posttoday
ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม

ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม

03 มกราคม 2561

สมชาย ชูเกตุ การกู้ยืมเงินไม่ว่าจะเป็นเงินให้กู้ยืมในระบบหรือนอกระบบ มีผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 ฝ่ายขึ้นไป ฝ่ายแรกเป็นเจ้าของเงินที่เป็นผู้ให้กู้ยืมเงินหรือเจ้าหนี้ ฝ่ายที่ 2 เป็นผู้กู้ยืมเงินหรือลูกหนี้ นอกจากนี้ยังมีผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ อีก เช่น ผู้ค้ำประกัน สถาบันการเงิน บุคคลที่รับจ้างทวงหนี้ เป็นต้น

สมชาย ชูเกตุ

การกู้ยืมเงินไม่ว่าจะเป็นเงินให้กู้ยืมในระบบหรือนอกระบบ มีผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 ฝ่ายขึ้นไป ฝ่ายแรกเป็นเจ้าของเงินที่เป็นผู้ให้กู้ยืมเงินหรือเจ้าหนี้ ฝ่ายที่ 2 เป็นผู้กู้ยืมเงินหรือลูกหนี้ นอกจากนี้ยังมีผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ อีก เช่น ผู้ค้ำประกัน สถาบันการเงิน บุคคลที่รับจ้างทวงหนี้ เป็นต้น

ไม่มีใครอยากเป็นลูกหนี้ แต่เพราะความจำเป็นต้องใช้เงินสดมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือหมุนเวียนในธุรกิจ หรือมองเห็นว่าหากกู้ยืมเงินมาแล้วนำมาปล่อยกู้เพื่อหาผลตอบแทนจากดอกเบี้ยมากกว่าที่ตนเองต้องจ่ายไป อย่างนี้ก็มีเยอะเหมือนกัน ผู้ให้กู้ยืมเงินอาจเป็นธนาคาร สถาบันการเงิน บริษัทห้างร้าน นิติบุคคลอื่นๆ รวมถึงบุคคลธรรมดาทั่วไป ผู้กู้ยืมเงินอาจมีสถานภาพเช่นเดียวกับผู้ให้กู้ยืมก็ได้

ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมนั้นโตวันโตคืน โดยเฉพาะการกู้ยืมเงินนอกระบบ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจะสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับปริมาณเงินในท้องตลาด ความต้องการกู้ยืมมีมากน้อยเพียงใด กู้ยืมเงินจากแหล่งใด ความเสี่ยงจากผู้กู้ยืมเงินที่จะชำระดอกเบี้ยและเงินต้นคืน วงเงินที่ กู้ยืมและอื่นๆ อีกจิปาถะ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ให้กู้ยืมเงินหรือผู้กู้ยืมต่างได้ประโยชน์ทั้งคู่ รวมถึงกรมสรรพากรที่จะได้เก็บภาษีที่เกิดขึ้นจากดอกเบี้ยเงินกู้ยืม

ผู้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมและผู้ให้กู้ยืมเงินที่ได้รับดอกเบี้ย มีหน้าที่ทางภาษีตามประมวลรัษฎากร ดังนี้

l ผู้ให้กู้ยืมเงิน/เจ้าหนี้เงินกู้ การให้กู้ยืมเงินเพื่อหวังผลตอบแทนซึ่งก็คือ ดอกเบี้ยบางรายอาจจะบอกว่าไม่ได้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ซึ่งก็มีบ้างในหมู่พี่น้องกัน แต่หากเป็นรูปของบริษัท ฯลฯ คงนำมาอ้างไม่ได้ กฎหมายกำหนดให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมได้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จะสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารหรือดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงินมาปล่อยกู้อีกที ดังนั้น ผู้ให้กู้ยืมเงินที่ได้รับดอกเบี้ยมีหน้าที่ เสียภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์จากการทำสัญญากู้ยืมเงิน

ผู้ให้กู้ยืมเงินที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องนำดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมที่ได้รับไปยื่นรวมคำนวณภาษีเงินได้ประจำปีภาษี กรณีที่ได้ถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด สามารถเลือกที่จะไม่นำดอกเบี้ยไปยื่นรวมคำนวณภาษีได้ ส่วนผู้ให้กู้ยืมเงินที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องนำดอกเบี้ยที่ได้รับไปรวมเป็นรายได้ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีธุรกิจเฉพาะ ผู้ให้กู้ยืมทุกรายที่ได้รับดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม ต้องนำดอกเบี้ยที่ได้รับไปเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เว้นแต่ได้รับยกเว้นภาษีตามกฎหมาย

นอกจากนั้น สัญญาให้กู้ยืมเงินที่ได้จัดทำขึ้น ผู้ให้กู้ยืมเงินต้องเสียอากรแสตมป์ 1 บาททุกจำนวนเงิน กู้ยืม 2,000 บาท หรือเศษของจำนวนเงิน 2,000 บาท แต่อากรแสตมป์ที่ต้องเสียเมื่อรวมกันแล้ว ถ้าเกิน 1 หมื่นบาท ให้เสียเพียง 1 หมื่นบาทเท่านั้น

l ผู้กู้ยืมเงิน/ลูกหนี้เงินกู้ ผู้กู้ยืมเงินที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เมื่อจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมให้แก่เจ้าหนี้ที่เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 ของดอกเบี้ยที่จ่าย แต่ถ้าจ่ายดอกเบี้ยให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (มิใช่ธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์) ให้หักภาษีในอัตราร้อยละ 1 ของดอกเบี้ยที่จ่าย

กรณีที่ได้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไปยังผู้ให้กู้ยืมเงินที่อยู่ในต่างประเทศ ผู้จ่ายดอกเบี้ยกู้ยืมทุกราย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 15 ไม่ว่าผู้รับดอกเบี้ยจะเป็นใครก็ตาม เว้นแต่ผู้ให้ กู้ยืมเงินนั้นได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตามกฎหมาย

เจ้าหนี้ที่ปล่อยเงินกู้และลูกหนี้ที่ กู้ยืมเงิน มีหน้าที่ทางภาษีตามที่กล่าวมาข้างต้น สวัสดีครับ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย