
คนไทยแบบไหน น่าส่งไปประจำฮานอย
ดิลก ถือกล้าผู้อ่านหลายท่านคงรู้จัก บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ว่า ทำธุรกิจอะไร และมีผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง แต่หลายท่านอาจจะไม่ทราบว่า บริษัทคนไทยแห่งนี้ได้ไปเปิดโรงงาน เปิดตลาดที่เวียดนามมาแล้วหลายปีจนมีโรงงานทั้งที่กรุงโฮจิมินห์ซิตี้และที่กรุงฮานอย ที่โรงงานกรุงฮานอยเป็นโรงงานที่ผมได้ไปเยี่ยมชม และได้เรียนรู้หลายเรื่องจากคนไทย 2 ท่าน ท่านหนึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูง อีกท่านหนึ่งเป็นระดับหัวหน้างานที่คุมพนักงานในโรงงาน
ดิลก ถือกล้า
ผู้อ่านหลายท่านคงรู้จัก บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ว่า ทำธุรกิจอะไร และมีผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง แต่หลายท่านอาจจะไม่ทราบว่า บริษัทคนไทยแห่งนี้ได้ไปเปิดโรงงาน เปิดตลาดที่เวียดนามมาแล้วหลายปีจนมีโรงงานทั้งที่กรุงโฮจิมินห์ซิตี้และที่กรุงฮานอย ที่โรงงานกรุงฮานอยเป็นโรงงานที่ผมได้ไปเยี่ยมชม และได้เรียนรู้หลายเรื่องจากคนไทย 2 ท่าน ท่านหนึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูง อีกท่านหนึ่งเป็นระดับหัวหน้างานที่คุมพนักงานในโรงงาน
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากผู้บริหารระดับสูงก็คือ ท่านได้ให้มุมมองในทางธุรกิจถึงเหตุผลของการมาตั้งโรงงานที่ฮานอย ท่านบอกว่า โรงงานนี้เป็นโรงงานสาขาตั้งมา 2 ปี ด้วยเหตุผลทางด้านการขนส่งที่จะส่งสินค้าในประเทศเวียดนามเพราะโรงงานนี้ 90% ส่งขายภายในประเทศ และอีก 10% ส่งออก ด้วยการที่การขนส่งยังคงล้าหลัง จึงต้องอาศัยการขนส่งทางทะเล เหมือนการส่งออกไปต่างประเทศ รัฐบาลเวียดนามได้พยายามส่งเสริม โดยให้การจูงใจเป็นพิเศษ เพื่อให้เกิดการลงทุนทางตอนเหนือ โดยจะเน้นทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ส่งผลให้ทางเหนือจะมีการเติบโตมากในช่วงไม่เกิน 7-8 ปีที่ผ่านมา ทางศรีไทยเองก็เห็นโอกาสตรงนี้ จึงได้ขยายโรงงานจากทางเหนือมาที่กรุงฮานอย โรงงานแห่งนี้มีพนักงาน 60 คน เป็นคนไทย 2 คน ในขณะที่โรงงานทางใต้มี 2 โรงงาน พนักงาน 600 คน คนไทย 9 คน ผมได้ถามท่านว่า แล้วลักษณะคนไทยที่เหมาะที่จะมาทำงานที่เวียดนามจะต้องเป็นคนแบบไหน ท่านบอกว่า คนของบริษัทอื่นไม่รู้ แต่ถ้าเป็นคนของท่าน ท่านมองว่า ถ้ามาเวียดนามแล้วจะอยู่รอดได้จะต้อง
1.มีจิตใจที่มุ่งมั่น สู้ไม่ถอยแบบที่ท่านเรียกว่า "Do or die" คือ ทำเต็มที่แบบถ้าไม่รอดก็ให้ตายกันไปข้าง
2.มีความรู้สึกเสมือนเป็นเจ้าของกิจการ หรือที่เรียกว่า Entrepreneurship ไม่ใช่คิดเพียงเป็นลูกจ้าง
3.เข้าใจวัฒนธรรมและระวังความแตกต่างทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง สามารถปรับตัวได้ดี
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากหัวหน้างานตอนที่ผมได้เดินเข้าไปชมภายในโรงงานก็คือ การได้เห็นทัศนคติของคนไทยในระดับคนทำงาน ผมขอเรียกว่าพี่สม เขาเป็นคนไทยหนึ่งในสองคนที่ประจำอยู่ที่โรงงานในกรุงฮานอย พี่เขาอายุ 50 กว่าปีแล้ว มาอยู่ที่เวียดนาม 6 ปีแล้ว โดย 4 ปีแรกมาอยู่ที่โรงงานทางใต้ ในสองปีหลังมาบุกเบิกโรงงานที่กรุงฮานอย ผมสนใจอยากรู้ว่า อะไรทำให้พี่เขาตัดสินใจมา ผู้บริหารเขาบอกอะไร พี่สมตอบว่า ผู้บริหารไม่ได้พูดอะไรมาก แค่เรียกพี่สมเข้าไป แล้วบอกว่า ผู้บริหารไว้ใจพี่สมมาก เพราะพี่สมทำงานเหมือนบริษัทนี้เป็นของ ตัวเอง และในสายตาของผู้บริหารเขามองว่า พี่สมมีจังหวะจะโคนดี น่าจะสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมของเวียดนามแล้วปรับตัวได้ พี่สมบอกว่า พอผู้ใหญ่พูดแบบนี้เขาตัดสินใจมาเลย ไม่คิดมาก อีกอย่างผู้ใหญ่รับปากที่จะดูแลการเดินทางมาเยี่ยมบ้านได้ทุกๆ สองเดือน ซึ่งพี่สมบอกเป็นการดูแลที่เหมาะกับนิสัยคนไทย เพราะคนไทยจะติดบ้าน และไม่อยากไกลครอบครัว
เป็นมุมมองของสองท่านที่สอดคล้องกัน ทำให้เราเห็นภาพที่น่าสนใจว่า คนไทยแบบไหนที่น่าจะส่งไปลุยที่เวียดนาม







