
จีนคุมเข้มถอนเงินต่างแดน
รัฐบาลจีนออกกฎใหม่ จำกัดชาวจีนถอนเงินในต่างประเทศไม่เกินปีละ 5 แสน มุ่งคุมเข้มอาชญากรรมทางการเงิน
รัฐบาลจีนออกกฎใหม่ จำกัดชาวจีนถอนเงินในต่างประเทศไม่เกินปีละ 5 แสน มุ่งคุมเข้มอาชญากรรมทางการเงิน
สำนักงานปริวรรตเงินตราต่างประเทศ (เอสเอเอฟอี) ออกกฎระเบียบใหม่ จำกัดวงเงินการถอนเงินในต่างประเทศผ่านบัตรเอทีเอ็มที่ออกโดยธนาคารจีนอยู่ที่คนละไม่เกิน 1 แสนหยวน (ราว 5 แสนบาท)/ปี เพื่อเพิ่มการป้องกันการฟอกเงิน การเลี่ยงภาษี และการสนับสนุนเงินให้กลุ่มก่อการร้าย โดยกฎดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับในวันนี้ แต่จะยืดเวลาให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามภายในวันที่ 1 เม.ย. 2018
เอสเอเอฟอี ระบุว่า หากบุคคลใดถอนเงินเกินวงเงินดังกล่าว จะถูกระงับการทำธุรกรรมทางการเงินในต่างประเทศทันที ตลอดทั้งปีและอีก 1 ปีถัดไป โดยเอสเอเอฟอีจะส่งชื่อบุคคลที่ฝ่าฝืนกฎให้ธนาคารทุกวัน และทางแบงก์จะต้องดำเนินการระงับดังกล่าวภายในเวลา 17.00 น. ของวันที่มีการละเมิดกฎ
ทั้งนี้ วงเงินการถอนเงินรายวันยังอยู่ที่ 1 หมื่นหยวน (ราว 5 หมื่นบาท)/บัตร 1 ใบ อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังไม่จำกัดจำนวนการถือบัตรเอทีเอ็ม หมายความว่าชาวจีนยังมีบัตรเอทีเอ็มได้มากกว่า 1 ใบ แต่มูลค่าการถอนเงินทั้งหมดจะต้องรวมกันไม่เกิน 1 แสนหยวน/คน/ปี
แถลงการณ์จากเอสเอเอฟอียังระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็น โดยจากกรณีที่ผ่านมาการทำธุรกรรมทางการเงินมูลค่าสูงมากในต่างประเทศมักเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมประเภทต่างๆ เช่น การฉ้อโกง การฟอกเงิน การพนัน และการสนับสนุนเงินสำหรับก่อการร้าย
เอสเอเอฟอีเสริมว่า การจำกัดวงเงินที่ 1 แสนหยวน/ปี นับว่าเหมาะสม เมื่อพิจารณาจากสถิติการถอนเงินของชาวจีนในต่างประเทศ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นหยวน/ปี เมื่อปี 2016 พร้อมระบุว่า กฎใหม่จะไม่ส่งผลกระทบต่อชาวจีนทั่วไปที่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการคุมเข้มเงินไหลออกนอกประเทศของจีน ซึ่งเริ่มดำเนินการเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อป้องกันเงินไหลออกและค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงอีกในอนาคต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบการเงิน







