นคนหูตาคับแคบ ขาดความรู้รอบตัว ขาดแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ไม่เฉลียวฉลาด ตามไม่ทันโลก ตกข่าว เป็นคนว่างเปล่าทางความรู้

ข่าวล่าสุด

“ยศชนัน” รุกตลาดวิจัย Wellness ดันไทยสร้างมูลค่าเศรษฐกิจใหม่ระดับ GDP!

“ยศชนัน” รุกตลาดวิจัย Wellness ดันไทยสร้างมูลค่าเศรษฐกิจใหม่ระดับ GDP!