
คนเด่นปี 2560 ล้วนเป็นเศรษฐี
เจียรนัย อุตะมะคนเด่นตลาดทุนปี 2560 จากการประมวลสถานการณ์ทั้งปี โพสต์ทูเดย์ขอจัดอันดับให้ 5 บุคคลโดดเด่นโดย 3 อันดับแรกโดดเด่นเพราะเป็นเศรษฐีหุ้นประจำปี ที่สามารถรักษาความเป็นเศรษฐีและไต่อันดับขึ้นมาตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีนักธุรกิจหน้าใหม่ 2 ราย ที่เพิ่งนำบริษัทเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปีนี้
เจียรนัย อุตะมะ
คนเด่นตลาดทุนปี 2560 จากการประมวลสถานการณ์ทั้งปี โพสต์ทูเดย์ขอจัดอันดับให้ 5 บุคคลโดดเด่นโดย 3 อันดับแรกโดดเด่นเพราะเป็นเศรษฐีหุ้นประจำปี ที่สามารถรักษาความเป็นเศรษฐีและไต่อันดับขึ้นมาตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีนักธุรกิจหน้าใหม่ 2 ราย ที่เพิ่งนำบริษัทเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปีนี้
อันดับแรก จากการจัดอันดับประจำปีของวารสารการเงินการธนาคาร ที่ยกให้ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หรือ หมอเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ที่ยังคงรักษาตำแหน่งแชมป์เศรษฐีหุ้นไว้ได้เป็นปีที่ 5 มูลค่าการถือหุ้น 6.3 หมื่นล้านบาท แม้ความมั่งคั่งลดลง 5.53% จากปีก่อน โดยถือหุ้นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) บริษัท การบินกรุงเทพ (BA) เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และบริษัท โรงพยาบาลนนทเวช ส่งผลให้ตระกูลปราสาททองโอสถ ครองแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 1 ไว้ได้เป็นปีที่ 3
อันดับ 2 ได้แก่ เศรษฐีหุ้นอันดับที่ 2 พิชญ์ โพธารามิก ทายาทคนเดียวของอดีต รมว.พาณิชย์ อดิศัย โพธารามิก ผู้ก่อตั้งบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ก้าวขึ้นจากอันดับ 7 เมื่อปีที่แล้ว โดยถือหุ้น 4.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 121.67% เนื่องจากการถือหุ้น JAS เพิ่มเป็น 66.13% จาก 25.84% เมื่อปีที่แล้ว รวม 3.5 หมื่นล้านบาท และยังถือหุ้นบริษัท โมโน เทคโนโลยี (MONO) ส่งผลให้ตระกูลโพธารามิกก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 4
อันดับ 3 เศรษฐีหุ้นอันดับ 3 สมโภชน์ อาหุนัย เจ้าของบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) กิจการธุรกิจพลังงาน จำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซลและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ก้าวขึ้นมาจากอันดับ 6 เมื่อปีที่แล้ว โดยมีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวม 3.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.47%
ทั้งนี้ แม้ว่าสัดส่วนการถือหุ้นของสมโภชน์ใน EA ยังอยู่ที่ 23.30% เท่ากับปีที่แล้ว แต่ราคาหุ้น EA ได้ปรับตัวสูงขึ้นถึง 12.50 บาท หรือ 48.54% ส่งผลให้มูลค่าหุ้น EA ที่สมโภชน์ถือครองมีมูลค่าสูงขึ้นเมื่อรวมกับหุ้นบริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี (EE) ในสัดส่วน 0.83% มูลค่า 23.92 ล้านบาท ทำให้มูลค่าความมั่งคั่งของสมโภชน์ปีนี้เพิ่มสูงขึ้นกว่าหมื่นล้านบาท
อันดับ 4 สุนทร เด่นธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮิวแมนิก้า (HUMAN) ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการด้านทรัพยากรบุคคลและธุรกิจการให้บริการด้านบริหารจัดการบัญชีและการเงิน ที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ (SET) เมื่อต้นเดือน ธ.ค. ปรากฏว่าราคาพุ่งจากราคาจองถึง 101.25% ไปปิดที่ 8.05 บาท เพราะเป็นธุรกิจรับจ้างบริหารบุคคลด้วยการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการที่กำลังเป็นที่นิยมในประเทศไทย
ในระยะเวลาเกือบ1เดือนจนถึงวันที่ 29 ธ.ค.ยังให้ผลตอบแทนถึง 120% มาปิดที่ 8.80 บาท
บริษัทนี้มีลูกค้ากว่า 400 แห่ง บริหารพนักงานกว่า 2 แสนราย ส่วนใหญ่ให้บริการบริษัทข้ามชาติและบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศไทย ปีหน้าตั้งเป้ารุกให้บริการบริษัทขนาดกลางโดยตั้งเป้าบริหารพนักงานเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นราย
สุนทร วัย 60 ปี เป็นผู้ก่อตั้ง HUMAN และดำเนินธุรกิจนี้มา 14 ปี โดยหลังจบปริญญาตรีคณะพาณิชย ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้สอบเป็นผู้ตรวจบัญชี จากนั้นเป็นพาร์ตเนอร์ร่วมก่อตั้งธุรกิจรับจ้างบริหารระบบธุรกิจ ที่ดูเรื่องเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงของระบบทั้งหมดกับบริษัท ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์ คูเปอส์ (PwC) แต่ต้องมีเหตุที่ยุบงานส่วนนี้ไปและขอแยกออกมาและตั้งบริษัทขึ้นเมื่อ 14 ปีที่ผ่านมา
"ตอนนั้นอายุกว่า 30 ปี แยกออกมาทำเองโดยมีลูกค้าเพียง 3 ราย เพื่อตามความฝันของตัวเองที่ใช้เทคโนโลยีช่วยบริหารจัดการด้านคนและบัญชี"
เริ่มแรกยังเป็นการซื้อโปรแกรมต่างประเทศมาใช้ แต่สุดท้ายพัฒนาซอฟต์แวร์ของตัวเองขึ้นมาเพื่อให้บริการบริหารบุคคล และมีแผนจะซื้อบริษัทด้านบัญชีและการเงินเพื่อขยายประเภทธุรกิจใช้เทคโนโลยีให้บริการธุรกิจด้านนี้
หัวใจสำคัญของธุรกิจนี้ คือ เป็นการผสมผสานกระบวนการกับเทคโนโลยีในการบริหาร
อันดับ 5 สราวุฒิ พรพัฒนารักษ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดู เดย์ ครีม (DDD) ที่หุ้นที่จดทะเบียนเข้าซื้อขายวันแรกใน SETวันที่ 26 ธ.ค. ราคาปรับตัวขึ้น 60% มาปิดที่ 85 บาทจนถึงวันที่ 29 ธ.ค. ยังปิด 88.50 บาทให้ผลตอบแทน 67% ในช่วงเวลา ไม่ถึงสัปดาห์ เพราะเป็นหุ้นครีม หอยทากที่กำลังเป็นที่คลั่งไคล้ของสาวๆ นั่นเอง
DDD ดำเนินธุรกิจผลิตจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ภายใต้แบรนด์สินค้านามุไลฟ์ (NAMU LIFE) และมีชื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ว่าสเนลไวท์ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้สกัดจากเมือกหอยทาก เป็นที่นิยมทั้งตลาดในประเทศและลูกค้าชาวจีน
สราวุฒิ วัย 41 ปี ออกมาสร้างอาณาจักรธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวนอกกงสีของครอบครัวที่ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายสีทารถยนต์
ธุรกิจของเขาถือว่าประสบความสำเร็จมาก เพียง 7 ปี สร้างรายได้ยอดขายจาก 438 ล้านบาท ในปีแรกที่ทำธุรกิจ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,201 ล้านบาท ในสิ้นปี 2559 และครึ่งปีแรกปีนี้รายได้จากยอดขายอยู่ที่ 872 ล้านบาท
สราวุฒิเข้ามาเริ่มทำธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เพราะเห็นแล้วว่าจะเป็นธุรกิจที่มีอนาคตสามารถเติบโตได้ทุกปี ปัจจัยทางเศรษฐกิจจะไม่ส่งผลกระทบ ธุรกิจเกี่ยวกับความงาม สุขภาพยังคงเติบโตได้และจะเติบโตยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อภาวะเศรษฐกิจดีและชัดเจน จากการวิจัยพบว่าอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 ธุรกิจดาวรุ่งที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด
"ผมเป็นคนช่างฝัน ดังนั้นผมจึงลุกขึ้นมาทำความฝันกลางวันของผมให้เป็นความจริง และนี่จึงเป็นที่มาของบริษัท ดู เดย์ ดรีม ที่ผมและทีมเพื่อนๆ ได้ดึงเข้ามาร่วมในการผลักดันให้ความฝันเป็นจริง และเมื่อถึงตอนนี้ผมไม่ถือว่าไกลเกินฝัน เพราะผมและเพื่อนๆ มีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ชัดเจนว่าขั้นแรกจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนใน SET และอนาคตภายใน 20 ปีข้างหน้าจะก้าวสู่การเป็น 1 ใน 3 ของบริษัทชั้นนำด้านความงามในภูมิภาคเอเชีย"
แรกเริ่มในการทำธุรกิจได้ตั้งโรงงานขึ้นมาเพื่อรับจ้างผลิตเครื่องสำอางเมื่อปี 2553 เมื่อทำไปได้สักระยะหนึ่งธุรกิจนี้เติบโตตามลำดับ จากยอดคำสั่งการผลิตเข้ามาและเมื่อทำไปก็คิดว่าน่าจะทำแบรนด์ของตัวเองออกมาเพื่อต่อยอดธุรกิจโรงงานรับจ้างผลิต ดังนั้นจึงชวนเพื่อนที่ชำนาญและเก่งด้านการทำตลาด ชวนน้องสะใภ้ที่จบเรื่องแฟชั่นจากสหรัฐมาร่วมและเกิดแบรนด์สเนลไวท์
ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทจำหน่ายอยู่ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า บำรุงผิวกาย ทำความสะอาดผิวหน้า ทำความสะอาดผิวกาย ครีมกันแดด ชุดของขวัญ และกว่าผลิตภัณฑ์แต่ละตัวจะออกมาสู่มือผู้ใช้ บริษัทจะผ่านการคิดค้นและวิจัยและให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา และวัตถุดิบที่นำมาใช้นั้นมาจากเมือกหอยทากที่เลี้ยงในฟาร์มออร์แกนิก เกาหลีใต้ ผสมกับ คอลลาเจนและอีลาสตินที่ใกล้เคียงกับผิวของมนุษย์และสามารถฟื้นฟูผิวพรรณได้อย่างรวดเร็วเป็นส่วนผสมสำคัญ
นอกจากนี้ ยังมีสารสกัดจากธรรมชาติอื่นเป็นส่วนผสม เพื่อที่ให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทตอบโจทย์ผิวสุขภาพดี ทำให้ NAMU LIFE SNAILWHITE Facial Cream มียอดขายสูงสุดในกลุ่มสินค้าบำรุงผิวหน้าที่มีราคาสูงกว่า 800 บาท/ชิ้น โดยครองส่วนแบ่งทางการตลาด 11.4% ตั้งแต่ปี 2558
ปัจจัยที่ ดู เดย์ ดรีม ประสบความสำเร็จ คือการสร้างเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์และแบรนด์ให้เป็นที่จดจำของผู้บริโภค การใช้ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งทำให้แบรนด์มีผู้ติดตามทางออนไลน์ 9 ล้านคน คุณภาพ และความน่าเชื่อถือ







