posttoday
ส่องรูปแบบของบริษัท ที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต

ส่องรูปแบบของบริษัท ที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต

25 ธันวาคม 2560

เรื่อง : เอกศาสตร์ สรรพช่างภาพ : รอยเตอร์ส สามสี่ปีมานี้ เราได้ยินคำว่าธุรกิจ "สตาร์ทอัพ" กันจนเกร่อ คนรุ่นใหม่ๆ หลายคนอยากเป็นสตาร์ทอัพกันเต็มไปหมด อยากมีธุรกิจของตัวเองและอยากหาคนมาช่วยเก็บเกี่ยวความฝัน

เรื่อง : เอกศาสตร์ สรรพช่างภาพ : รอยเตอร์ส

สามสี่ปีมานี้ เราได้ยินคำว่าธุรกิจ "สตาร์ทอัพ" กันจนเกร่อ คนรุ่นใหม่ๆ หลายคนอยากเป็นสตาร์ทอัพกันเต็มไปหมด อยากมีธุรกิจของตัวเองและอยากหาคนมาช่วยเก็บเกี่ยวความฝัน

กาลเวลาผ่านไป จนถึงปีใหม่ที่กำลังจะมา พบว่าสตาร์ทอัพที่สามารถนำพาตัวเองไปได้ไกลเกินสี่ซ้าห้าปีมีไม่มากนัก เนื่องด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง เรื่องใหญ่ๆ อย่างหนึ่งก็คือสตาร์ทอัพส่วนมากไม่ได้มีเงินทุนและฝ่ายสนับสนุนที่มีกำลังมากพอที่จะนำพวกเขาไปสู่จุดที่ตัวเองมั่นคงได้จริง

ตอนนี้ทุกคนเริ่มกลับมาพูดถึงการทำธุรกิจแบบ SMEs และการพกหัวใจของการเป็นผู้ประกอบการแบบค่อยๆ ไป ค่อยๆ โต และยั่งยืนจริงๆ

เคล็ดลับความสำเร็จของการทำธุรกิจในปีหน้า และอีก 10 ปีจากนี้ สำหรับผมรู้สึกได้ว่ามันก็เริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว คืออย่าถามหาการสร้างสิ่งใหม่ แต่ธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต คือธุรกิจที่ต่อยอดจากทรัพยากรที่มีอยู่ ทั้งในแง่ของทรัพยากรที่เป็นของ เช่น กระดาษเหลือใช้ เศษวัสดุจากโรงงานอุตสาหกรรม ขยะจากโรงแรมห้าดาวหรือร้านอาหาร ฯลฯ

หากใครสามารถหาทางนำทรัพยากรเหล่านี้กลับมาใช้ได้ ผมถือว่าไปได้ไกลแน่นอน เพราะสิ่งหนึ่งที่โลกเราต้องการให้ มีน้อยลงเรื่อยๆ ก็คือขยะ

โลกในทศวรรษหน้าจึงเป็นเรื่องของการจัดการกับวิกฤตทรัพยากรและ "ปฏิวัติ" การใช้ทรัพยากรอย่างจริงๆ จังๆ กว่ายุคนี้แน่นอน

วันนี้ผมเลยไปหาข้อมูลมาว่า บริษัทไหนในโลกนี้บ้างที่มีแนวคิดน่าสนใจและมีแนวโน้มที่จะสามารถปฏิวัติการใช้ทรัพยากรของโลกเราได้อย่างน่าสนใจ

คงมีคนพูดถึงบริษัทเทสลากันไปมากแล้วจนเบื่อ แต่ผมมีบริษัทที่ชื่ออาจไม่คุ้นหูคนไทยมากนัก แต่มีวิธีการทำงานและสร้างความแข็งแกร่งที่น่าสนใจ

บริษัทแรกคือ Nine Dragons Paper ซึ่งเป็นบริษัทผลิตกระดาษแปรรูปของจีน ก่อตั้งโดย หยาน ชิง (Yan Cheung) เธอเริ่มต้นบริษัทของเธอเมื่อปี 1995 จากแนวคิดง่ายๆ ว่า เธอมองเห็นแนวโน้มการใช้กระดาษของประเทศจีนจะเติบโตอย่างมาก สินค้าทุกอย่างที่วางขายต่างมีกระดาษเข้ามาเกี่ยวข้อง จะมากจะน้อยก็ต้องมีตั้งแต่ฉลาก กล่องบรรจุหีบห่อ ลัง แต่จีนจะไม่เหลือต้นไม้ที่โตพอจะทันให้ตัดใช้งานได้อีกแล้ว

เธอจึงเปิดบริษัทนี้ขึ้นเพื่อรับซื้อกระดาษเก่ามาแปรรูปกลับมาใช้ใหม่ โดยซื้อจากแหล่งที่ถูก เช่น ในสหรัฐ (ราคากระดาษที่เป็นขยะนั้นราคาถูกมาก ทศวรรษที่แล้ว 40% ของขยะที่ถูกฝังกลบในสหรัฐคือกระดาษ) นำมาแปรรูปใหม่และขายในตลาดที่ขาดแคลนกระดาษ

ปัจจุบันบริษัทเติบโตอย่างมาก มีบริษัททั้งสหรัฐ จีน และเวียดนาม เป็นบริษัทกระดาษที่ใหญ่ที่สุดในโลก และหยาน ชิง กลายเป็นนักธุรกิจหญิงที่ร่ำรวยที่สุดในจีน บริษัทของเธอทำรายได้ปีละกว่า 8.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเริ่มต้นมาจากการเห็นขยะว่ามีประโยชน์

อีกบริษัทหนึ่งที่ผมอ่านเจอแล้วชอบมากเป็นพิเศษก็คือ เรื่องราวของบริษัท DIRTT Environmental Solution ก่อตั้งขึ้นในปี 2003 เดิร์ตเป็นบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในที่ไม่เหมือนใคร เพราะใช้เวลาสั้น ใช้คนน้อย ไม่ส่งเสียงดัง และไม่เหลืออะไรทิ้ง

โดยทั่วไป 36% ของใช้ตกแต่งอาคารสำนักงานจะกลายเป็นขยะ แต่เดิร์ตมองเห็นจุดอ่อนของการจัดการเรื่องนี้และพัฒนาโมดูลที่สามารถถอดประกอบ เพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงรูปแบบ เป็นแบบใดก็ได้ เท่าที่ลูกค้าต้องการโดยไม่มีข้อจำกัดเลย (นั่นคือคุณเลือกขนาดของประตูและตู้เท่าไหร่ก็ได้) ทำได้รวดเร็ว การผลิต 1 ใน 3 ทำในโรงงานและใช้เวลาติดตั้งจากนั้นไม่นาน และมันแข็งแรงทนทาน

หากให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือเดิร์ตสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ และกระบวนการผลิตที่แยกทุกอย่างออกเป็นชิ้นส่วนพื้นฐานที่สุด และมองหาวิธีประกอบมันเข้าด้วยกันง่ายๆ ก็เหมือนกับเรามีตัวต่อเลโก้ที่เราจะเติมให้มันเป็นอะไรก็ได้ ฉะนั้นการทำงานของเดิร์ตแทบไม่มีของเสียเหลืออยู่ แถมยังเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานได้ดี

เดิร์ตได้รับความนิยมอย่างมากในธุรกิจโรงพยาบาล ธนาคาร และอาคารสำนักงานที่มีการปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่อยู่เนืองๆ และบริษัทไม่ต้องการลงทุนสูงมากนักกับการก่อสร้าง

นี่เป็นตัวอย่างไอเดียของการทำธุรกิจในอนาคต พูดง่ายๆ คือต้องมีนวัตกรรมบางอย่างและต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะต่อยอดจากสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น

ในหนังสือชื่อ Resource Revolution เขียนโดยอดีตที่ปรึกษาทางธุรกิจ 3 คน Stefan Heck, Matt Rogers และ Paul Carrol (มีแปลเป็นภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊ก) ได้นำเสนอไอเดียการทำธุรกิจในอนาคตจากข้อมูลที่นักเขียนทั้งสามได้หาข้อมูลไว้ ซึ่งผมว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ และรอแค่ว่าใครที่จะเริ่มทำก่อน

เช่น ไอเดียของบริษัทเหมืองแร่ยุคใหม่ที่ขุดหาแร่จาก "ขยะ" เช่น แร่ปรอทที่ปนอยู่ในน้ำที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรม ไปจนถึงแร่ทองคำที่อยู่ในแผงวงจรคอมพิวเตอร์ โดยใช้เทคโนโลยี Microfluidic Technology (ระบบของไหลจุลภาค เป็นระบบการจัดการของเหลวหรือก๊าซที่มีจำนวนน้อยมาก)

หรือบริการจัดการเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งอนาคตจะไม่ทำแค่ขายตั๋วหรือที่พักเพียงอย่างเดียว แต่ร่วมออกแบบการเดินทางให้ลูกค้าไปด้วยเลย ตั้งแต่ช่วยวางการทำกิจกรรม จองตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์หรือคอนเสิร์ต และเลือกให้ด้วยว่าควรเดินทางแบบไหนในแต่ละช่วงเวลาของการเดินทาง รถยนต์ รถไฟ หรือเครื่องบินดี ซึ่งสามารถออกแบบไปถึงทริป ของบริษัทงานเลี้ยงรุ่นหรือทริปฮันนีมูน

แพลตฟอร์มนี้อาจทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีอย่างคุ้มค่ามากขึ้น ลดการสร้างถนนใหม่ แต่เน้นที่การจัดการแทน หรือไอเดียเรื่องบริษัทที่ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับรัฐบาล ในการจัดการข้อมูลประชากรที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก เช่น ระบบเอกสารต่างๆ ใบขับขี่ หนังสือเดินทาง ฯลฯ รวมไปถึงโปรแกรมการอบรมและการให้ คำแนะนำเรื่องการบริการของรัฐ และยังสามารถรักษาข้อมูลไว้เป็นความลับ เก็บข้อมูลของผู้เสียภาษี และท้ายที่สุดก็จะสามารถลดการทุจริตในภาครัฐลงได้จากฐานข้อมูลที่มีอย่างมหาศาล

หากไทยเราจะส่งเสริมธุกิจ 4.0 อย่างจริงจังในปีหน้า ผมคิดว่าเราต้องหาทางไปให้ได้แบบนี้ และติดอาวุธให้คนทำงานมากๆ โดยเฉพาะภาครัฐที่ต้องปรับตัวให้เร็วกว่านี้ เพื่อให้ทันกับความต้องการของเอกชน

คนไทยเก่งๆ มีอีกเยอะครับ รอแค่คนมาช่วยดันอีกนิดหน่อยก็จะไปได้ไกล

สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าครับ

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน