posttoday
โอกาสควบรวมแบงก์...ยาก

โอกาสควบรวมแบงก์...ยาก

09 มกราคม 2561

พูลศรี เจริญ ราคาหุ้นธนาคารทหารไทย (TMB) และบริษัท ทุนธนชาต (TCAP) ปรับตัวขึ้นนับจากปลายเดือน ธ.ค. 2560 หลังมีกระแสข่าวว่ากระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยมีแผนที่จะให้แรงจูงใจในการควบรวมกิจการเพิ่มขึ้นเพื่อให้แข่งขันกับต่างประเทศได้

พูลศรี เจริญ

ราคาหุ้นธนาคารทหารไทย (TMB) และบริษัท ทุนธนชาต (TCAP) ปรับตัวขึ้นนับจากปลายเดือน ธ.ค. 2560 หลังมีกระแสข่าวว่ากระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยมีแผนที่จะให้แรงจูงใจในการควบรวมกิจการเพิ่มขึ้นเพื่อให้แข่งขันกับต่างประเทศได้

ในมุมมองของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ชี้ว่าการควบรวมของธนาคารขนาดกลางเป็นไปได้ยากจากทั้งด้านพนักงานและการขายหุ้นของภาครัฐ

ทั้งนี้ บล.ทิสโก้ ยกตัวอย่างกรณีการควบรวมของ TCAP และธนาคารนครหลวงไทย (SCIB) ว่าในด้านของพนักงานจะมีปัญหาน้อยกว่าในกรณีที่เป็นธนาคารขนาดใหญ่ควบรวมกับธนาคารขนาดเล็ก แต่อย่างไรก็ตามราคาหุ้นของธนาคารที่เน้นการเช่าซื้อในปัจจุบันมีราคาที่สูง

ขณะที่ราคาหุ้นธนาคารกรุงศรี อยุธยา (BAY) เพิ่มขึ้น 25% ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (4 ม.ค.) โดยที่ธนาคารเองก็ไม่ทราบสาเหตุ

บทวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ ระบุว่า เมื่อต้นปี 2560 ฝ่ายวิเคราะห์เคยถามผู้บริหารในการประชุมนักวิเคราะห์ว่ามีแผนในการควบรวมกิจการหรือไม่ (โดยเฉพาะ TMB) เพื่อหนุนการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี (BAY มีความชำนาญในสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อส่วนบุคคล) ผู้บริหารของ BAY กล่าวว่าจะเน้นการเติบโตจากภายในเป็นหลัก

สำหรับแผนการเติบโตของกลุ่มมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเซียล (MUFG) แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.ขยายพอร์ตของสินเชื่อ 2.เพิ่มค่าธรรมเนียม ควบคุมต้นทุน เพิ่มความสามารถในการทำกำไรและผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ในปี 2561-2563 โดย BAY จะมีการประชุมนักวิเคราะห์ในสิ้นเดือน ม.ค.นี้

อย่างไรก็ดี บล.ทิสโก้ มองว่าราคาหุ้นของ BAY เพิ่มขึ้นเร็วกว่าพื้นฐานของหุ้นแสดงถึงสภาพคล่องสูงเป็นปัจจัยผลักดันตลาด เนื่องจาก BAY มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคปที่สูง (เมื่อเทียบกับจำนวนหุ้นหมุนเวียน หรือฟรีโฟลตที่ต่ำ) ทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย

ส่วนกรณีของ TMB แม้ว่าดูเหมือนเป็นเป้าหมายในการซื้อกิจการจากพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีที่ใหญ่ และการลงทุนในไอเอ็นจี การควบรวมกิจการจะทำได้ยาก เนื่องจากกระทรวงการคลังมีต้นทุนของ TMB ที่สูง โดยถือหุ้นอยู่ที่ 26% ต้นทุน 3.85 บาท/หุ้น และกฎหมายไทยไม่ยอมให้ภาครัฐขายของในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน

บล.ทิสโก้ ระบุว่า แม้ว่าภาครัฐจะมีการใช้มาตรา 44 ในกรณีการฟ้องร้องของกฤษดามหานครและธนาคารกรุงไทย (KTB) เป็นตัวอย่างที่ดีที่ภาครัฐต้องระวังในด้านการขาย เปลี่ยน โอนมูลค่าของหลักทรัพย์

และแม้ว่า KTB และ TMB จะเป็นธนาคารของภาครัฐทั้งคู่ แต่โอกาสในการควบรวมเป็นไปได้ต่ำ เนื่องจากทั้งสองทางเลือกคือ ขายหุ้น TMB ที่ราคาต่ำกว่า 3.85 บาท/หุ้น และการแลกหุ้นของ TMB และ KTB ที่ราคาสูงกว่า 3.85 บาท/หุ้น ล้วนแต่ผิดข้อกฎหมาย

ปัจจุบันหุ้น TMB ซื้อขายที่ราคา 3.04 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (PBV) ที่ 1.4 เท่า และราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่ 15 เท่า สำหรับปี 2561 และมีผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 10% ซึ่งแพงกว่าธนาคารกสิกรไทย (KBANK)

จากประมาณการของ บล.ทิสโก้ พบว่าหากกระทรวงการคลังต้องการขายหุ้นที่ราคา 3.85 บาท/หุ้น จะต้องรอถึงปี 2563 จากเศรษฐกิจโลกที่เป็นขาขึ้น ผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นที่เกิน 13% และมูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS) เพิ่มขึ้นเป็น 2.66 บาท หรือ 1.44 เท่า PBV อิงค่าเฉลี่ยในอดีต และยังมีปัญหาในด้านของวัฒนธรรมองค์กร โดย KTB มีสหภาพแรงงานที่แข็งแกร่ง

ด้าน TMB เคยเป็นเป้าในการซื้อกิจการของ TCAP เมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา แต่ยกเลิกเนื่องจากราคาที่สูง โดยในปี 2553 TCAP ได้เข้าซื้อกิจการของ SCIB ตามแผนการขายหุ้นของกระทรวงการคลัง ทำให้ในปัจจุบัน TCAP ไม่มีเงินทุนที่เพียงพอในการซื้อกิจการของ TMB และจะมีปัญหาด้านวัฒนธรรมองค์กร และต้องขออนุญาตจาก โนวาสโกเทีย ซึ่งโนวาสโกเทียมีแผนจะลดการลงทุนในไทยลง

ทั้งนี้ บล.ทิสโก้ มองว่าแม้ว่าพอร์ตสินเชื่อจะมีความน่าสนใจ แต่จากราคาที่สูงและวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่าง ทำให้เชื่อว่า TCAP ได้บทเรียนจากการซื้อกิจการของ SCIB แล้ว ในขณะที่โอกาสที่ TMB จะไปซื้อกิจการอื่นโดยไอเอ็นจี ซึ่งถือหุ้น 25% ใน TMB ต้องการเพิ่มผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นมากกว่าการขยายพอร์ตสินเชื่อ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ