posttoday
ดึงSCBเรียกรายย่อย

ดึงSCBเรียกรายย่อย

03 มกราคม 2561

โพสต์ทูเดย์ - PACE ดึง SCB ซื้อหุ้นหวังสร้างแรงจูงใจผู้ถือหุ้นเดิมตามใช้สิทธิ 1 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นใหม่ชำระเงิน 9-15 ม.ค.นี้ นำเงินคืนหนี้ครบกำหนด 1,500 ล้าน ม.ค.นี้

โพสต์ทูเดย์ - PACE ดึง SCB ซื้อหุ้นหวังสร้างแรงจูงใจผู้ถือหุ้นเดิมตามใช้สิทธิ 1 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นใหม่ชำระเงิน 9-15 ม.ค.นี้ นำเงินคืนหนี้ครบกำหนด 1,500 ล้าน ม.ค.นี้

นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) แจ้งต่อตลาด หลักทรัพย์ว่า ได้ตัดสินใจขายหุ้นให้ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) จํานวน 4,158.028 ล้านหุ้น ราคา 0.51 บาท/หุ้น รวมมูลค่า 204 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า การดึง SCB ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น นอกจากมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับ PACE และเพื่อให้บริษัทย่อย PP1 และ PP3 ดำเนินการก่อสร้างโครงการมหานครส่วนโรงแรมและจุดชมวิวต่อไปตามปกติ กําหนดเปิดภายในไตรมาส 2 นี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น เพราะขณะนี้ PACE อยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มทุนขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม 7,516.056 ล้านหุ้น ในอัตรา 1 หุ้นเดิม : 2 หุ้นใหม่ ราคา 0.50 บาท มีกําหนดชําระค่าหุ้นระหว่างวันที่ 9-15 ม.ค. 2561 ซึ่งจะมีผู้ใช้สิทธิมากน้อยแคไหนจะต้องติดตาม และถ้าหากมาใช้สิทธิเต็มจำนวนจะได้รับเงิน 3,700 ล้านบาท ยังไม่นับรวมกับเงินที่จะได้จากการแปลงใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะออกให้ผู้ถือหุ้นที่ตามซื้อหุ้นเพิ่มทุน ทั้งในส่วนของ PACE-W1 และ PACE-W2

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดหวังจะนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปชำระหนี้ที่จะครบกำหนดในเดือน ม.ค.นี้ ทั้งในส่วนของตั๋วเงินระยะสั้นและหุ้นกู้รวม 1,500 ล้านบาทด้วย

"การดําเนินงานของ PACE ที่ยังประสบผลขาดทุน โดยไตรมาส 3 ปี 2560 ขาดทุนปกติ 962 ล้านบาท ทําให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดเหลือ 5,900 ล้านบาท รวมขาดทุนสะสม 1,220 ล้านบาท รวมถึงประเด็นต้องติดตามโดยเฉพาะกรณีขึ้นเครื่องหมาย NP เนื่องจากผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปต่องบกําไรขาดทุน และให้ข้อสรุปอย่างมีเงื่อนไขต่องบแสดงฐานะการเงินระหว่างกาลทําให้ PACE คงมีความเสี่ยงในการลงทุน" บทวิเคราะห์ระบุ

นอกจากก่อนที่ SCB จะใส่เงินเพิ่มทุนได้จี้ให้บริษัทเปิด ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ร่วมลงทุน (กลุ่ม Apollo และ Goldman Sachs) ต่อตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งทาง PACE ได้ชี้แจงว่า ในการพัฒนาโครงการมหานคร โดยเมื่อเดือน ม.ค. 2561 กลุ่มผู้ร่วมทุนเข้าร่วมลงทุนในบริษัทย่อย PP1 และ PP3 (ดําเนิน ธุรกิจโรงแรม รีเทลคิวบ์และจุดชมวิว Observation Desk) มูลค่า 8,440 ล้านบาท ผ่านการเพิ่มทุนใน 2 บริษัทย่อยจํานวน 7,780 ล้านบาท และเงินให้กู้ยืม 658 ล้านบาท) โดยผู้ร่วมทุนเข้าถือหุ้นบุริมสิทธิในบริษัทย่อยสัดส่วน 49% แต่ระหว่างการก่อสร้างโครงการมหานคร ผู้ร่วมทุน เห็นว่าการดำเนินธุรกิจดังกล่าวมีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2560 สูงเกินกว่าทีตกลงกัน แต่บริษัทไม่เห็นด้วย จึงเป็นกรณีการดําเนิน ธุรกิจในเรื่องที่เป็นข้อสาระสําคัญที่มีความ เห็นไม่ตรงกัน ดังนั้นเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2560 กลุ่มผู้ร่วมทุนส่งเอกสารแจ้งมายังบริษัทว่ามีเหตการณ์ที่ไม่อาจตกลงได้ภายใต้สัญญา ผู้ร่วมลงทุนมีสิทธิที่จะ 1) ซื้อหุ้นที่กลุ่มบริษัท PACE ถืออยู่ใน PP1 และ PP3 หรือ 2) ขายหุ้นทั้งหมด โดยกลุ่มบริษัทและผู้ร่วมทุนใน PP1 และ PP3 โดยเปิดประมูลให้กับบุคคลภายนอก นําเงินที่ได้จากการขายมาแบ่งกันตามสัดส่วนที่กําหนดในสัญญา

ทั้งนี้ หากผู้ร่วมทุนเปิดประมูลและผลตอบแทนจากการขายมูลค่าเงินลงทุนของผู้ร่วมลงทนใน PP1และ PP3 รวมกับ เงินปันผลสะสมจะได้รับและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทาง PACE ต้องชดเชยเงิน ส่วนต่างไม่เกิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,500 ล้านบาทให้กับผู้ร่วมทุน

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน