posttoday
งานชิ้นโบแดงงานหนึ่งของรัฐบาล (จบ)

งานชิ้นโบแดงงานหนึ่งของรัฐบาล (จบ)

01 มกราคม 2561

พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์ งานนี้นอกจากจะเรียกว่าเป็นงานชิ้นโบแดงแล้ว อาจจะเรียกว่าเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยก็ได้ เนื่องจากสหรัฐเพิ่งประกาศให้ไทยออกจาก PWL เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2560 คือปลายปีที่แล้ว และบทความตอนจบนี้ก็ได้ลงในวันที่ 3 ม.ค. 2561 รับปีใหม่พอดี

พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

งานนี้นอกจากจะเรียกว่าเป็นงานชิ้นโบแดงแล้ว อาจจะเรียกว่าเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยก็ได้ เนื่องจากสหรัฐเพิ่งประกาศให้ไทยออกจาก PWL เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2560 คือปลายปีที่แล้ว และบทความตอนจบนี้ก็ได้ลงในวันที่ 3 ม.ค. 2561 รับปีใหม่พอดี

ในฉบับที่แล้วได้เขียนกระบวนการต่างๆ โดยสรุปที่กระทรวงพาณิชย์และกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อแสดงให้สหรัฐเห็นความตั้งใจของประเทศไทยที่จะให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มีตั้งแต่การแก้กฎหมายให้ทันต่อเทคโนโลยีที่พัฒนาไป (ถึงแม้ว่าอาจจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเปลี่ยนรูปแบบไปชัดเจน)

การเข้าเป็นสมาชิกความตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เพื่ออำนวยความสะดวกให้สามารถจดทะเบียนเพื่อรับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาได้เร็วขึ้น การเพิ่มอัตรากำลังผู้ตรวจสอบทั้งเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรประดิษฐ์ และสิทธิบัตรออกแบบ รวมถึงหน่วยงานสนับสนุนคือ ไอที และสิ่งที่สำคัญที่สุดซึ่งทำให้เห็นผลงานของไทยเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมคือ การปฏิบัติตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาในส่วนที่ให้ความคุ้มครองกับเจ้าของสิทธิ มีมาตรการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และมีการปราบปรามผู้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง ซึ่งในส่วนสุดท้ายนี้ เนื้อที่หมดพอดี จึงต้องขอมาต่อในฉบับนี้

การดำเนินการใช้กฎหมายอย่างจริงจังนี้ สั่งการและกำกับโดยอนุกรรมการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน และกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเลขานุการ ประกอบด้วยหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 12 หน่วยงาน โดยมีกองอำนวยการรักษามั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นศูนย์ประสานงานในการปฏิบัติงาน มีการหารือร่วมกันกับหน่วยปราบปรามและเจ้าของสิทธิเป็นประจำ รวมทั้งได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย ทั้งส่วนกลางและระดับจังหวัด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นต้น

ดำเนินการอย่างจริงจังจนการละเมิดได้หมดสิ้นไปหลายพื้นที่ ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2560 เป็นต้นมา รวมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อออกตรวจตราจับกุมใน 5 ย่านการค้าสำคัญ คือ ศูนย์การค้ามาบุญครอง ตลาดนัดจตุจักร ตลาดโรงเกลือ (จ.สระแก้ว) หาดป่าตอง และหาดกะรน (จ.ภูเก็ต) เรียกว่าเป็นการร่วมมือร่วมแรงกันอย่างจริงจัง

ในย่านอื่นๆ ที่สหรัฐมีรายชื่อเป็น Notorious Market เช่น สะพานเหล็ก ถนนวิทยุ พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า บ้านหม้อ และถนนสุขุมวิท เป็นต้น ได้กลายเป็นที่ปลอดสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

นอกจากนี้ ในด้านการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการดำเนินการควบคู่กันไป คือ การร่วมมือกับเจ้าของที่ดิน หรือศูนย์การค้า เพื่อคอยตรวจสอบและตักเตือนผู้เช่าไม่ให้ขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งนับเป็นการร่วมมือกันได้ผลดีมาก

สำหรับคำถามที่ว่า การถูกปลดจาก PWL เป็น WL นั้นจะมีผลดีกับประเทศไทยอย่างไร ผู้เขียนขออนุญาตนำคำชี้แจงที่จัดทำโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญามาลงไว้ตามข้างล่างนี้

เรื่องผลดีจากการปรับสถานะไทยให้ดีขึ้น

1.มีผลดีต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นด้านการค้าการลงทุนของประเทศในสายตาของผู้ค้าและนักลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในการขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งนี้ ในปี 2559 มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จำนวน 199 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการลงทุนจากสหรัฐประมาณร้อยละ 7.4 คิดเป็นมูลค่า 15 พันล้านดอลลาร์

อนึ่ง ในปี 2560 (ม.ค.-ก.ย.) มีโครงการต่างชาติที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนตามอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 อุตสาหกรรม มูลค่ารวม 116,274 ล้านบาท ซึ่งมีทรัพย์สินทางปัญญาเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิต 3 อันดับแรก ประกอบด้วย ยานยนต์ คิดเป็นมูลค่า 32,429 ล้านบาท ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ คิดเป็นมูลค่า 26,988 ล้านบาท อิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็นมูลค่า 26,729 ล้านบาท ตามลำดับ

2.การพัฒนาระบบการคุ้มครองและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของไทยและการปรับสถานะของไทยออกจากบัญชี PWL จะมีส่วนสำคัญในการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนของประเทศ นอกจากนี้การพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทยถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย "Thailand 4.0" และนำประเทศไทยก้าวข้ามไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง

ตัวอย่างในปี 2558 อุตสาหกรรมคอนเทนต์ (ประกอบด้วย ภาพยนตร์ แอนิเมชั่น เพลง เกม โทรทัศน์) ของไทย มีมูลค่า 253 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่มีมูลค่า 197 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 28 นอกจากนี้ มูลค่าการใช้จ่ายเพื่อบริโภคสื่อคอนเทนต์ในประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่า 2.3 เท่า หรือจาก 2.4 หมื่นล้านบาท ในปี 2554 เป็น 5.6 หมื่นล้านบาท ในปี 2558 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของอุตสหกรรมในประเทศที่อาศัยทรัพย์สินทางปัญญาเป็นตัวขับเคลื่อน

3.ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สหรัฐพิจารณาในการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือจีเอสพี ซึ่งสหรัฐให้แก่ประเทศคู่ค้าต่างๆ รวมถึงไทยด้วย โดยในปี 2560 (เดือน ม.ค.-ก.ย.) ไทยมีมูลค่าการส่งออกของรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิจีเอสพีไปยังสหรัฐ 4,245 ล้านดอลลาร์ มีมูลค่าการส่งออกภายใต้สิทธิจีเอสพี 3,098 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิจีเอสพีร้อยละ 72.98 สินค้าสำคัญที่มีการใช้สิทธิจีเอสพีสูง ได้แก่ ส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ เครื่องดื่มอื่นๆ ถุงมือยาง อาหารปรุงแต่ง และส่วนประกอยยานยนต์ เป็นต้น n

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ