posttoday
ปลดล็อก SMEs ไทย...สยายปีกสู่ตลาดโลก

ปลดล็อก SMEs ไทย...สยายปีกสู่ตลาดโลก

01 มกราคม 2561

พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนากรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน บทความฉบับนี้ถือเป็นปฐมฤกษ์ที่ผมจะมาพูดคุยผ่านคอลัมน์ "รู้โลก รู้เรา" เพื่อบอกเล่าประสบการณ์ต่างๆ จากการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและหน่วยงานพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนนำเสนอแนวความคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับการค้า การลงทุน และการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจหรือการทำงานของท่าน สำหรับฉบับปฐมฤกษ์นี้ผมขอหยิบยกประเด็นสำคัญ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปสรรคของการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา นั่นก็คือข้อจำกัดของ SMEs ไทยในการยกระดับสู่การทำธุรกิจระหว่างประเทศ หรือพูดง่ายๆ ว่า เราจะมาช่วยกันหาข้อจำกัดของ SMEs ไทยในการพัฒนาจากการค้าขายในประเทศไปสู่การเป็น ผู้ส่งออก เพื่อนำไปสู่ทางออกที่จะช่วยให้ SMEs ไทยสยายปีกสู่ตลาดโลกได้

พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนากรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน บทความฉบับนี้ถือเป็นปฐมฤกษ์ที่ผมจะมาพูดคุยผ่านคอลัมน์ "รู้โลก รู้เรา" เพื่อบอกเล่าประสบการณ์ต่างๆ จากการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและหน่วยงานพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนนำเสนอแนวความคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับการค้า การลงทุน และการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจหรือการทำงานของท่าน สำหรับฉบับปฐมฤกษ์นี้ผมขอหยิบยกประเด็นสำคัญ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปสรรคของการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา นั่นก็คือข้อจำกัดของ SMEs ไทยในการยกระดับสู่การทำธุรกิจระหว่างประเทศ หรือพูดง่ายๆ ว่า เราจะมาช่วยกันหาข้อจำกัดของ SMEs ไทยในการพัฒนาจากการค้าขายในประเทศไปสู่การเป็น ผู้ส่งออก เพื่อนำไปสู่ทางออกที่จะช่วยให้ SMEs ไทยสยายปีกสู่ตลาดโลกได้

ก่อนอื่นผมคิดว่าทุกท่านคงทราบดีว่าปัจจุบัน SMEs ถือเป็นกระดูก สันหลังของโครงสร้างธุรกิจไทย จากข้อมูลของ สสว. หรือสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ระบุว่า ในปี 2559 มีจำนวนผู้ประกอบการทั้งประเทศราว 3.01 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็น SMEs ถึง 3 ล้านราย หรือคิดเป็น 99.7% ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ ในจำนวน SMEs 3 ล้านรายนี้ เป็นผู้ส่งออก SMEs เพียง 2.5 หมื่นราย หรือ 1% ของจำนวน SMEs ทั้งประเทศ ซึ่งถือว่ายังน้อยเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างไต้หวันที่มีจำนวน SMEs ที่เป็นผู้ส่งออกสูงถึง 37% เยอรมนี 28% ฝรั่งเศส 27% ญี่ปุ่น 25% สหราชอาณาจักร 21% (ข้อมูลจากการประมาณการของ Economic Research Institute for ASEAN and East Asia (ปี 2557) บริษัท FedEX (ปี 2558) และบริษัท UPS (ปี 2559))

จึงเกิดคำถามที่น่าสนใจว่าทำไม SMEs ไทยที่เป็นผู้ส่งออกถึงยังมีจำนวนไม่มาก จากการพูดคุยและทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ ทั้งรายใหญ่และ SMEs รวมถึงคู่ค้าในต่างประเทศ ผมสรุปภาพรวมข้อจำกัดของ SMEs ไทยในการเติบโตไปเป็นผู้ส่งออกได้เป็น 3 ประเด็น ซึ่งผมขอเรียกว่า "3 ขาด" ดังนี้

1.ขาดข้อมูล ทั้งข้อมูลตลาดส่งออก กฎระเบียบ ขั้นตอนวิธีการส่งออก วิธี/รูปแบบการชำระเงิน และอื่นๆ ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กๆ จำนวนไม่น้อยกลัวการส่งออก หรือส่งออกอย่างไม่ถูกขั้นตอน ส่งผลให้ต้นทุนสูง จนอาจไม่คุ้มค่าหรือขาดทุนได้ รวมถึงเมื่อไม่มีข้อมูลการสำรวจตลาดหรือข้อมูลผู้บริโภคเชิงลึก ก็จะไม่รู้ว่าตลาดต้องการสินค้าประเภทใด หรือสินค้าของตนจะเป็นที่ต้องการของตลาดจริงหรือไม่ แม้จะรับรู้ผ่านสื่อต่างๆ ว่าตลาดประเทศนั้นมีโอกาสเปิดกว้างอยู่มากก็ตาม

2.ขาดคู่ค้า SMEs ไทยหลายรายไม่รู้จะเริ่มต้นค้าขายกับใครในต่างประเทศ อาจเป็นเพราะไม่รู้จักคู่ค้าหรือผู้นำเข้า รวมถึงผู้กระจายสินค้าในตลาดต่างประเทศ ทำให้ไม่สามารถนำสินค้าของตนเข้าไปในตลาดต่างประเทศได้ หรือแม้เข้าไปได้ก็อาจไปไม่ถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แท้จริง เพราะใช้ช่องทางการค้าหรือการกระจายสินค้าที่ไม่ถูกกับประเภทสินค้า อาทิ ขายเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แต่ไปใช้ช่องทางการค้าจากผู้นำเข้าที่มีความเชี่ยวชาญด้านการกระจายสินค้าวัตถุดิบอุตสาหกรรม สินค้าของเราก็อาจไปไม่ถึงผู้บริโภคที่เป็นเป้าหมาย เป็นต้น

3.ขาดความเชื่อมั่น เมื่อขาดทั้งข้อมูลและคู่ค้า SMEs ส่วนใหญ่ก็มักเกิดความกลัว ทั้งกลัวที่จะขายไม่ได้ กลัวขายแล้วถูกโกง ซึ่งตรงนี้ก็เข้าใจได้ เนื่องจาก SMEs ส่วนใหญ่อาจมีข้อจำกัดด้านเงินทุน การถูกโกงหรือขาดทุนไม่กี่ออร์เดอร์ก็อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจได้

จริงๆ แล้วปัญหาดังกล่าวทั้ง 3 ขาด เราสามารถแก้ไขได้ ซึ่งปัจจุบันหลายหน่วยงานได้บูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งด้านข้อมูล ที่สามารถค้นคว้าได้จากหลายแหล่งที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ที่ทำข้อมูลได้ละเอียดและเข้าใจได้ง่าย ด้านคู่ค้า อาจเริ่มจากการเดินทางไปงานแสดงสินค้าหรือจับคู่ธุรกิจที่จัดโดยหน่วยงานภาครัฐของไทย เมื่อเริ่มรู้จักคู่ค้าในต่างประเทศมากขึ้น อาจต่อยอดด้วยการเดินทางไปเจรจาหรือไปเยี่ยมชมโรงงานหรือร้านค้าของคู่ค้าด้วยตนเอง ด้านความเชื่อมั่น หากไม่มั่นใจว่าขายสินค้าไปแล้วจะได้รับเงินค่าสินค้าหรือไม่ ก็สามารถเลือกเทอมการชำระเงินที่ป้องกันความเสี่ยงได้ รวมถึงอาจทำประกันการส่งออก เผื่อว่าหากไม่ได้รับเงินค่าสินค้าจากคู่ค้า ก็ยังได้รับเงินชดเชยจากที่ทำประกันไว้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นความเชี่ยวชาญของ EXIM BANK

ที่กล่าวมาทั้งหมด หลายท่านอาจสงสัยว่าแล้วทำไมเราจึงต้องสนับสนุนให้มี SMEs ที่เป็นผู้ส่งออกจำนวนมาก เหตุผลหลักคือภาคส่งออกถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย มีสัดส่วนราว 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขณะที่ตลาดในประเทศของเราไม่ได้มีขนาดใหญ่พอที่จะผลักดันเศรษฐกิจโดยรวม การส่งออกจึงเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หากเราช่วยกันปลดล็อกให้ SMEs ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจำนวนมากของประเทศสามารถยกระดับไปสู่การเป็นผู้ส่งออกได้มากขึ้น ผมคิดว่าน่าจะช่วยให้การกระจาย รายได้ของประเทศดีขึ้น และช่วยให้ภาคส่งออกและเศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป n

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย