
บาทแข็งดูดเงินตปท.เข้า
หุ้นไทย 3 วันแรกของปีพุ่งทำสถิติรอบ 43 ปี บาทแข็งดูดเงินเข้าลงทุน พอร์ตโบรกเกอร์ต่างชาติ CLSA ซื้อมากสุด
หุ้นไทย 3 วันแรกของปีพุ่งทำสถิติรอบ 43 ปี บาทแข็งดูดเงินเข้าลงทุน พอร์ตโบรกเกอร์ต่างชาติ CLSA ซื้อมากสุด
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานดัชนีไทยเริ่มเปิดทำการ 3 วันแรกของปี ทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง ทุกวัน เปิด 3 ม.ค. ดัชนีปิดที่ระดับ 1,778.53 จุด เพิ่มขึ้น 24.82 จุด หรือ 1.42% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่เปิดซื้อขายปี 2518 มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 8.58 หมื่นล้านบาท จากปีที่แล้วค่าเฉลี่ยการซื้อขาย 4 หมื่นล้านบาท/วัน มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) รวม 17.8 ล้านล้านบาท
ต่อมาวันที่ 4 ม.ค. ดัชนีปิด 1,791.02 จุด เพิ่มขึ้น 12.4 จุด หรือ 0.70% มีมูลค่าการซื้อขาย 9.08 หมื่นล้านบาท มาร์เก็ตแคป 17.96 ล้านล้านบาท และวันที่ 5 ม.ค. ดัชนีปิด 1,795.45 จุด เพิ่มขึ้น 4.43 จุด หรือ 4.43% มูลค่าการซื้อขาย 87,480.95 ล้านบาท มาร์เก็ตแคป รวม 18.01 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ 3 วันแรกของปี สถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 7,402.99 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อ 745.48 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 7,738.82 ล้านบาท และต่างชาติขายสุทธิเล็กน้อย 409.65 ล้านบาท
สำหรับการลงทุนของต่างชาติ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซี แอล เอส เอ (CLSA) มียอดซื้อสุทธิ 1,234.82 ล้านบาท บล.แมค ควอรี (MACQ) ซื้อสุทธิ 1,755.37 ล้านบาท บล.เจพี มอร์แกน (JPM) ซื้อสุทธิ 123.56 ล้านบาท บล.เครดิต สวิส (CS) ซื้อสุทธิ 920.93 ล้านบาท
นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล. ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพการลงทุนตลาดโลกเป็นบวกจากเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ทำให้เม็ดเงินจากต่างประเทศถูกผลักจากตราสารหนี้ไปที่สินทรัพย์อื่น ทั้งทองคำ น้ำมัน และหุ้นมากขึ้น ส่งผลบวกต่อการลงทุนทั่วโลก ด้านตลาดหุ้นไทยเงินลงทุนอาจชะลอช่วงสั้นๆ จากเงินบาทแข็งค่าที่ 32.20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจเข้าแทรกแซง จึงอาจเห็นการขายทำกำไรบ้าง
ไตรมาสแรกปีนี้หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องปัจจัยภายนอก อาทิ พลังงาน ปิโตรเคมี จะโดดเด่น จากนั้นปลายไตรมาสจะค่อยๆ โยกมาในหุ้นที่เกี่ยวกับปัจจัยในประเทศ และกลุ่มธนาคารประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2560 ภายในวันที่ 20 ก.พ.นี้ ยิ่งทำให้หุ้นธนาคารและพลังงานน่าสนใจขึ้น
"หุ้นไทยมีเสน่ห์จากเศรษฐกิจดี เกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูง ทำให้เงินบาทแข็งค่า การเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติจึงเป็นแต้มต่อจากกำไรค่าเงินด้วย ปีนี้คาดว่าดัชนีน่าจะอยู่ที่ 1,920 จุด ถ้าดัชนีขึ้นมาถึง 1,820 จุด อาจเห็นปรับฐานได้บาง แต่ดัชนียังขึ้นต่อ" นายกิจพล กล่าว







