posttoday
ผู้จัดการกองทุน ส่องหุ้นไทยปีจอ

ผู้จัดการกองทุน ส่องหุ้นไทยปีจอ

01 มกราคม 2561

พูลศรี เจริญหุ้นไทยปี 2560 ปรับตัวขึ้น 13.66% นั่นก็หมายความว่าใครที่ลงทุนตั้งแต่หัวปีจนวันสุดท้ายของปีมีกำไรจากส่วนต่างราคาเกือบ 14% สำหรับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,753.71 จุด ไม่นับรวมเงินปันผลที่ให้ผลตอบแทน 2.70%

พูลศรี เจริญ

หุ้นไทยปี 2560 ปรับตัวขึ้น 13.66% นั่นก็หมายความว่าใครที่ลงทุนตั้งแต่หัวปีจนวันสุดท้ายของปีมีกำไรจากส่วนต่างราคาเกือบ 14% สำหรับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,753.71 จุด ไม่นับรวมเงินปันผลที่ให้ผลตอบแทน 2.70%

หันไปดูราคาหุ้นก็พบว่าไม่ถูกแล้ว โดยมีราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้นหรือพี/อี ที่ 19.06 เท่า อ้างอิงราคาปิด ณ 29 ธ.ค. 2560

ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยได้แรงส่งจากสภาพคล่องในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันในประเทศที่ซื้อสุทธิ 1.03 แสนล้านบาท ตามด้วยบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ หรือพอร์ต บล.ซื้อสุทธิ 1.7 หมื่นล้านบาท

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยปี 2561 หรือปีจอ ในสายตาผู้จัดการกองทุนต่างมองว่ายังมีแรงส่งต่อเนื่องจากปี 2560

"ปี 2561 เป็นปีที่เครื่องจักรทางเศรษฐกิจทำงานทุกตัว จึงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อหุ้นไทยและคาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ จะวิ่งขึ้นที่ระดับ 1,830 จุดในปีนี้"

ประโยคข้างต้น เป็นคำกล่าวของ "ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย" กรรมการ ผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ ที่สะท้อนถึงมุมมองต่อการลงทุนในหุ้นไทย

ทั้งนี้ บลจ.ไทยพาณิชย์ มองแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2561 ยังคงดีอย่างต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนภายหลังจากที่ภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวปรับตัวขึ้นได้ดีมากในปี 2560 ซึ่งจะผลักดันให้การจ้างงานต่างๆ ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลบวกต่อการบริโภคภาคเอกชนในปี 2561 อีกทั้งปัจจัยบวกเรื่องการเลือกตั้งในปี 2561 ยังเสริมความ เชื่อมั่นต่อการลงทุนภาคเอกชนให้ดีขึ้นและยังส่งผลดีการบริโภคอีกทางหนึ่งด้วย

ในขณะที่การลงทุนโครงสร้าง พื้นฐานและเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า และจะวนมาผลักดันให้การลงทุนภาคเอกชนดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

"ชวินดา หาญรัตนกูล" กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย ให้เป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปีนี้ 1,820 จุด ขณะที่คาดว่าเงินเฟ้อในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและราคาสินค้าเกษตรที่ยังไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นสูงนัก ทำให้แม้ว่าเศรษฐกิจจะดี แต่ดอกเบี้ยยังน่าจะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง โดยคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% ตลอดปี 2561

บลจ.กสิกรไทย เป็นอีกเจ้าที่ให้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,820 จุด โดย "ธิดาศิริ ศรีสมิต" Chief Investment Officer ให้เหตุผลว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่อเนื่องด้วยแรงหนุนจากการ ส่งออก การท่องเที่ยวและการลงทุนภาครัฐ ขณะที่ตัวเลขผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 3/2560 ที่ออกมาเริ่มเห็นการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ ซึ่งปรับตัวดีขึ้นตามเศรษฐกิจในภาพรวม ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นให้ยังคงมีความน่าสนใจ แม้ว่าระดับราคาหุ้นในปัจจุบันจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต แต่ยังถือว่าน่าสนใจเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยในประเทศที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนรายอุตสาหกรรม บลจ.กสิกรไทย จะให้น้ำหนักในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก กลุ่มธนาคาร ซึ่งได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากโครงการภาครัฐ อย่างโครงการอีอีซี

ด้าน "บุญชัย เกียรติธนาวิทย์" กรรมการผู้จัดการ บลจ.ธนชาต มองแนวโน้มการลงทุนปี 2561 ว่า จะเป็นปีทองของผู้ที่ลงทุนในหุ้น ไม่ว่าจะหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศ

ปัจจัยหลักๆ คือ เศรษฐกิจโลกเติบโตได้ดี ถึงแม้ว่าการเติบโตครั้งนี้จะไม่ โดดเด่นหรือร้อนแรงอย่างที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่สิ่งสำคัญ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจส่งสัญญาณที่ดีในแทบทุกภูมิภาคและเป็นการเติบโตที่ต่างส่งเสริมกัน ทำให้ผลตอบแทนจากกองทุนหุ้นทั่วโลกทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ

บล.ธนชาต มองบวกต่อหุ้นไทย โดยคาดว่าดัชนีปี 2561 มีโอกาสปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 1,900 จุด ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากภายใน คือ มีการลงทุน โครงการใหญ่ๆ ของภาครัฐบาลเหลืออีกมาก และมีแนวรับอยู่ที่ประมาณ 1,680 จุด

นอกจากนี้ ยังมองว่าหุ้นไทยยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากปีนี้ยังมีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐอีกจำนวนมาก และเมื่อเศรษฐกิจโลกขยายตัวทำให้การส่งออกของไทยเติบโตตาม และหากการเลือกตั้งในประเทศมีความชัดเจน น่าจะทำให้ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อไปได้และเติบโต ต่อเนื่องถึงปี 2562

"หุ้นไทยปีนี้ จะเติบโตจากกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เป็นหลัก ซึ่ง บลจ.ธนชาต คาดการณ์ปี 2561 กำไร บจ.ขยายตัวจากปีก่อน 8% จากประมาณการพี/อี ที่ 16.5 เท่า เทียบเท่าปี 2560"

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ บลจ.ธนชาต ให้น้ำหนัก คือ เงินเฟ้อโลก และการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หากมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็อาจส่งผล กระทบต่อบรรยากาศการลงทุน

"ปีนี้ถ้าเงินเฟ้อไม่ขึ้นแรงมาก หุ้นไทยยังขึ้นได้ต่อ แต่คงไม่แรงเท่าปีที่ผ่านมา บลจ.ธนชาต คาดการณ์ปี 2561 ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาที่ประมาณ 8-10%"

สำหรับเงินลงทุนในตลาดหุ้นไทยปีนี้ บุญชัย คาดว่ายังคงเป็นสภาพคล่องในประเทศมากกว่าเงินลงทุนจากต่างประเทศที่คาดว่าจะเข้ามาเป็นรอบเนื่องจากยังรอดูความชัดเจนการเลือกตั้ง ซึ่งหากล่าช้ากว่ากำหนดแรงซื้อ ของนักลงทุนต่างประเทศอาจจะยัง ไม่เข้ามา

มาที่คำแนะนำการลงทุน บุญชัย บอกว่าควรเพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นมากกว่า 50% ของพอร์ต ตามความสามารถและความเสี่ยงที่นักลงทุนรับความเสี่ยงได้

ด้านกลยุทธ์ลงทุนหุ้นไทยปี 2561 บลจ.ธนชาต คาดว่าครึ่งปีแรก หุ้นขนาดใหญ่มีบทบาทต่อเนื่องจากปี 2560 เนื่องจากปัจจัยบวกในประเทศหนุน นำโดยกลุ่มท่องเที่ยว รับเหมาก่อสร้าง กลุ่มอุปโภคบริโภค และกลุ่มธนาคารพาณิชย์

ส่วนหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือสมอลล์แคปก็ยังมีเสน่ห์ โดยจะกลับมาได้รับความสนใจ และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2561

ทั้งหมด คือ ความเห็นของผู้จัดการกองทุนที่มีต่อหุ้นไทย ซึ่งชี้ชัดว่า อาจยังเป็นพระเอกขับเคลื่อนการลงทุน และดันให้ดัชนีทำจุดสูงสุดใหม่ หรือนิวไฮที่ 1,900 จุด n

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย