
นัยคำสั่ง คสช.53/60
เรียกเสียงฮือฮากันได้พอสมควรกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 53/2560
เรียกเสียงฮือฮากันได้พอสมควรกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 53/2560 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่เรียกกันง่ายๆ ว่า คำสั่ง 53/60 หรือว่ากันแบบบ้านๆ ก็คำสั่งปลดล็อกพรรคการเมือง แต่ยังไม่ดังเท่ากับวาทะล่าสุดที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวว่า
"วันนี้ผมต้องเปลี่ยนแปลง เพราะผมไม่ใช่ทหาร เข้าใจไหม เป็นนักการเมืองที่เคยเป็นทหาร มันก็ติดนิสัยทหารอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุด คือ ประชาชน และไม่ใช่ประชาชนของผม ประชาชนของประเทศไทย และไม่ใช่ของพรรคไหน ทุกคนเป็นพลเมืองไทย ก็ต้องหนุนการเมืองที่ถูกต้อง มีธรรมาภิบาล มีการเลือกตั้งในระบบยุติธรรม มีพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ มีพรรคการเมืองที่ใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า ตรวจสอบได้ อย่ามาตัดสินกันเองเลยทุกเรื่อง"
เดิมที คำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ก็อาจจะยังไม่มีประเด็นทางการเมืองเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ แบบตรงๆ เท่าใดนัก แต่จากถ้อยแถลงที่ได้นำมาให้ท่านได้อ่านกันข้างต้นนั้น ทำให้นัยหลายๆ อย่างที่มีผู้วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์กัน เกิดเป็นภาพที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่า รางๆ หรือชัดๆ ดี เพราะความเชื่อมโยงบางประการดูจะชัดเจนขึ้นทุกที แต่บางเรื่องก็ยังคลุมๆ เครือๆ ยังรางๆ ปรับไปปรับมาได้อยู่พอควร
คำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ที่หลายท่านมองว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่กับความเป็นสมาชิกพรรคการเมือง บ้างก็มองกันไปว่าเป็นการไปเริ่มต้นใหม่สำหรับพรรคการเมืองเลย ทำให้พรรคที่ตั้งอยู่มาก่อน โดยเฉพาะบรรดาพรรคใหญ่ พรรคกลางทั้งหลาย ไม่ได้เปรียบอะไร เมื่อต้องเปรียบเทียบกันกับพรรคที่กำลังจะตั้งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลเรือน พรรคทหาร หรือพรรคสนับสนุนทหาร ซึ่งมีบางท่านมองไปลึก ไปไกล กว่านั้น อาจจะด้วยการคาดเดาไป หรืออ่านขาด ก็แล้วแต่ว่าคำสั่งนี้ไม่เพียงแต่แค่เริ่มต้นใหม่สมาชิกพรรคการเมือง หรือเริ่มต้นใหม่พรรคการเมืองเท่านั้น หากแต่เป็นการให้คนทั้งหลายทั้งปวงที่เคยมีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองต่างๆ สามารถเข้าหรือออกได้โดยผลของกฎหมาย จะเข้าก็ไปรายงานตัว จะออกก็อยู่เฉยๆ ก็สิ้นสมาชิกภาพ เป็นการจัดกำลังทัพกันใหม่แบบเนียนๆ มาแบบเซียนนิ่มๆ
หากมีเพียงคำสั่งดังกล่าวผนวกกับการวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนทั้งหลายก็ยังพอทำเนา แต่หลังจากที่ปฏิเสธความเป็นนักการเมืองมาหลายปี ซึ่งเห็นว่ามีคนนับกันอยู่ว่า ปฏิเสธไปถึง 9 ครั้ง 9 ครา สุดท้ายท่านก็ยอมรับว่า เป็น "นักการเมือง" แถมยังพูดเรื่องของพรรคการเมืองว่าต้องเป็นอย่างนี้ อย่างนั้น อย่างโน้น พอเมื่อผนวกกันเข้ากับคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 และอาจจะตามมาด้วยอะไรอีกหลายๆ อย่าง ซึ่่งคอการเมืองจำนวนหนึ่งก็คาดการณ์กันเอาไว้เลยว่าจะต้องมีการขยับเรื่องการเลือกตั้งออกไป และคงจะมีความเปลี่ยนแปลงบางประการมาสู่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญสองฉบับ คือ ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. กับว่าด้วยการเลือก สว. ซึ่งจะเป็นอะไรนั้น คอทองแดงเขาก็บอกกันว่า เดือน มิ.ย. เดือน พ.ย.ที่เคยคาดๆ กันเอาไว้นั้นลืมกันไปได้เลย
การนำเสนอของบุคคลบางคน หรือกลุ่ม ถูกขานรับด้วยคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 ตามมาด้วยการยอมรับเป็นนักการเมือง การพูดเรื่องพรรคการเมือง และลงท้ายตีกันว่า อย่าตัดสินอะไรกันเอง เมื่อเชื่อมโยงกัน นัยแห่งคำสั่ง คสช.ที่ว่านั้น มันเริ่มจะเผยตัวตนออกมาแล้ว แต่กาลต่อไปจะโจ๋งครึ่ม หรือเหนียมอาย กันแค่ไหน ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ







