
‘สมาร์ทการ์มา’รุก ธุรกิจวิเคราะห์ไทย
สมาร์ทการ์มาจับมือคันทรี่กรุ๊ปบุกตลาดไทย หวังอัพเกรดงานวิเคราะห์แบบสตรีมมิ่งรายแรกของไทย
สมาร์ทการ์มาจับมือคันทรี่กรุ๊ปบุกตลาดไทย หวังอัพเกรดงานวิเคราะห์แบบสตรีมมิ่งรายแรกของไทย
นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป เปิดเผยว่า สมาร์ทการ์มา (Smartkarma) เป็นผู้ให้บริการงานวิจัยรายใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยมีข้อมูลเชิงลึกจาก A.Stotz เพื่อก้าวสู่โบรกเกอร์ไทยมาตรฐานยุโรปรายแรก รวมทั้งช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลที่สร้างสรรค์โดยนักวิเคราะห์อิสระกว่า 400 รายได้สะดวกขึ้น
นอกจากนี้ การวิจัยที่เป็นอิสระของสมาร์ทกามาร์ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าสถาบัน นักลงทุนในประเทศ รวมทั้งยังนำเสนอบทวิเคราะห์ที่สอดคล้องกับ MiFID II เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ลดความเสี่ยงระบบ และปกป้องผู้ลงทุน ซึ่งบทวิเคราะห์มีความน่าเชื่อถืออีกทั้งยังจัดหาผลิตภัณฑ์มาช่วยในการวิเคราะห์ตลาดทุนไทยได้อย่างอิสระด้วย
ด้าน นายราคาฟ กะปูร์ ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Smartkarma กล่าวว่า บริษัทยินดีที่ได้ร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์คันทรี่กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ MiFID II เป็นอย่างดี มีการบริหารจัดการระบบลูกค้าได้อย่างชัดเจน ทำให้สะดวกต่อการนำเสนอข้อมูลงานวิจัยได้อย่างเหมาะสมต่อความต้องการ
ทั้งนี้ สมาร์ทการ์มาเพิ่งได้รับเงินทุนสนับสนุนระดับซีรี่ส์บี จาก Sequoia Capital India ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทร่วมทุนด้านเทคโนโลยีชั้นนำของโลก โดยรูปแบบของธุรกิจมีทั้งนักวิเคราะห์วิจัยอิสระและนักลงทุนสถาบัน มีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วทั้งเอเชียและเพิ่งประกาศการขยายธุรกิจไปยังสหราชอาณาจักรและยุโรป โดยมีการเปิดสำนักงานในกรุงลอนดอนด้วย
ขณะเดียวกันบริษัทยังให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและเป็นเพียงรายเดียวในโลกที่ให้บริการแบบสตรีมมิ่ง โดยเปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือน ก.ย. 2557 มีพนักงานจำนวน 18 ราย โดย 3 ผู้ก่อตั้ง คือ จอน ฟอสเตอร์, ลี มิตเชลล์ และราคาฟ กะปูร์ สำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์
"บริษัทได้รับคำนิยมว่าเปรียบเสมือนสปอร์ติฟายของเอเชีย มีผู้ให้บริการข้อมูลเชิงลึกรายบุคคลกว่า 400 รายและสถาบันต่างๆ กว่า 140 แห่งทั่วโลกที่ใช้งานแพลตฟอร์มของบริษัท" นายกะปูร์ กล่าว n







