posttoday
คุมค่าหมอขรก. ให้ประกันเหมา

คุมค่าหมอขรก. ให้ประกันเหมา

06 ตุลาคม 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — กรมบัญชีกลางเดินหน้าหาช่องผลักภาระค่ารักษาพยาบาลข้าราชการให้บริษัทประกันเหมาจ่าย เพื่อควบคุมค่าหมอไม่ให้เกินปีละ 6 หมื่นล้าน

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า จะหารือกับนายมั่น พัธโนทัย รมช.คลัง ที่กำกับดูแลกรมบัญชีกลาง เพื่อหารือเรื่องการจัดตั้งกองทุนประกันสุขภาพข้าราชการ เพื่อให้สามารถควบคุมรายจ่ายด้านการรักษาพยาบาลในแต่ละปีให้รัดกุมมากขึ้น จากปัจจุบันที่รัฐบาลมีภาระค่าใช้จ่ายจากการเบิกค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในปีงบประมาณ 2553 มีจำนวนสูงถึง 6.1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากค่ายาและอุปกรณ์ที่ใช้การรักษามีราคาแพงขึ้น

สำหรับแนวทางการจัดตั้งกองทุนประกันสุขภาพข้าราชการ สามารถทำได้2 แนวทาง คือ จัดตั้งเป็นกองทุนขึ้นมาและมอบหมายให้มีหน่วยงานเข้ามาบริหารควบคุมอีกแนวทางหนึ่ง คือ การว่าจ้างบริษัทประกันให้เข้าดูแล โดยกระทรวงการคลังจะจ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันที่แน่นอนในแต่ละปีว่าเป็นจำนวนเท่าไร โดยอยู่บนพื้นฐานว่าสิทธิประโยชน์ในการรักษาพยาบาลต่างๆ ที่ข้าราชการได้รับอยู่ในปัจจุบันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือได้รับน้อยกว่าที่มีการเบิกจ่ายในปัจจุบัน

“การตั้งกองทุนขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งระบบปัจจุบันมีการเบิกจ่ายเกินกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ทุกปี หากมีการตั้งระบบใหม่ก็ควรจะให้บริษัทประกันรับความเสี่ยงไปบริหารจัดการแต่สิทธิของข้าราชการต้องไม่น้อยกว่าเดิม เพราะจะถูกฟ้องร้องได้ ซึ่งในเบื้องต้นจะต้องพยายามควบคุมการเบิกค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการไม่ให้เกินกว่าปีละ 6 หมื่นล้านบาท” นายรังสรรค์ กล่าว

นายรังสรรค์ กล่าวว่า ขณะนี้กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างเปิดให้โรงพยาบาลเอกชนเข้ามาสมัครรับรักษาข้าราชการ โดยจะเปิดรับจำนวน 50 โรงพยาบาล ในการให้การรักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายต่อโรคกับข้าราชการทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปว่าจะมีโรคใดบ้างที่ข้าราชการสามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนได้บ้าง

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นกำหนดว่าต้องเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัด และหากค่ารักษาเกินกว่าที่กำหนดไว้ทางข้าราชการที่เข้ารับการรักษาพยาบาลจะต้องเป็นผู้รับชอบค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกิน

นอกจากนี้ กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการพิจารณาในบางเงื่อนไขว่า บรรดาโรงพยาบาลของรัฐบาลหลายแห่งที่ดำเนินการเปิดสถาบันรักษาผู้ป่วยที่ให้บริการและคิดค่ารักษาแบบเอกชน หรือการให้บริการผู้ป่วยนอกเวลาว่า ข้าราชการจะสามารถเข้าไปรักษาพยาบาลและเบิกจ่ายค่ารักษาได้หรือไม่

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้กรมบัญชีกลางได้เชิญผู้แทนโรงพยาบาลเอกชน 160 แห่ง มารับฟังหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการขยายสิทธิให้ข้าราชการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชน โดยมีโรงพยาบาลเอกชนสนใจยื่นใบสมัครเข้าร่วมโครงการนี้ 50 แห่ง

ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อมูลค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่โรงพยาบาลเอกชนส่งมา คาดว่าจะเริ่มลงนามในบันทึกข้อตกลงกับโรงพยาบาลเอกชนได้ในช่วงปลายเดือน ต.ค.พ.ย.นี้ ก่อนจะประกาศรายชื่อโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการนี้ผ่านเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง www. cgd.co.th ในระหว่างนี้ผู้ป่วยจะเข้าใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนได้เฉพาะในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น

สำหรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชน จะต้องเป็นโรคที่ต้องมีการนัดผ่าตัดล่วงหน้า หรือเป็นผู้ป่วยในเท่านั้น เช่น คลอดบุตร ผ่าตัดหัวใจ หรือสมองผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี ไส้ติ่งอักเสบ แต่ไม่ครอบคลุมถึงกรณีผู้ป่วยนอก หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว

ส่วนระบบการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้กับโรงพยาบาลเอกชนนั้น จะเป็นระบบเหมาจ่ายตามกลุ่มโรค

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน