
ไทยโปรโมทเที่ยวเมืองรอง
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ภาคส่วนการท่องเที่ยวมีความสำคัญอย่างมากต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทำให้การโปรโมทเพื่อเชิญชวนให้ต่างชาติเข้ามาเที่ยวกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก และเป้าหมายของไทยก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่เมืองใหญ่ยอดนิยมอย่างกรุงเทพฯ พัทยา และเชียงใหม่อีกต่อไป แต่รวมไปถึงเมืองขนาดเล็กกว่าที่ยังไม่มีชื่อเสียงมากนักในหมู่ชาวต่างชาติ
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ภาคส่วนการท่องเที่ยวมีความสำคัญอย่างมากต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทำให้การโปรโมทเพื่อเชิญชวนให้ต่างชาติเข้ามาเที่ยวกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก และเป้าหมายของไทยก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่เมืองใหญ่ยอดนิยมอย่างกรุงเทพฯ พัทยา และเชียงใหม่อีกต่อไป แต่รวมไปถึงเมืองขนาดเล็กกว่าที่ยังไม่มีชื่อเสียงมากนักในหมู่ชาวต่างชาติ
สำนักข่าวซินหัว สื่อกระบอกเสียงของจีน รายงานว่า เมื่อช่วงเทศกาล ปีใหม่ที่ผ่านมาเป็นปีแรกที่องค์การการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานเคาต์ดาวน์ใน จ.ระยอง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไปยังหัวเมืองรองมากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวไทยมากถึง 10 ล้านคน จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่ 35 ล้านคน เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา
ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รอง ผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาดของ ททท.ให้สัมภาษณ์กับซินหัวว่า ก่อนหน้านี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักเดินทางไปแค่เมืองใหญ่ๆ ของไทย เช่น กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งทำให้ ททท.มองว่าควรพยายามที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวไปยังเมืองขนาดรองลงมาให้มากขึ้น ซึ่งนอกจากระยองแล้ว ททท.ยังจัดงานในภาคเหนือที่ จ.ลำปาง ภาคอีสานที่สกลนคร ภาคตะวันตกที่กาญจนบุรี และภาคใต้ที่ระยอง
สำหรับระยองแล้ว ไทยโปรโมทการท่องเที่ยวโดยใช้ผลไม้ อาหารทะเล และทะเล มาเป็นจุดขาย ซึ่งตรงกับความชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวจีน นอกจากนี้ วิถีชีวิตท้องถิ่นของชาวเมืองระยอง เช่น การทำสินค้าพื้นเมืองและปลูกต้นผลไม้ สามารถช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานก่อนหน้านี้ว่า ไทยยังมีปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ที่ไม่เพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก หลังชาวจีนนิยมท่องเที่ยวไทยมากขึ้น โดยเฉพาะที่ท่าอากาศ ที่ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ต่างรองรับผู้ที่เดินทางเข้าออกเกินศักยภาพอยู่ที่ราว 40%
บลูมเบิร์ก ระบุว่า แม้ไทยจะวางแผนลงทุนขยายสนามบินด้วยวงเงินราว 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 แสนล้านบาท) ในการสร้างอาคารผู้โดยสารใหม่หรือเพิ่มรันเวย์เพื่อให้รองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 2 เท่าเป็นราว 130 ล้านคนในแต่ละปี แต่การก่อสร้างอาจต้องชะลอไปจนปี 2022 ขณะที่ไทยตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 2 เท่า เป็น 68 ล้านคนภายในทศวรรษหน้า
อย่างไรก็ตาม ธเนศวร์ เปิดเผยกับซินหัวว่า สำหรับ จ.ระยอง นั้น มีความพร้อมเพียงพอในการรองรับ นักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากกำลังมีการขยายสนามบิน อู่ตะเภาที่ตั้งอยู่ภายในจังหวัดเพื่อรองรับผู้โดยสารให้มากขึ้น และเปิดเที่ยวบินบินตรงระหว่างไทย-จีนเพิ่มมากขึ้นด้วย ท่ามกลางนักท่องเที่ยวจีนที่เริ่มเข้าไปเที่ยวใน จ.ระยอง เพิ่มขึ้นแล้ว โดยสังเกตได้จากป้ายข้อความต่างๆ ที่เขียนเป็นภาษาจีนในจังหวัด n







