
ลุ้นลอยตัวน้ำตาล ก่อนปิดหีบเม.ย.’61
ดวงนภา ประเสริฐพงษ์ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในวงการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของโลก เนื่องจากเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลทรายอันดับที่ 2 ของโลกรองจากบราซิล และเป็นผู้ผลิตน้ำตาลทรายลำดับต้นๆ ของโลกมาโดยตลอด ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทยยังถูกมองว่าเป็นพืชการเมือง ดังนั้นจึงถูกจับตาจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องและผู้ที่มีผลประโยชน์จากอุตสาหกรรมดังกล่าวทั้งในและต่างประเทศ จนต้องนำไปสู่การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทั้งระบบ
ดวงนภา ประเสริฐพงษ์
ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในวงการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของโลก เนื่องจากเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลทรายอันดับที่ 2 ของโลกรองจากบราซิล และเป็นผู้ผลิตน้ำตาลทรายลำดับต้นๆ ของโลกมาโดยตลอด ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทยยังถูกมองว่าเป็นพืชการเมือง ดังนั้นจึงถูกจับตาจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องและผู้ที่มีผลประโยชน์จากอุตสาหกรรมดังกล่าวทั้งในและต่างประเทศ จนต้องนำไปสู่การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทั้งระบบ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทยช่วงปี 2559 ถูกบราซิลในฐานะประเทศผู้ส่งออกน้ำตาลทรายรายใหญ่อันดับ 1 ของโลก ยื่นหนังสือต่อองค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) ให้ไต่สวนไทยว่าอาจจะมีการอุดหนุนอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศ ส่งผลให้ราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกขณะนั้นราคาตกต่ำ ประกอบกับภาครัฐต้องการปรับแก้ พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 ที่ใช้มาอย่างยาวนานแล้วเช่นกัน
ดังนั้นจึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่รัฐบาลไทยจำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงความโปร่งใสในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทย จึงได้เดินหน้าปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งจะนำไปสู่การที่จะทำให้ราคาน้ำตาลทรายในประเทศไทยเป็นรูปแบบเสรีตามกลไกตลาดโลก ซึ่งตามกำหนดการเดิมคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2560 แต่ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ตลอดปี 2560 กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้ดำเนินการการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อให้บราซิลและดับเบิ้ลยูทีโอเห็นความตั้งใจในการแก้ไขข้อกังวลที่มีต่อไทย และมีความตั้งใจว่าจะนำโครงสร้างใหม่มาใช้เมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลผลิตปี 2560/2561 ทั้งการปรับปรุง พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล รวมทั้งกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมการนำอ้อยไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ ยกเลิกระบบโควตาน้ำตาลทราย และที่สำคัญคือการลอยตัวราคาน้ำตาลทราย โดยจะต้องยกเลิกการเก็บเงิน 5 บาทเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย และให้ยึดการเคลื่อนไหวตามราคาตลาดโลกเป็นหลัก
ขณะเดียวกันการเปิดเสรีอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายยังรวมไปถึงรายละเอียดต่างๆ อีกมากมาย ทั้งการยกเลิกเงินอุดหนุนให้ชาวไร่อ้อยจากเดิมตันละ 160 บาท ที่ต้องให้คณะกรรมการกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายไปกู้มาจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในแต่ละปี การคำนวณราคาอ้อยในแต่ละปี และจะมีการจัดสรรปริมาณน้ำตาลเพื่อการบริโภคในประเทศในแต่ละปีการผลิตไม่ต่ำกว่า 25-26 ล้านตัน ซึ่งคาดว่าในอนาคตต้องมีการจัดสรรตาม รูปแบบการลอยตัวที่เหมาะสม
อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ระบุว่า ขณะนี้การปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายอยู่ในกระบวนการพิจารณาความเห็นที่ได้รับมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง และประเมินว่าจะต้องมีการเพิ่มเติมรายละเอียดที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดยในขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ถือว่ามีความอ่อนไหว ดังนั้นจะมีการพิจารณาในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมด้วย คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานก่อนประกาศลอยตัวอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายสู่การเป็นเสรีอย่างเต็มรูปแบบ
"ขณะนี้ยอมรับว่ายังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีการเปิดเสรีราคาอ้อยและน้ำตาลทรายได้แบบเต็มรูปแบบเมื่อไร แต่ในช่วงที่ยังอยู่ในฤดูกาลผลิต 2560/2561 ที่อ้อยจะทยอยเข้าหีบจนครบถ้วนในช่วงเดือน เม.ย. 2561 จะดำเนินการเรื่องต่างๆ ได้เรียบร้อยครบถ้วนจนมีการลอยตัวเสร็จเรียบร้อยแน่นอน เพราะอุตสาหกรรมดังกล่าวมีความอ่อนไหว ดังนั้นช่วงที่ยังอยู่ในการเตรียมการจึงไม่สามารถตอบได้มาก อาจมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมได้" อุตตม ระบุ
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเดือน ธ.ค. 2560 เห็นชอบหลักการแนวทางการบริหารจัดการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย โดยได้เห็นชอบร่างกฎหมายลูกรวม 4 ฉบับเพื่อเป็นการรองรับการลอยตัวน้ำตาลทรายแล้ว หลังจากนี้กระทรวงจะต้องไปพิจารณาแนวทางการคำนวณทั้งราคาอ้อยขั้นต้น และขั้นสุดท้าย ราคาน้ำตาลที่ขายจริง รวมถึงเงินที่โรงงานน้ำตาลจะต้องส่งเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาล คาดว่าจะมีความชัดเจนและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ หากมีการลอยตัวราคาอ้อยและน้ำตาลทรายแล้วอาจส่งผลให้ราคาขายปลีกถูกลง โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ควบคุมราคาอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งยอมรับว่ามีความกังวลการประเมินช่วงเวลาที่จะมีการลอยตัวไว้ แล้วไม่เป็นไปตามคาดการณ์ อาจจะส่งผลให้มีการชะลอการซื้อขายน้ำตาลช่วงระยะหนึ่งได้ และการเก็บสต๊อกน้ำตาลทราย เพื่อหวังทำราคาในอนาคตด้วย
นอกจากนี้ ที่ผ่านมาได้มีการหารือระหว่างโรงงานน้ำตาลทราย ชาวไร่อ้อยและภาครัฐถึงการเตรียมความพร้อมหากมีการลอยตัวมาโดยตลอด ทั้งราคาว่าจะยึดการคำนวณราคา โดยใช้ราคาอ้างอิงจากไทยพรีเมียมและลอนดอนนัมเบอร์ไฟว์ ขณะเดียวกันยังต้องเตรียมความพร้อมกรณีที่ยกเลิกโควตาแล้วปริมาณที่กันไว้เพื่อบริโภคในประเทศต้องเพียงพอ
อย่างไรก็ดี ถือว่าที่ผ่านมารัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ในการปรับปรุงอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทยให้โปร่งใส ชัดเจน แข่งขันได้ และเพื่อให้ระดับการเป็นผู้ค้าน้ำตาลทรายของไทยยังอยู่ในระดับต้นๆ ของโลกต่อไป ซึ่งต้องใช้เวลานาน เพราะเป็นพืชที่มีผลประโยชน์ในระดับโลก
การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายถือเป็นโจทย์สำคัญของภาครัฐ ในการลบภาพของอ้อยที่ถูกมองว่าเป็นพืชการเมืองมาโดยตลอด ให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงของประเทศ เช่นเดียวกับข้าว มันสำปะหลัง และปาล์ม ซึ่งต้องจับตาว่าหลังจากนี้อุตสาหกรรมดังกล่าวจะเดินไปในทิศทางใด และหากการลอยตัวอ้อยและน้ำตาลทรายต้องล่าช้าออกไปจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมอย่างไร แล้วใครจะได้รับผลกระทบนี้บ้าง







