
บิ๊กตู่ไฟเขียวกองเชียร์ตั้งพรรค
"พล.อ. ประยุทธ์" ยันสถานการณ์กำหนดอนาคต พร้อมเปิดทางกลุ่มการเมืองตั้งพรรคหนุนเป็นนายกฯ
"พล.อ. ประยุทธ์" ยันสถานการณ์กำหนดอนาคต พร้อมเปิดทางกลุ่มการเมืองตั้งพรรคหนุนเป็นนายกฯ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงเรื่องการตั้งพรรคการเมืองใหม่ ว่า ไม่รู้จะตั้งไปทำไม จะตั้งได้หรือ ส่วนใครที่จะมาตั้งพรรค เพื่อสนับสนุนให้ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ตั้งไป
"มีหลายคนประกาศสนับสนุนผม ก็ตั้งไปสิ แต่ผมจะรับหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ เรื่องนี้เขาต้องถามผม วันนี้เขายังไม่ได้ตั้ง และยังไม่เข้าสู่วันเลือกตั้งก็ยังไม่มีใครมาถามผม ก็ได้แต่พูดกันไป แล้วผมจะรับหรือเปล่าผมก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ สถานการณ์เป็นตัวกำหนดทุกอย่างนะ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ทั้งนี้ เรื่องพรรคทหาร สื่อต้องให้ความเป็นธรรมกับตนเองด้วย สมมติ จะใครก็ตามไปรวบรวมคนแล้วตั้งพรรค การเมืองขึ้นมาแล้วลงเลือกตั้ง ถ้าประชาชนไม่เห็นดีเห็นงามจะเลือกเข้ามาหรือ
"วันนี้ผมไม่ได้ลงเลือกตั้งเองนี่ มากลัวผมอยู่นั่นว่าผมจะเข้าไปเป็นนายกฯ คนนอก แล้วคนในต้องหาให้เจอก่อน คนนอกอาจจะไม่ใช่ผมก็ได้ มันมีตั้งหลายคน เขาอาจจะหาคนอื่นเข้ามาก็ได้ ทำไมต้องมากลัวผม" นายกฯ กล่าว
สำหรับการใช้มาตรา 44 แก้พระราชบัญญัติว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น ไม่ได้สลายความเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง คนที่เป็นสมาชิกพรรคอยู่ก็สามารถมาลงใหม่ก็ได้ หากบอกว่ามีข้อแม้เรื่องระยะเวลา ก็ขอชี้แจงว่าระยะเวลาที่กำหนดให้เวลา 30 วัน ที่อย่างน้อยต้องมีสมาชิกพรรค 500 คน ทุกคนก็มาลงสมัครได้
"ถ้าคิดว่าสมาชิกเหล่านั้นยังอยู่กับคุณจริงๆ ก็ต้องมั่นใจ แล้วที่ออกมาประกาศว่าทุกคนเกิดมาอยากตายไปกับประชาธิปไตยกับพรรคนี้พรรคนั้น แล้วจะไปกลัวอะไร" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า อาจกลัวจะเป็นช่องว่างให้สมาชิกย้ายพรรค พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเพราะตัวเองที่อุดมการณ์สู้คนอื่นไม่ได้หรือเปล่า ที่บอกว่าตัวเองดีกว่า มีคนมาอยู่มากกว่า สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ ถ้าดีจริงสมาชิกพรรคเหล่านั้นก็ต้องอยู่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปี 2561 ถือเป็นปีสุดท้ายตามโรดแมปของ คสช.ที่กำหนดว่าจะมีการเลือกตั้งซึ่ง คสช. ก็ต้องพ้นไป เว้นแต่จะมีการคว่ำกฎหมาย
"อยากให้ คสช.ทบทวนตัวเอง โดยย้อนกลับไปวันที่ 22 พ.ค. 2557 ว่า คสช.บอกคนไทยว่าจะเข้ามาทำอะไรบ้าง และจะสร้างระบบของบ้านเมืองที่ปฏิรูปให้มีความยั่งยืนอย่างไร จะคืนความสุขให้กับประชาชน โดยขอเวลาอีกไม่นาน เมื่อถึงปีสุดท้ายแล้วก็ขอให้ทำตามสิ่งที่เคยบอกกับประชาชนให้สำเร็จ
"ต้องทบทวนอย่างตรงไปตรงมาว่าการปฏิรูปคืบหน้าไปถึงไหน อะไรที่จะทำให้ประชาชนเห็นวิสัยทัศน์ว่าบ้านเมืองจะเดินไปอย่างไร ถ้าทำได้ในปี 2561 จะเป็นปีสุดท้ายที่ คสช.พูดได้ว่าปฏิบัติภารกิจลุล่วงให้คนไทยทั้งประเทศ แต่ถ้าไม่รีบทบทวนปีสุดท้ายของ คสช.ก็จะจบลงด้วยการที่ประเทศสูญเสียโอกาสไปเป็นเวลา 4 ปี ดังนั้นจึงอยู่ที่ คสช.จะเลือกว่าจะให้ประวัติศาสตร์จารึกผลงาน คสช.อย่างไร ถ้าทำไม่สำเร็จ คสช.ก็ต้องรับผิดชอบ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว n







