posttoday
กลยุทธ์ลงทุนรับหุ้น All-Time High

กลยุทธ์ลงทุนรับหุ้น All-Time High

03 มกราคม 2561

ดัชนีหุ้นไทยขึ้นมาถึงขั้นนี้แล้วเอาอย่างไรต่อ ด้วยแรงซื้อของสถาบันในประเทศจากคำสั่งซื้อ LTF ที่ตกค้างมาจากเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2560 บวกกับได้การกลับมาของนักลงทุนต่างประเทศ ทั้งหมดเป็นแรงหนุนที่ทำให้ดัชนีพุ่งทะยานขึ้นมาปิดตัวได้ถึง 1,778.53 จุด และทะลุจุดสูงสุดเดิมที่ 1,789 จุดไปได้แล้ว

ดัชนีหุ้นไทยขึ้นมาถึงขั้นนี้แล้วเอาอย่างไรต่อ ด้วยแรงซื้อของสถาบันในประเทศจากคำสั่งซื้อ LTF ที่ตกค้างมาจากเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2560 บวกกับได้การกลับมาของนักลงทุนต่างประเทศ ทั้งหมดเป็นแรงหนุนที่ทำให้ดัชนีพุ่งทะยานขึ้นมาปิดตัวได้ถึง 1,778.53 จุด และทะลุจุดสูงสุดเดิมที่ 1,789 จุดไปได้แล้ว

ประกิต สิริวัฒนเกตุ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัท หลักทรัพย์กสิกรไทย กล่าวว่า คาดว่าแรงซื้อจากสถาบันในประเทศจะพลิกเป็นขายจากคำสั่งไถ่ถอน LTF ที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 ม.ค. 2561 แต่ตลาดจะได้แรงซื้อจากนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาซื้อ 2 วันติดต่อกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่าเงินต่างชาติเริ่มไหลเข้าหุ้นไทยอีกครั้ง

ปัจจัยสนับสนุนทั้งจากเศรษฐกิจที่โตดีจีดีพีไตรมาส 4 จะดีกว่าที่คาดและจะโตต่อเนื่องในปี 2561 ซึ่งเมื่อเป็นแบบนี้ผมได้ปรับคาดการณ์ EPS ปี 2561 เป็น 111.5 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS Growth) 11.6% และทำให้ดัชนีปัจจุบันซื้อขายกันที่พี/อีล่วงหน้า 15.95 เท่า ซึ่งกำลังใกล้ 16.3 เท่า หรือคิดเป็นระดับดัชนี 1,817 จุด

กลยุทธ์การลงทุนรับมือความเสี่ยง Valuation แพงของตลาด : แบ่งเป็น

นักลงทุนระยะสั้นที่ได้ขายไปตามคำแนะนำที่ระดับ 1,760-1,765 จุด ให้สลับมาเน้นลงทุนกลุ่มหุ้น ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหุ้นต่ำกว่าตลาด เช่น กลุ่มธนาคาร อย่างธนาคารกรุงเทพ (BBL) ทิสโก้ (TISCO) สื่อสาร อินทัชคอร์ปอเรชั่น (INTUCH) พลังงานอย่าง ปตท. (PTT) และปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP)

นักลงทุนระยะกลางซึ่งได้ถือหุ้นเพื่อ Let Profit Run ในธีมการลงทุนต่างๆ ตามคำแนะนำตั้งแต่ต้น ก.ย. 2560 ทั้งวัฏจักรการลงทุน นิคมอุตสาหกรรมอมตะคอร์ปอเรชั่น (AMATA) ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) ธนาคาร BBL TISCO รับเหมาฯ ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) ไพลอน (PYLON)

การฟื้นตัวของอุปโภคบริโภคในประเทศ ค้าปลีก ซีพีออลล์ (CPALL) เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) อสังหาฯ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) โรงแรม ร้านอาหาร โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT)

การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและหุ้นชดเชยเงินเฟ้อ (PTT) PTTEP ปิโตรเคมี พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL)

ขณะที่ ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุให้ใช้กลยุทธเลือกซื้อเปนรายบริษัท โดยชวงนี้เน้นหุน 1.ที่อิงกับการลงทุนที่จะกลับมารอบใหม่ หุนเดน AMATA ราคาพื้นฐาน 30 บาท 2.หุ้นปันผลดี หุนเดนเกียรตินาคิน (KKP) ให้ราคาพื้นฐาน 88 บาท และ 3.หุ้นที่มีอัตราการเติบโต หุนเดน IVL ราคาพื้นฐาน 65 บาท

ขณะที่ โนมูระ พัฒนสิน ประเมินว่า PTTGC จะมีกำไรสุทธิ ไตรมาส 4 ปี 2560 แข็งแกรง การปรับขึ้นของ ราคาน้ำมันดิบทําใหมีกําไรในสต๊อก โรงกลั่น และราคา HDPE ที่ปรับขึ้น ทําให Spread สายโอเลฟนสสูงขึ้น ชดเชยกับ Spread ของสายอะโรเมติกสที่ออนลงได อัตราการใชกําลังการผลิตสูงทําใหมี Economy of scale ดี

ขณะที่ปี 2561 ยังไปไดดี ปริมาณการผลิตสูงขึ้นเพราะไมมีแผนปดซอมขนาดใหญและรับรูสวนแบงกําไรจาก 6 บริษัทที่รับโอนมา จาก PTT เต็มป โดยเริ่มรับรูตั้งแต่ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา แนะนําซื้อใหราคาพื้นฐาน 92 บาท คาดการณจะจ่ายปันผลปละประมาณ 4%

สำหรับ PTTEP คาดกำไรปีนี้โตแรงจะเพิ่มขึ้น 154% จากปีก่อนหน้า ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท จากสมมติฐานราคาน้ำมันฟื้นตัวที่ 55 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และจะมีการปรับราคาแหล่งบงกช-เอราวัณ รอบใหม่ นอกจากนี้คาดว่าจะมีโอกาสซื้อกิจการเพิ่มขึ้นได้

"ในไตรมาส 4 คาดว่าจะพลิกมามีกำไรสุทธิ 1.26 หมื่นล้านบาท จากไตรมาส 3 ที่ขาดทุน"

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย