
ก่อนดับสูญ ความอาดูรที่เป็นอมตะ
เรื่อง : เพรงเทพ"ในหัวของเขามีปัญหาแก้ไม่ตกของสังคมยุคนี้ฝังอยู่นานแล้ว และเขาก็กำลังต่อสู้อยู่ด้วยใจที่ประเสริฐและพลังที่ไม่มีวันหมด ความมานะของเขาไม่สูญเปล่าหรอก แต่เขาคงจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่จนถึงวันที่เห็นมันผลิดอกออกผล พอถึงเวลาที่คนเข้าใจว่าเขาตั้งใจจะบอกอะไรในภาพของเขา มันก็สายไปแล้ว
เรื่อง : เพรงเทพ
"ในหัวของเขามีปัญหาแก้ไม่ตกของสังคมยุคนี้ฝังอยู่นานแล้ว และเขาก็กำลังต่อสู้อยู่ด้วยใจที่ประเสริฐและพลังที่ไม่มีวันหมด ความมานะของเขาไม่สูญเปล่าหรอก แต่เขาคงจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่จนถึงวันที่เห็นมันผลิดอกออกผล พอถึงเวลาที่คนเข้าใจว่าเขาตั้งใจจะบอกอะไรในภาพของเขา มันก็สายไปแล้ว
เขาเป็นหนึ่งในพวกจิตรกรหัวก้าวหน้า และมันก็ทำให้เข้าใจเขาได้ยาก แม้แต่ผมที่รู้จักเขาอย่างสนิทสนมมากก็ตาม ความคิดเขาครอบคลุมหลายเรื่องมาก ขบคิดว่าอะไรคือความเป็นมนุษย์ และวิธีการอย่างไรที่คนคนหนึ่งจะมองโลก ก็คือใครที่จะเข้าใจสิ่งที่เขาพยายามบอก จะต้องปลดปล่อยตัวเองจากอะไรก็ตามที่พันธนาการกับระเบียบแบบแผนเสียก่อน แต่ผมแน่ใจนะว่าจะมีคนเข้าใจเขาหลังจากนี้ไป มันก็บอกได้ยากว่าเมื่อไหร่"
เป็นเนื้อความส่วนหนึ่งในจดหมายที่ ธีโอ แวน โก๊ะ พี่ชายของวินเซนต์ แวน โก๊ะ เขียนถึงโจ ที่กรุงปารีส 9-10 ก.พ. 1889
ในอีก 127 ปีต่อมา หลังจากการตายของวินเซนต์ แวน โก๊ะ ในปี 1890 ตอนเขาอายุเพียง 37 ปีด้วยการอัตวินิบาตกรรม มีการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่นำเสนอเรื่องราวของเขาอย่างลุ่มลึก และให้ความชอบธรรมกับความตายซึ่งเป็นที่จดจำของโลกศิลปะสมัยใหม่มาถึงทุกวันนี้
จากเทคนิคการวาดภาพของแวน โก๊ะ มาดัดแปลงและใช้ในภาพยนตร์มากกว่า 6.5 หมื่นเฟรม ทั้งยังใช้สีน้ำมันไปทั้งสิ้น 3,000 ลิตร และผ้าใบแคนวาสมากกว่า 1,000 ผืน การร่วมแรงกายแรงใจของจิตรกรทั่วโลกกว่า 100 คน ถึงที่สุดแล้วภาพยนตร์หนึ่งเรื่องมีการนำภาพวาดสีน้ำมันมาเรียงร้อยต่อกันแบบเฟรมต่อเฟรมจำนวน 66,960 รูป
ไม่เท่านั้นจากเฟรมที่ถูกวาดทั้งหมด เป็นการนำภาพเขียนกว่า 120 ภาพ จดหมายกว่า 800 ฉบับ ของแวน โก๊ะ มาทำการวิเคราะห์เพื่อตีความในการร้อยเรียงเชื่อมต่อเหตุการณ์ เล่าเรื่องภายหลังการเสียชีวิตของวินเซนต์ แวน โก๊ะ
กุญแจสำคัญที่เป็นตัวละครของโครงหลักในการเล่าและดำเนินเรื่องคือ อาร์ม็องด์ โรแล็ง ซึ่งเป็นชายหนุ่มเลือดร้อน ชอบดื่ม และรักความยุติธรรม เขาได้รับมอบหมายจากผู้พ่อที่เป็นไปรษณีย์เจ้าประจำของ แวน โก๊ะ ในการส่งจดหมายไปให้พี่ชายที่กรุงปารีส แต่มีจดหมายฉบับหนึ่งติดค้างอยู่ เขาต้องหาคนรับให้ได้ ท้ายสุดก็พบว่า ธีโอ แวน โก๊ะ พี่ชายของวินเซนต์ แวน โก๊ะ เสียชีวิตแล้ว ภรรยาและลูกของเขาก็ย้ายกลับไปอยู่ฮอลแลนด์บ้านเกิด
ทว่าเรื่องไม่หยุดอยู่แค่นั้น อาร์ม็องด์ โรแล็ง จะค่อยๆ เป็นคนไขเรื่องราวต่างๆ ไปทีละเปลาะ โดยมีลีลาและทิศทางแบบสืบสวนสอบสวนตัวละครอื่นๆ ที่อ้างอิงบอกต่อ และเชื่อมโยงกัน จนไปถึงคนสุดท้ายคือ นายแพทย์กาแช ซึ่งแวน โก๊ะ มีสัมพันธภาพ ต่อกันก่อนที่จะฆ่าตัวตาย
ตัวละครทุกตัวที่โรแล็งได้พูดคุยและสัมผัสคลุกคลีด้วย ต่างมีมุมมองต่อแวน โก๊ะ ไปตามความสัมพันธ์ผ่านความรู้สึกและผลประโยชน์ที่มีร่วมต่อกันในบางส่วน แล้วแต่ใครจะมองหรือหยิบมุมไหนมาเล่า แต่ไม่มีใครเข้าใจแวน โก๊ะ ทั้งที่คนที่ใกล้ชิดมากๆ ต่างรับรู้ในส่วนลึกว่า แวน โก๊ะ มีรัศมีของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่
วิธีการเล่าและเดินเรื่องที่ค่อนข้างซ้อนไว้สองชั้น ไม่ผ่านตัวละครที่เป็นเจ้าของเรื่องจริงๆ คือ แวน โก๊ะ แต่ให้คนที่รู้จักเพียงเปลือกผิวค่อยๆ เฉลย พร้อมพัฒนาการของตัวละครที่สามารถผ่านการตรวจสอบตัวเองในระหว่างเส้นทางที่ค้นหาตัวตนที่แท้จริงของแวน โก๊ะ ผ่านการฆ่าตัวตายของเขา
แม้จะเป็นเทคนิคใหม่ในภาพยนตร์ แอนิเมชั่นที่ใช้ภาพเขียนมาเล่าเรื่องราว ผ่านศิลปะอิมเพรสชันนิสม์ของแวน โก๊ะ ซึ่งในโลกศิลปะสมัยใหม่ถือว่าสูงค่าอยู่เหนือกาลเวลาไปเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นภาพที่คุ้นตาของคนที่เสพงานศิลปะของศิลปินระดับโลกอยู่แล้ว จึงไม่รู้สึกแปลกแยกในลายเส้นหรือแสงสีแต่อย่างใด
ในชีวิตของแวน โก๊ะ รังสรรค์ผลงานไว้ราว 2,000 ชิ้น เป็นภาพสีน้ำมันราว 900 ภาพ ภาพวาดและแบบร่างประมาณ 1,100 ชิ้น ซึ่งในจำนวนนี้มีอยู่ราว 200 ภาพที่เป็นสมบัติของพิพิธภัณฑ์และถูกประมูลซื้อมาด้วยมูลค่ามหาศาล
วินเซนต์ แวน โก๊ะ ถูกยกย่องให้เป็นจิตรกรชาวดัตช์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ถึงแม้ว่าชื่อเสียงของเขาเพิ่งจะมาโด่งดังเอาในช่วง 3 ปีสุดท้ายของชีวิตการเป็นจิตรกรตลอด 10 ปีก็ตาม แต่เขาก็ได้สร้างอิทธิพลต่อศิลปะแนวโพสต์-อิมเพรสชันนิสต์ แบบศิลปะสมัยใหม่ หรือโมเดิร์น อาร์ต เอาไว้มากมาย ซึ่งตลอดการมีชีวิตอยู่ของเขานั้นมีเพียงภาพเดียวที่ขายได้
ความเจ็บป่วยทางสมอง และจิตใจของแวน โก๊ะนั้นแสดงออกมาทางภาพที่เขาเขียน ด้วยการใช้สีอันร้อนแรง การปัดพู่กันแบบหยาบๆ และรูปแบบของลายเส้นที่ใช้ กระตุ้นอารมณ์ผ่านความรู้สึกลึกๆ ภายในมากกว่าต้องการแสดงศักยภาพหรือความสามารถ
ศิลปะที่ตอบสนองความต้องการตามทัศนคติของตัวเอง รับแรงบันดาลใจจากเรื่องของการค้นหาความหมายของชีวิต และอุทิศผลงานเพื่อความผาสุกของเหล่ามวลมนุษย์ ด้วยความเชื่อว่า จิตวิญญาณกับธรรมชาติแยกออกจากกัน แต่นำมาเชื่อมโยงกันผ่านการสังเคราะห์ด้วยการหลอมรวมจิตวิญญาณของศิลปินกับธรรมชาติ ผ่าน ผลงานไปสู่ผู้ชม
แวน โก๊ะ เสนอภาพจากภายในไม่ใช่เพียงการลอกเลียนแบบความงามของธรรมชาติ แสดงเนื้อหาสำคัญอย่างนามธรรม ด้วยอารมณ์ที่เป็นอิสระ ไม่ยึดติดกับรูปแบบ รูปทรง หรือสีตามสิ่งที่ตาเห็น
นักวิจารณ์ศิลปะ โรเบิร์ต ฮิวส์ ให้ความเห็นว่าผลงานของแวน โก๊ะ ในช่วงปลายชีวิตเขาแสดงถึงความสามารถในการวาดภาพชั้นสูงและการควบคุมฝีแปรงอย่างสมบูรณ์ นอกจากนั้นยังแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาได้อย่างสง่างาม
ปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์แวน โก๊ะ ถูกจัดสร้างขึ้นโดยแรงผลักดันของวินเซนต์ วิลเล็ม แวน โก๊ะ ลูกของธีโอ คนที่แวน โก๊ะ เขียนภาพอัลมอนด์ บอสซั่มส์ มอบให้ตอนที่เขาเกิด และการสนับสนุนของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ เพื่อใช้เป็นที่เก็บรักษาและจัดแสดงผลงานของแวน โก๊ะ ทั้งหมดที่ไม่ได้ขายออกไป ตั้งอยู่ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม เริ่มเปิดให้ชม ตั้งแต่ปี 1973 มีผู้คนที่ชื่นชอบผลงานของแวน โก๊ะ หลั่งไหลไปชมกันอย่างคับคั่งปีละกว่า 2 ล้านคน







