posttoday
สวัสดีปีใหม่…ประเทศไทย

สวัสดีปีใหม่…ประเทศไทย

28 ธันวาคม 2560

ดร.ธนิต โสรัตน์ & รองประธานสภาองค์การนายจ้าง & ผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย"HAPPY NEW YEAR" สวัสดีปีจอ วันนี้ตรงกับวันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นวันแรกของการเปลี่ยนศักราชแบบสากลเป็นวันที่ทุกคนมีความสุข บางคนไปเตร็ดเตร่รับลมหนาว-ลมทะเลตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บางพวกชอบเดินทางไกลๆ คงไปสัมผัสหิมะเมืองหนาว เช่น ประเทศญี่ปุ่น ได้ข่าวว่าคนไทยแห่กันไปเต็มบ้านเต็มเมือง แต่หลายคนคงใช้เวลาอยู่กับครอบครัวที่บ้าน ความสุขไม่ใช่อยู่ที่สถานที่ แต่อยู่ว่าใกล้กับคนที่เรารักและเขารักเรา ความสุขอยู่ที่ใจเท่านี้ก็เป็นสุข

ดร.ธนิต โสรัตน์ & รองประธานสภาองค์การนายจ้าง & ผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย

"HAPPY NEW YEAR" สวัสดีปีจอ วันนี้ตรงกับวันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นวันแรกของการเปลี่ยนศักราชแบบสากลเป็นวันที่ทุกคนมีความสุข บางคนไปเตร็ดเตร่รับลมหนาว-ลมทะเลตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บางพวกชอบเดินทางไกลๆ คงไปสัมผัสหิมะเมืองหนาว เช่น ประเทศญี่ปุ่น ได้ข่าวว่าคนไทยแห่กันไปเต็มบ้านเต็มเมือง แต่หลายคนคงใช้เวลาอยู่กับครอบครัวที่บ้าน ความสุขไม่ใช่อยู่ที่สถานที่ แต่อยู่ว่าใกล้กับคนที่เรารักและเขารักเรา ความสุขอยู่ที่ใจเท่านี้ก็เป็นสุข

คําถามมากมายว่าปีนี้ บ้านเมืองและเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร เรื่องอนาคตคงตอบยาก ถามผู้รู้ทางโหราศาสตร์ พยากรณ์ว่าเศรษฐกิจ เริ่มต้นดีขึ้น เพราะไทยผ่านเรื่องทุกข์โศกระดับชาติมาแล้ว ผ่านเรื่องการเมืองวุ่นวายและเศรษฐกิจขาลงมาหลายปี เอาว่าปีนี้ทุกอย่างดีกว่าเดิม ช่วงไตรมาสแรกดาวพฤหัสไปโคจรอยู่ในเรือนมรณะ ขณะที่ดาวเสาร์เล็งมฤตยูทับราศีลัคนาอีกต่างหาก อาจมีแรงกระเพื่อมรัฐบาลจากเรื่องหยุมหยิมแต่พาไปเรื่องใหญ่ แต่ดวงนายกฯ แข็งสามารถผ่านเรื่องต่างๆ ไปได้

ช่วงปลายไตรมาส 3 ต่อไตรมาส 4 ตรงกับโรดแมปเลือกตั้งเดือน พ.ย. หมอดูเขาบอกอีกว่าดาวมฤตยูซึ่งหมายถึงผู้มีอํานาจ ปัจจุบันยังมีอิทธิพลเล็งกับดวงเมืองไปจนถึงกลางปี 2562 อาจมีผลทําให้การเลือกตั้งอาจต้องเลื่อนออกไป และการเมืองหลังเลือกตั้งอาจมีรูปแบบแปลกๆ ตรงนี้ไม่ว่ากัน ถาม ผู้รู้แล้วมาเล่าให้ฟังแค่คุยกันสนุกๆ

เริ่มต้นปีใหม่อยากเขียนอะไรให้มีแต่เรื่องที่ดีๆ แล้วสบายใจ เริ่มจากข่าวดีส่งท้ายปีเก่า คือ พี่ตูน-บอดี้ สแลม เริ่มต้นวิ่งจาก อ.เบตง เข้าเส้นชัยเหนือสุดสยาม อ.แม่สาย ระยะทาง 2,215 กม. ทำสถิติเป็นทางการวิ่งจากใต้สุดถึงเหนือสุดเป็นคนแรกของประเทศไทย ผลสํารวจของซูเปอร์โพล ระบุว่า เป็นฮีโร่แห่งชาติและเป็นบุคคลดีเด่นแห่งปี แบบหาใครมาเทียบไม่ได้ และดูว่ากลายเป็นแบบอย่าง หรือ IDOL ของคนทุกวัย ไปที่ไหนมีแต่คนออกมาชื่นชมเชียร์ไปตลอดทาง เงินที่ได้มากกว่า 1,250 ล้านบาท คงต้องบริหารแบบโปร่งใส อย่าตกม้าตาย แล้วกัน 2/3

ของขวัญจากนายกฯ ลุงตู่ ปีนี้ เป็นซานตาคลอสตัวจริงแจกของขวัญแบบรับกันไม่ไหว จากการประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.สุโขทัย ออกแพ็กเกจให้แต่ละกระทรวงไปดําเนินการ ลด แลก แจก แถม เริ่มจากหนุนให้คนไทยไปเที่ยวกันมากๆ สามารถไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าตลอดปี แต่ต้องเป็นจังหวัดรอง พวกเชียงใหม่ ภูเก็ต พังงา ชลบุรี อาจไม่ได้ ส่วนพวกลูกค้าสถาบันการเงินเฉพาะกิจบางธนาคารมีการจ่ายคืนดอกเบี้ยร้อยละ 30 ให้กับลูกค้า แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขอีกทั้งมีการส่งเสริมให้คนไทยขยันสตาร์ทอัพมีลูกมากๆ รัฐบาลจะเพิ่มเงินช่วยเหลือบุตรคนที่ 2 จนบรรลุนิติภาวะ

กระทรวงการคลังทําเซอร์ไพรส์ประกาศให้ปีนี้ จะทําให้ผู้มีรายได้น้อยตํ่ากว่าเส้นแบ่งความยากจน จํานวน 5.3 ล้านคน หลุดพ้นจากความยากจน โดยประกันว่าภายในปีใหม่นี้ทําได้แน่นอน งานนี้คงต้องเฮกันดังๆ แล้วปลายปีคงต้องมาดูกันว่าทําได้จริงดังที่พูดหรือเปล่า สำหรับของขวัญซึ่งน่าจะทำให้ผู้ที่ไม่มีบ้านเป็นของตัวเองมีความสุข คือ โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือผู้ที่มีรายได้น้อย ที่มาขอขึ้นทะเบียนกับรัฐบาลสิบกว่าล้านคน สามารถขอกู้เงินซื้อบ้านจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้ถึงสิ้นปีได้ดอกเบี้ยตํ่า

เป็นแนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องการให้คนไทยทุกคนมีบ้าน ซึ่งต้องสนับสนุนเพราะใครๆ ก็อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง ส่วนจะได้มากน้อยเพียงใดคงเป็นอีกเรื่องหนึ่งเพราะไม่ได้แจกฟรีเป็นเงินกู้ ถึงแม้จะเป็นแบงก์ของรัฐแต่หลักเกณฑ์ปล่อยกู้คงต้องมี มิฉะนั้นจะเป็นหนี้เสีย หรือ NPL ซึ่งต้องมีผู้รับผิดชอบ คํานวณคร่าวๆ คนกู้มีรายได้น้อย 3 หมื่นบาท/ปี เฉลี่ยเดือนละ 2,500 บาท แค่กินข้าวแต่ละมื้อก็ไม่พอแล้วจะมีเงินเหลือมาผ่อนบ้าน แค่กู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 40 ปี ไม่รวมดอกเบี้ย เท่านี้ ก็ต้องผ่อน 2,083 บาท/เดือนแล้ว

กู้ดนิวส์ หรือข่าวดีรับปีใหม่จริงๆ ซึ่งน่าจะถูกใจคนมีรายได้น้อย หรือพวกที่เที่ยวเพลินจนกระเป๋าแห้ง โดยสถานธนานุบาลหรือชาวบ้านเรียกว่าโรงตึ๊งของรัฐ จํานวน 240 แห่งทั่วประเทศ ขานรับนโยบายบิ๊กตู่ซึ่งเป็นซานต้าของไทยไปแล้ว ต่างลดดอกเบี้ยรับจํานํา ทั้งปีเหลือ 50 สตางค์ ถึง 1 บาท ขึ้นอยู่กับสิ่งของที่มาตึ๊งว่าจะเอาเงินเท่าใด แต่ไม่ได้บอกว่าจะรับจำนำนาฬิกายี่ห้อดังแบบที่รองนายกฯ ท่านหนึ่งใส่ หรือไม่

ของขวัญไฮไลต์ที่ คสช.มอบให้เป็นพิเศษกับพรรคการเมือง คือ การใช้ ม.44 มีการออกคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 ขยายเวลาปฏิบัติตามกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองเพื่อยืนยันฐานข้อมูลสมาชิกพรรคว่าทับซ้อนหรือไม่ เล่นเอาพรรคใหญ่อยู่ไม่สุข หาว่าเป็นการ "SET ZERO" แต่ คสช.บอกไม่ใช่เป็นการ 3/3 "RE CHECK" ไม่รู้ ว่าเข้าใจตรงกันไหมเนี่ยะ! มีแนวโน้มว่าบางพรรคจ่อยื่นส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความของขวัญใหม่นี้ ใครจะชอบหรือไม่ชอบคงไม่ได้เพราะให้แล้วไม่รับคืน มีคําถามว่าต้องเลื่อนโรดแมปเลือกตั้งหรือไม่ ตอบไม่ได้เพราะไม่รู้จริงๆ แต่ดวงทหารยังเล็งดวงเมือง ไปถามหมอดูบอกว่าเลื่อนแหงๆ...ก็แล้วแต่จะคิดนะครับ

(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat) n

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก