
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (จบ)
เมื่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)
โดย วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
เมื่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ขอพระราชทานให้ทรงเป็นทูตสันถวไมตรีแห่งองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ด้านการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กชนกลุ่มน้อยด้วยการศึกษาและการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2548 ณ กรุงเทพมหานคร และได้มีคำสดุดีพระเกียรติคุณความตอนหนึ่งว่า
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นทูตสันถวไมตรีพระองค์แรกจากประเทศในอาเซียน ทรงมีบทบาทสนับสนุนการสร้างศักยภาพให้แก่เด็กชนกลุ่มน้อย ด้วยการให้การศึกษาและการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ทั้งนี้ จะมุ่งเน้นบริเวณ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ทูตสันถวไมตรีจะแสวงหาโอกาสให้เด็กเหล่านี้ได้เข้าเรียนอย่างเต็มที่ในระบบการศึกษาที่มีอยู่ รวมทั้งดูแลปัญหาทางวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อย สุขภาพและโภชนาการ ภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอน และความยากจนทูตสันถวไมตรีจะสนับสนุนและส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะในหมู่ชนกลุ่มน้อยพระราชกรณียกิจในด้านนี้จะทำให้มั่นใจได้ว่า ทุกเสียงจะได้รับการตอบรับ และเด็กทุกคนจะมีโอกาสเข้าถึงและได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ พระราชกรณียกิจที่ทรงสั่งสมมาอย่างยาวนาน รวมทั้งพระราชูปถัมภ์อันทรงคุณค่า จะเป็นแรงผลักดันให้ความพยายามขององค์การยูเนสโกที่จะส่งเสริมการศึกษาเพื่อปวงชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และบรรลุผลสมดังเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้
ในโอกาสที่มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอบกินส์ ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ สาขา Humane Letters เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2548 ณ มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอบกินส์ สหรัฐอเมริกา และได้มีคำสดุดีพระเกียรติคุณตอนหนึ่ง ดังนี้
คำถามว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีมาแต่โบราณมีบทบาทหรือไม่ในโลกสมัยใหม่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นคำตอบหนึ่งที่ดีที่สุด
ด้วยพระราชหฤทัยที่ผูกพันอย่างลึกซึ้งกับ ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสในประเทศไทย ทรงอุทิศพระองค์ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทพระราชบิดา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงตั้ง พระราชหฤทัยที่จะช่วยเหลือชนบทห่างไกลทั่วทุกถิ่น มิใช่ประทับอยู่เพียงในพระราชวัง หากแต่ประทับท่ามกลางชาวเขาภาคเหนือชาวทะเลเร่ร่อน ตลอดจนชาวมุสลิมในภาคใต้ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างเป็นระบบเพื่อรณรงค์ เรื่องการศึกษา โภชนาการ สาธารณสุข สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ในเวทีโลก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงได้รับเกียรติในฐานะที่ทรงสนับสนุนวัฒนธรรมดั้งเดิม ชนกลุ่มน้อย และชาวชนบทยากไร้ที่ขาดการเหลียวแล
การที่หลายองค์กรทั้งในและต่างประเทศทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งสำคัญ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และรางวัลเกียรติยศมากมายดังกล่าวเพื่อเทิดพระเกียรติคุณสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นสิ่งเน้นย้ำถึงพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อประชาชนชาวไทยและต่างประเทศ โดยไม่ทรงเลือกว่าเขาเหล่านั้นเป็นใคร โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนและยากไร้ ทรงอุปถัมภ์ค้ำชูและติดตามความก้าวหน้าของโครงการช่วยเหลือต่างๆ ด้วยพระองค์เองเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เด็กๆ ที่เป็นอนาคตของชาติ ดังบางส่วนของคำสดุดีพระเกียรติคุณสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ของสมาพันธ์โภชนาการนานาชาติ (International Union of Nutritional Sciences) ที่ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลพิเศษสมาพันธ์โภชนาการนานาชาติ เพื่อเทิด พระเกียรติผลงานดีเด่นในการช่วยเหลือและ ส่งเสริมโภชนาการของผู้ด้อยโอกาสอันเป็น พื้นฐาน เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2552 ความว่า
"...สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงแสดงให้เห็นการสร้างความมั่นคงทางโภชนาการต้องข้ามพ้นกำแพงทางสังคม วัฒนธรรมและภูมิศาสตร์ ทรงเป็นผู้นำการบุกเบิกอย่างเป็นระบบ ในการนำอาหาร โภชนาการและการศึกษา เข้าถึงประชาชน ซึ่งมิใช่คนส่วนใหญ่ของสังคมแต่เป็นผู้คนที่มักถูกละเลย พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เข้าถึงเด็กและครอบครัวจำนวนนับไม่ถ้วนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารที่ประชาชนถูกละเลย เนื่องจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมและศาสนา ทรงเอื้อมพระหัตถ์ข้ามพระราชอาณาจักร เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ในประเทศเพื่อนบ้านและประเทศที่อยู่ห่างออกไป ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สหภาพพม่า และมองโกเลีย...
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นนักปฏิบัติที่ทรงมุ่งผลสำเร็จ โดยทรงเชื่อมั่นว่า การเริ่มต้นเล็กๆ เรียนรู้จากความผิดพลาด และการใช้ทรัพยากรอย่าง คุ้มค่าจะนำไปสู่ความสำเร็จ ทรงเป็นผู้ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ ทรงแสวงหาความรู้ใหม่ๆ นำมาประยุกต์ใช้อย่างเรียบง่าย ประหยัด และก่อให้เกิดผล ในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กๆ มารดาและครอบครัวได้..."
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ไม่ทรงหยุดนิ่งในการเรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ และทรงหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนทุกหมู่เหล่า ด้วยพระราชปณิธานมุ่งมั่นดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกาย และทุ่มเทพระวิริยะอุตสาหะ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการตามหลักการ ทรงงาน และแนวพระราชดำริปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาสู่ความ ยั่งยืน เพื่อให้ปวงประชาชนชาวไทยอยู่ดีมีสุข โดยถ้วนหน้า พระองค์จึงทรงเป็น "เจ้าหญิงนัก พัฒนา" ที่ชาวไทยต่างซาบซึ้งในน้ำพระราชหฤทัย และด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่เปี่ยมล้นได้แผ่ไพศาลเอื้อเฟื้อไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ประกอบกับทรงมีพระราชจริยวัตรที่งดงามและเรียบง่าย จนเป็นที่ประจักษ์ชัดแก่ชาวโลกจึงทรงเป็นสัญลักษณ์ของ "นักพัฒนาผู้เรียบง่ายแต่ ยิ่งใหญ่แห่งประชาชาติ" อย่างแท้จริง ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ







