
ค่าแรงอนาคต
หลายประเทศที่พิจารณาถึงคุณภาพของชีวิตแรงงาน เริ่มมีการนำค่าครองชีพในปีหน้าเข้ามาร่วมเป็นตัวถ่วงน้ำหนัก
หลายประเทศที่พิจารณาถึงคุณภาพของชีวิตแรงงาน เริ่มมีการนำค่าครองชีพในปีหน้าเข้ามาร่วมเป็นตัวถ่วงน้ำหนัก ในการพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ร่วมกับปัจจัยอื่นๆ รวมทั้งจะมีมาตรการรับมือผลกระทบจากต้นทุนค่าแรงไปทำให้ราคาสินค้าหรืออื่นๆ ขึ้นราคาแซงหน้าค่าแรงที่ปรับขึ้น เมื่อรัฐบาลเตรียมจะสรุปการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำปี 2561 ให้ทันในกลางเดือนม.ค. จะได้ทันการปรับขึ้นในสิ้นเดือน ดังนั้น ถ้าจะนำน้ำหนักค่าครองชีพที่จะเกิดขึ้นตลอดทั้งปีไปร่วมพิจารณาด้วยก็น่าจะเป็นเรื่องดี
เป็นธรรมดาที่การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ต้องมีผลกระทบทั้งด้านบวกและลบ ดังนั้นในการพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้าง 3 ฝ่าย หรือไตรภาคี คือฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง และฝ่ายรัฐ เพื่อพิจารณาจึงต้องฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยกระทรวงแรงงานบอกว่าการ พิจาณาครั้งนี้ คณะกรรมการไตรภาคี จะนำปัจจัยต่างๆ มาประกอบ เช่น ค่าครองชีพ ความเป็นอยู่ของแรงงาน สถานะของผู้ประกอบการที่ขึ้นแล้วยังมีกำไรและมีศักยภาพในการลงทุน รวมถึงนำสถานการณ์ค่าแรงของประเทศเพื่อนบ้านมาพิจารณาด้วย
ทั้งนี้ หลังจากไทยไม่ได้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแบบทั่วประเทศตามเงื่อนไขการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศเป็นวันละ 300 บาท และจะไม่มีการขึ้น 3 ปี หรือในปี 2557 ซึ่งที่ผ่านมาแม้จะมีการปรับค่าแรงเป็นวันละ 310 บาท แต่ก็เป็นการปรับใน 30 จังหวัดเท่านั้น
ดังนั้น การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำรอบนี้จะพิจารณาปรับขึ้นแบบทั่วประเทศ โดยหลักพิจารณาสำคัญต้องการเพิ่มสัดส่วนแรงงานไทยให้เข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น รวมถึงจะกำหนดอัตราค่าแรงเป็นรายชั่วโมงในลักษณะงานพิเศษที่สามารถจ้างผู้สูงอายุ คนพิการ และพนักงานทั่วไปหลังเลิกงานประจำมาทำงานรายชั่วโมงได้อีก เปิดโอกาสคนไทยมีช่องทางหารายได้เพิ่ม ซึ่งอัตราที่บอร์ดค่าจ้างไตรภาคีเคยพิจารณา คือ จะปรับขึ้นระหว่าง 2-15 บาท
ขณะที่อีกสองฝ่ายที่เกี่ยวข้องในส่วนของฝ่ายนายจ้าง เห็นว่าการปรับควรจะเป็นไปตามอัตราเงินเฟ้อ พื้นที่ตั้งของอุตสาหกรรม ประสิทธิภาพของแรงงาน และไม่ควรปรับขึ้นเป็นอัตราเดียวกันทั้งประเทศ
ด้านฝ่ายลูกจ้างมองว่า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ขึ้นกี่บาทก็ไม่มีทางพอ หากไม่ควบคุมค่าครองชีพ เช่น ราคาสินค้า ค่าโดยสาร ค่าเดินทาง ไม่ให้เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้แรงงานส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ด้วยแค่ค่าจ้างขั้นต่ำ แต่อยู่ด้วยสวัสดิการที่เป็นตัวเงินทั้งค่ากะ ค่าล่วงเวลา และอื่นๆ ที่ต้องไม่ให้มารวมเป็นค่าแรงขั้นต่ำ
เมื่อเป็นเช่นนี้หลังประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบเกี่ยวกับค่าครองชีพต่างๆ เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม คงจะต้องหามาตรการมาป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า และขึ้นค่าโดยสารไปจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง หน่วยงานรัฐจะยังคงใช้สูตรเดิมๆ ศึกษาต้นทุนแต่ละสินค้าว่าขึ้นไม่มีสตางค์มาเป็นตัวป้องปรามไม่ให้มีการขึ้นราคาสินค้า หรือจะใช้ธงฟ้าแทรกแซงในพื้นที่ ซึ่งเกิดปัญหาราคาสินค้าแพง ไปจนถึงขั้นขู่จะนำมาเป็นสินค้าต้องติดตามหรือสินค้าควบคุมอาจจะทำเพียงเท่านั้นคงไม่ทันเกม
งานนี้จึงต้องฝากรัฐให้ช่วยดูแลการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำครั้งนี้ให้เป็นธรรมหลังจากไม่ได้ขึ้นมาหลายปี และถ้าจะนำค่าครองชีพในอนาคตหรือในปีนี้ที่แรงงานจะต้องรับภาระ รวมทั้งมีแผนป้องกันค่าครองชีพขึ้นราคาออกมาแบบครบวงจรพร้อมการประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ถ้าทำได้เช่นนี้ ก็จะเป็นเรื่องดี n







