
น้ำมันเปิดตลาดพุ่งรอบ3ปี จับตาสถานการณ์อิหร่าน
เปิดตลาดน้ำมันพุ่งทะลุ 60 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล คาดแนวโน้มทั้งปีใกล้เคียงกับปีก่อน เชลออยล์กดดันตลาด
เปิดตลาดน้ำมันพุ่งทะลุ 60 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล คาดแนวโน้มทั้งปีใกล้เคียงกับปีก่อน เชลออยล์กดดันตลาด
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ราคาน้ำมันเปิดการซื้อขายที่ระดับสูงสุดเหนือ 60 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2557 เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันตลาดเปิดทำการวันแรกของปี 2561 เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนหลักจากข้อตกลงลดกำลังผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) และกลุ่มพันธมิตรนอกโอเปกที่นำโดยรัสเซีย รวมถึงความต้องการใช้น้ำมันที่ปรับตัวแข็งแกร่งโดยเฉพาะจากจีน
"สต๊อกน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2560 และกลุ่มโอเปกยังเห็นพ้องขยายระยะเวลาข้อตกลงดังกล่าวออกไปจนถึงสิ้นปีนี้ ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวได้ว่าปัจจัยพื้นฐานของน้ำมันปรับตัวดีขึ้นมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา" นายวิลเลี่ยม โอลาฟลิน นักวิเคราะห์การลงทุนจากบริษัทหลักทรัพย์ ริฟกิน ซีเคียวริตีส์ ในออสเตรเลีย กล่าวกับรอยเตอร์ส
ขณะเดียวกันเหตุการณ์ประท้วงรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกโอเปก คาดว่าจะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อ โดยการประท้วงดังกล่าวยืดเยื้อมาเป็นวันที่ 5 แล้ว และเสี่ยงทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น หลังมีผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมเพิ่มขึ้นเป็น 20 รายในขณะนี้
อย่างไรก็ดี นายโอลาฟลิน กล่าวเสริมว่า หากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอาจทำให้กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (เชลออยล์) ในสหรัฐกลับมาเพิ่มกำลังผลิตอีกครั้ง ซึ่งจะกดดันราคาน้ำมันต่อในปีนี้ โดยรอยเตอร์สรายงานว่า กำลังผลิตของเชลออยล์เพิ่มขึ้นมาเกือบ 16% นับตั้งแต่กลางปี 2559 มาอยู่ที่ 9.75 ล้านบาร์เรล/วัน เมื่อปี 2560
รายงานข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า ประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการเมือง โดยคาดว่าราคาน้ำมันขายปลีกภาพรวมของปี 2561 หากราคาน้ำมันดิบไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติเฉลี่ยจะอยู่ที่ 50-60 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาหรือขยับขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลที่คาดว่าจะอยู่ระดับ 25-27 บาท/ลิตร ที่เฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ระดับ 23-26 บาทกว่า/ลิตร







